.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 2/2561
ศธ.เดินหน้าปฏิรูปอาชีวะ-อุดมศึกษา ปรับหลักสูตรใหม่ คิดใหม่ทำใหม่ ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมใช้ปีการศึกษานี้


นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันพุธที่ 3 มกราคม 2561 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารองค์กรหลัก เข้าร่วมประชุม

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้หารือเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง คือ ความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปอาชีวศึกษาและอุดมศึกษากันใหม่ เนื่องจากขณะนี้การประเมินของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum : WEF) พบว่าอันดับของไทยเพิ่มขึ้นสองอันดับ แต่ด้านการศึกษากลับตกอันดับลงมา และพบว่าสิ่งที่สำคัญที่เรายังขาดอยู่คือทักษะ (Skill) ซึ่งได้มีการสอบถามไปยังผู้ประกอบการทั้งระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา ได้รับคำตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า หน่วยงานการศึกษายังผลิตคนออกมาแล้วใช้การไม่ได้ ประเทศไทยจะเดินหน้าเป็น 4.0 แต่คนของเรายังขาดความพร้อมอยู่ สาเหตุจากการผลิตหลักสูตรสอนเด็กจนถึงเวลาที่จบออกมา งานในตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว

ขณะที่สภาเศรษฐกิจโลกบอกว่า อีก 12 ปีข้างหน้า สัดส่วนงานครึ่งหนึ่งจะหายไปจากโลก จึงต้องคิดถึงเด็กให้ไกล ๆ ต้องให้ผู้ประกอบการ ตลาด หรือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกนี้เป็นผู้นำ แล้วเรามีหน้าที่ทำหลักสูตรเพื่อตอบตรงนั้นให้ได้ รวมถึงหลักสูตรต้องมีความเป็นพลวัตตลอด สามารถยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงได้

ดังนั้น จึงจะมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาใหม่ แต่ยังไม่ได้ทำพร้อมกันทั้งหมด โดยให้สถาบันอาชีวศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่พร้อมจะใช้หลักสูตรใหม่เข้ามาร่วมกันทำก่อน นำโดยผู้ประกอบการ และสภาพที่เกิดขึ้นในโลกจริง ๆ ส่วนเรื่องที่เป็นหลักสูตรพื้นฐานไม่ได้ยกเลิก แต่ต้องให้เด็กมีข้อมูลอย่างเพียงพอว่าเรียนสาขานี้แล้วตกงานหรือไม่ มหาวิทยาลัยต้องพร้อมที่จะออกมาประกาศการรับผิดชอบผลผลิต โดยจะให้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ คนรุ่นใหม่ที่มีความทันสมัย ตลอดจนนักวิชาการมาร่วมกันจัดทำหลักสูตรใหม่ด้วย

“ถ้าพูดไปลอยๆ มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ จึงกำลังเสนอว่าภายใน 2 เดือนนี้ หลักสูตรใหม่ต้องพร้อมใช้ เช่น รถไฟราง Robotics Mechatronic หรืออะไรที่พร้อม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ก็ให้เสนอเป็นแผนพัฒนาคนและหลักสูตรใหม่ จะเป็นอาชีวะ 4.0 อาชีวะพันธุ์ใหม่ มหาวิทยาลัยหลักสูตรใหม่ อย่างไรตามแต่ความเหมาะสม จากนั้น ครม.จะให้เงินสนับสนุน ซึ่งเราต้องลงทุน เหมือนสมัยที่เราผลิตแพทย์เพิ่ม เราจะพูดให้เขาเปลี่ยนนั้น ไม่ใช่ทุกคนพร้อมจะเปลี่ยน และถ้าเราไม่ลงทุนก็เปลี่ยนไม่ได้ เนื่องจากการทำใหม่ต้องมีเครื่องมือใหม่ เชิญอาจารย์พิเศษมาใหม่ ทั้งที่บางอย่างเรียนจากของจริงได้ โดยอาจจะขอให้จีนหรือญี่ปุ่นมาช่วย ซึ่งแนวทางเช่นนี้สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่ดูแลมหาวิทยาลัยจะต้องมีระบบพิจารณาหลักสูตรอย่างรวดเร็ว (Fast Track) เพื่อปลดล๊อคการปฏิรูปครั้งนี้ เนื่องจากหากทำแบบเดิมที่ต้องผ่านการอนุมัติ ผ่านการตั้งกรรมการพิจารณาหลักสูตร รวมถึงขั้นตอนอื่น ๆ จะใช้เวลานาน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องการเริ่มหลักสูตรใหม่ภายในปีการศึกษาที่จะถึงนี้ โดยใช้ EEC เป็นพื้นที่นำร่องหลักสูตร เนื่องจากเป็นเขตที่มีความต้องการในอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน

ส่วนมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอาชีวศึกษาที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ EEC แต่ต้องการทำอะไรใหม่ ๆ เพื่อพื้นที่ของตนนั้น ศธ.เองยินดีสนับสนุน กล่าวคือ “ต้องมีการปฏิวัติการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาครั้งสำคัญ โดยคำนึงถึงผลลัพธ์ไม่ใช่แค่ผลผลิตอย่างเดียว” ขณะที่เรื่องครูอาจจะต้องมีการปรับการสอน (Retrain) ในบางเรื่อง หากใครพร้อมก็สามารถเข้ามาร่วมกันสอนได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลภายนอก (Outsource) ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น ทั้งนี้ ศธ.ไม่ได้บังคับให้เริ่มพร้อมกันทั่วประเทศ เพียงแต่ต้องคิดใหม่ทำใหม่ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

ขณะที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สามารถเก็บข้อมูลให้เราได้ว่าขณะนี้มีงานในตลาดที่ประกาศรับจริง ๆ เท่าไหร่ และถึงแม้จะไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่ขอให้มีข้อมูลที่เป็นทิศทางก็เพียงพอแล้ว เราจะระบุได้ว่าทิศทางในโลกไปทางไหน เช่น ทางออนไลน์ ทางหุ่นยนต์ Automation เป็นต้น โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน และสามารถประกาศรับสมัครผู้เรียนอาชีวศึกษาในเดือนมิถุนายน 2561 ได้ทันที

สำหรับมหาวิทยาลัยเองมี Pre-Class ปริญญาโท และหลักสูตรระยะสั้นด้วย ซึ่งในส่วนของหลักสูตรเดิมสามารถเปลี่ยนได้ ทำให้คนเดิมได้เรียนของใหม่ที่ดีกว่าเดิม โดยต้องทำให้เกิดเร็วที่สุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานศึกษาด้วย ด้านใดยังขาดอยู่ต้องช่วยกันหาคนนอกเข้ามาเติม ยกตัวอย่างเช่น ขณะนี้เราไม่มีช่างหรือวิศวกรระบบรางตามที่อุตสาหกรรมต้องการ จึงอาจจะต้องเริ่มที่ปริญญาโทก่อน เนื่องจากหากรอการเรียนระบบรางใหม่ จะเป็นการรอระยะยาวอีก 4 ปีนักศึกษาจึงจะจบ ขณะที่หลักสูตรเก่ายังไม่ได้รื้อทิ้ง หากพื้นที่ใดต้องการผลิตคนตามหลักสูตรเดิมก็สามารถทำต่อไปได้

นายพะโยม ชิณวงศ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่าบุคลากรที่ยังขาดตอนนี้มีทั้งกลุ่ม Technician ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ได้จัดทำในรูปแบบอาชีวะชั้นสูงที่ต้องปรับหลักสูตรให้ตอบโจทย์ในอนาคต และกลุ่มที่จะเป็นฝีมือแรงงานซึ่งสถาบันอาชีวศึกษาทั่วไปจะรับผิดชอบส่วนนี้ โดยต้องเป็นสาขาวิชาชีพที่ตอบสนองกับความต้องการของพื้นที่ ต้องมีการวิเคราะห์ว่าสภาพการณ์ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านอาชีพอย่างไร โดยอาจจะแบ่งเป็นโซนตามโจทย์แต่ละพื้นที่ได้ ขณะที่ปัจจุบันมีปัญหาด้านความต้องการประกอบวิชาชีพ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าสายวิทยาศาสตร์มีความต้องการมากกว่าสายสังคมศาสตร์ แต่เรายังผลิตกำลังคนออกมาไม่สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว มหาวิทยาลัยกับสถาบันอาชีวศึกษาจึงต้องจับมือกันวางแผนแก้ปัญหานี้

จากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเน้นย้ำให้ดำเนินการโดยเร็วนั้น เนื่องจากบางมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอาชีวศึกษาบางแห่งได้ทำหลักสูตรใหม่ลักษณะนี้อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเราให้การสนับสนุนได้ตรงเป้า เชื่อมั่นว่าจะสามารถขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว โดยสถานศึกษาใดมีความพร้อมสามารถทำได้เลย เช่น หลักสูตรระบบรางที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เราสามารถจัดการเรียนการสอนในสถานที่จริงได้เนื่องจากมีการก่อสร้างสถานที่จริงแล้ว นักเรียนนักศึกษามีโอกาสฝึกงานและเรียนจากสภาพจริง หลักสูตรใหม่ก็สามารถเดินหน้าได้ทันที


ปารัชญ์ ไชยเวช: สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า: ถ่ายภาพ

บัลลังก์ โรหิตเสถียร: เรียบเรียง/กราฟิก
ขอบคุณภาพประกอบ: กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ.
4/1/2561

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุดของรัฐมนตรี

   
  001 แถลงข่าวงานวันเด็กแห่งชาติ
  654 คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ
  650 เปิดงาน EEC ที่ชลบุรี
  643 ประชุม คกก.ดำเนินงานขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่นครนายก
  640 ประชุมองค์กรหลัก
  633 ช่วยครูในชนบทห่างไกล
  631 ศธ.บริจาค 177,777.75 บาท ก้าวคนละก้าว
  629 ปลัด ศธ.ชี้แจงการซื้อเฟอร์นิเจอร์ อาคารราชวัลลภ
  628 ผลประชุมองค์กรหลัก 38/2560
  627 ร่วมบริจาคก้าวคนละก้าว
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ