.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 660/2560
แนวคิดและนโยบายด้านการอุดมศึกษาของ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


สรุปแนวคิดและนโยบายด้านการอุดมศึกษาของ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารและข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)  เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2561 ณ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา


สามารถดาวน์โหลดเอกสารการบรรยายนี้ได้ที่นี่ Click..

ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร กล่าวตอนหนึ่งว่า ความตกต่ำของมหาวิทยาลัยไทยใน World Ranking สะท้อนถึงความอ่อนแอในระบบการศึกษา โดยเฉพาะอุดมศึกษาซึ่งถือว่าสำคัญที่สุด เพราะเป็นระดับที่สร้างบุคลากรเพื่อประกอบเป็นทุนมนุษย์เพื่อเข้าสู่วิชาชีพ ดังนั้น หากการอุดมศึกษามีคุณภาพตกต่ำลง จะยิ่งสะท้อนถึงคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ (Mindset และ Will Power) ที่จะสู้คนอื่นไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถเป็นกลไกสำคัญในการสร้างทุนทางปัญญาและไม่สามารถเอื้อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมของชาติ อีกทั้งประเทศไทยติดอยู่ในการติดกับดักรายได้ปานกลาง (Middle-income Trap)

จึงมีความจำเป็นที่มหาวิทยาลัยไทย ต้องให้ความสำคัญกับทิศทางของมหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21  “University’s View”


ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อ "การเรียนรู้ยุคใหม่" และ "แนวโน้มใหญ่ของโลก"

นพ.อุดม ได้กล่าวถึงทิศทางของอุดมศึกษาไทยในอนาคต ควรเป็นดังนี้

  • การพัฒนาศักยภาพของคนทั้งประเทศ ที่จะมีการลงทุนสี่แสนล้านบาทต่อปี กับเด็กนักเรียน 11 ล้านคน หนึ่งแสนล้านบาทต่อปี กับอุดมศึกษา 2 ล้านคน แต่ลงทุนไม่กี่หมื่นล้านบาท กับแรงงาน 35-40 ล้านคน ดังนั้นจึงควรมุ่งเน้นเป้าหมายใหม่คือ "คนวัยทำงานและผู้สูงวัย"

  • การผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพสนองความต้องการตลาด  ผ่านหลักสูตรที่ยืดหยุ่น หลากหลาย รู้หลายศาสตร์ มีการลด boundary ระหว่างคณะ โดยกำหนดเป้าหมายที่คิดร่วมกับผู้ใช้ และเปิดกว้าง เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา เน้นจัดการเรียนรู้ข้อเท็จจริง สถานที่จริง ทำงานได้จริง

  • สร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STEM Education & Skill,  Entrepreneurship)

  • การวิจัยและการบริการวิชาการที่มองการใช้ประโยชน์/ผู้ใช้ประโยชน์ชัดเจนแต่แรก สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคส่วนต่าง ๆของสังคม

  • เน้นความร่วมมือกับภาคประชารัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ (Area-Based Approach) เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งทางวิชาการ ระบบข้อมูล สารสนเทศ กลไกการจัดการ การเตรียมความพร้อมในระดับพื้นที่หรือท้องถิ่น

  • การค้นหา/สร้างความเป็นเลิศเฉพาะตัว เพื่อเป็นพื้นฐานการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืน

  • มหาวิทยาลัยสร้างเครือข่ายร่วมกัน เชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ต เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของโลกสมัยใหม่ที่มีการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงสูงอยู่ตลอดเวลา ความจริง ที่กำลังจะเกิดขึ้นคือมหาวิทยาลัยจะดำรงตนอย่างโดดเดี่ยวเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไปในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล จึงควรมีการแลกเปลี่ยนคอนเท็นต์/หลักสูตร การช่วยกันพัฒนาคอนเท็นต์/หลักสูตร เปลี่ยนตัวเองให้เป็นสถานที่ที่ผู้คนทั่วไปทั่วโลกนักศึกษาต่างมหาวิทยาลัย สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ และมี credit transfer ซึ่งควรเอื้อต่อสถาบันวิทยาลัยชุมชนด้วย

  • ยกระดับ English Proficiency & Digital skills

  • Demand-Based Financing

ทั้งนี้ เพื่อเป้าหมายคือ "ตอบโจทย์ของประเทศและโลกและยกระดับสู่ Thailand 4.0" คือ

  • เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นการพัฒนาการผลิตกำลังคนคุณภาพสูง ผลิตนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเปลี่ยนผ่านสังคมไทยสู่สังคมเศรษฐกิจฐานความรู้และเพิ่มคุณค่า
    (Thailand 4.0 : Value-based Economy) โดยใช้สถาบันอุดมศึกษาเป็นหัวรถจักรขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

  • มหาวิทยาลัยต้องเน้นการวิจัยมุ่งเป้า ทำหน้าที่เป็นศูนย์บ่มเพาะและ Entrepreneur เพื่อสร้าง Innovation และต่อยอดไปสู่ Commercialization ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง

  • เป็นกำลังสำคัญในการสร้างเครือข่ายและกระจายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในทุกระดับอย่างก้าวกระโดด

  • มหาวิทยาลัยยืนอยู่ได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน

นพ.อุดม ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิด นโยบาย และเป้าหมายหลักด้านการอุดมศึกษา University 4.0 ที่ส่งผลต่อ Thailand 4.0 ควรเป็นดังนี้

อย่างไรก็ตาม การอุดมศึกษาของชาติในปัจจุบัน กำลังเผชิญกับความท้าทาย 6 ด้าน คือ 1) การพัฒนาคนมีคุณภาพและศักยภาพสูงในภาคการผลิตและภาคบริการ โดยมีแผนพัฒนากำลังคนของประเทศแบบมุ่งเป้า 2) การส่งเสริม ร่วมมือ และผลิตนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากงานวิจัยและพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ 3) การพัฒนาระบบการศึกษาและเรียนรู้ให้ทันการก้าวหน้าของโลก และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในสังคมผู้สูงอายุ 4) การสร้างโอกาสและความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาของนักเรียนสายสามัญและสายอาชีวะ รวมทั้งผู้สูงอายุ 5) การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาแต่ละประเภทเพื่อความก้าวหน้าและความอยู่รอด 6) การออกแบบ และจัดตั้งองค์กรระดับชาติที่จะมาขับเคลื่อนการพัฒนาการอุดมศึกษาของชาติอย่างเร่งด่วน

ดังนั้น การอุดมศึกษาจึงควรกำหนดหลักการดำเนินงานที่สำคัญ 4 ด้าน คือ รัฐบาลควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการจัดตั้งและออกแบบ "กระทรวงการอุดมศึกษา" ให้เป็นองค์กรระดับประเทศที่จะสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาการอุดมศึกษาของชาติ พร้อมทั้งมีการปลดล็อคปัญหาและเร่งพัฒนาการอุดมศึกษาของชาติเพื่อเอาชนะความท้าทายด้านต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาประเทศที่ต้องการบรรลุตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ Thailand 4.0

อีกทั้ง ควรกำหนดแผนงานที่เป็นจุดเน้นเพื่อพัฒนาและปลดล็อคปัญหาที่สำคัญด้านต่าง ๆ ของการอุดมศึกษาของชาติ คือ การเตรียมโครงสร้าง กำลังคน ทรัพยากรและความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อรองรับกระทรวงการอุดมศึกษาที่จะเป็นองค์กรระดับประเทศในการขับเคลื่อนการอุดมศึกษาของชาติ การพัฒนายุทธศาสตร์และ Roadmap ของการอุดมศึกษาของชาติ 20 ปี การวางแผนกำลังคนของประเทศ ระยะ 20 ปี การพัฒนาระบบวิจัยและนวัตกรรมของการอุดมศึกษาของชาติ และอีกประการที่สำคัญคือจะต้องตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่อีกด้วย

ดังนั้น นโยบายเร่งด่วนภายใน 6-8 เดือนของการอุดมศึกษาไทย จึงต้องเน้นใน 6 ประเด็นที่สำคัญ ดังนี้

  • การทบทวนเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา โดยมหาวิทยาลัย และ สกอ.

  • เกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ที่จะต้องมีความครอบคลุมเนื้อหา ผลงานที่มีผลสัมฤทธิ์ชัดเจน และมีความเป็นสากล

  • การตรวจสอบระบบธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย  ให้มีระบบที่ชัดเจนและมีความเป็นสากล

  • ปรับปรุงคุณภาพของอาชีวศึกษาให้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติและการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต รวมทั้งให้มีการรับรองหน่วยกิตและเชื่อมโยงกับอุดมศึกษา

  • เน้นหลักสูตรพันธุ์ใหม่ ที่ตอบโจทย์อนาคต

  • เพิ่มสัดส่วนของหลักสูตร Science & Technology : Social Science & Humanity เป็น 70 : 30

นพ.อุดม ย้ำต่อที่ประชุมด้วยว่า ต้องการให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการอุดมศึกษาของชาติระยะ 20 ปี และเป็นผู้ร่วมในการก่อตั้งและพัฒนากระทรวงการอุดมศึกษาของประเทศไทย เพื่อร่วมมือกันนำ สกอ. (OHEC) และ ศธ. (MOE)  ไปสู่ 3G คือ Go Get Grow เพื่อผลสำเร็จตามเป้าหมายดังกล่าวร่วมกันต่อไป


บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/เรียบเรียง
ขอบคุณเอกสาร: คณะทำงาน รมช.ศธ.

5/1/2561

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี  เกี่ยวกับ สกอ.

   
  651 รับมอบเงินจาก MK เพื่อสนับสนุนสร้างอาคาร ม.มหิดล
  645 มอบนโยบายมหาวิทยาลัยเปลี่ยน 4 ข้อ
  638 หารือกับฟินแลนด์
  632 ลั่น 1 ปีผุดกระทรวงการอุดมศึกษา
  624 นพ.อุดม เข้าหารือภายในก่อนเข้าทำงานวันแรก 5 ธค.นี้
  622 ประชุม ก.พ.อ. 11/2560
  621 ทปอ.มรภ.พบองคมนตรี-รัฐมนตรี
  609 ประชุมสภา สจล.
  607 พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มรภ.เขตภาคใต้
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ