.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 486/2560
การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมการประชุมสัมมนาครั้งใหญ่ เรื่อง "มิติการศึกษา พัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน"


โรงแรมเอวานา บางนา - เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560 พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมการประชุมสัมมนาครั้งใหญ่ เรื่อง "มิติการศึกษา พัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-25 กันยายนนี้ ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี

● ศธ.ได้น้อมนำพระบรมราโชวาทด้านการศึกษาเป็นแนวทางในการดำเนินการจัดการศึกษา

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้น้อมนำพระบรมราโชวาทด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแนวทางในการดำเนินการ มีใจความสำคัญคือ

“งานด้านการศึกษา เป็นงานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชาติ เพราะความเจริญและความเสื่อมของชาตินั้น ขึ้นอยู่กับการศึกษาของพลเมืองเป็นข้อใหญ่ จึงต้องจัดการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น”

(พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 12 ธันวาคม 2512)


เผยถึงหลักการทำงาน .. "ความเข้าใจ" คือหนึ่งในปัจจัยของความสำเร็จ

พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า "ความเข้าใจ" คือหนึ่งในปัจจัยของความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ในพื้นที่พิเศษทั้ง 35 จังหวัด ดังนั้นการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้จึงเป็นการรวมตัวกันของชาวการศึกษาจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ นับตั้งแต่เหนือสุดที่แม่สาย จนถึงใต้สุดที่เบตง หรือตะวันออกสุดที่โขงเจียม จนถึงตะวันตกสุดที่แม่สะเรียง

ดังนั้น ทุกคนคือเครือข่ายการทำงานที่จะมาสร้างความดีร่วมกันในวันดี ๆ เพื่อทบทวนการทำงานในมิติด้านการศึกษาในพื้นที่พิเศษให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน ภายหลังจากที่ กศจ. มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาในระดับจังหวัดมาระยะหนึ่งแล้ว หากมีการทบทวนก็จะทำให้การดำเนินงานในขั้นต่อไปมีความเรียบร้อยราบรื่น สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การศึกษาในระดับกลุ่มจังหวัด ไปจนถึงระดับภาค และระดับประเทศ ตอบโจทย์การพัฒนาคนนำไปสู่การพัฒนาให้เป็นประเทศที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

ดังนั้น ความเข้าใจจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาจึงเปรียบเสมือนเป็นการทบทวนเบื้องต้น เพื่อสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นร่วมกัน


ให้ความหมายพื้นที่พิเศษใน 35 จังหวัด

สำหรับการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการในมิติการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่พิเศษ ประกอบด้วย

พื้นที่ชายแดน 27 จังหวัด (จังหวัดที่มีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 27 จังหวัด แต่ไม่รวมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้) ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของความห่างไกล ความยากลำบากในการเดินทาง ความทุรกันดารของการเข้าสู่พื้นที่ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่มีภูมิประเทศที่สวยงาม มีป่าเขา ลำน้ำ มีความเป็นธรรมชาติ ซึ่งได้มีการริเริ่มประชุมเตรียมการพร้อมหาข้อมูลในการพัฒนาพื้นที่ที่มีบริเวณติดกับชายแดนเป็นหลักก่อน โดยได้มีการประชุมชี้แจงการเตรียมการจัดการศึกษาพื้นที่ชายแดน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560 และได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนติดตามการทำงาน เพื่อให้คำแนะนำ ช่วยเหลือแก้ไข ในลักษณะกลุ่มจังหวัดทั้ง 6 กลุ่มเรียบร้อยแล้ว

ในขณะเดียวกัน ในพื้นที่นี้ก็จะมีการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษซ้อนอยู่ด้วยอีก 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก สงขลา มุกดาหาร สระแก้ว ตราด เชียงราย กาญจนบุรี หนองคาย นครพนม และนราธิวาส ที่ต้องดำเนินงานภายใต้หลักการ "เสริมสร้างความเข้าใจ ใฝ่รู้ภาษา มุ่งพัฒนาความสัมพันธ์ รู้เท่าทันเทคโนโลยี สานสามัคคีอาเซียน" เพื่อสร้างฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับอาเซียนและการพัฒนาเมืองชายแดน ที่จะมีการพัฒนาการค้าการลงทุนร่วมกัน โดยมีการศึกษาเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ รวมถึงสมรรถนะในการทำงานและการประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 พื้นที่ ด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรส่วนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาหลักสูตรและสร้างกำลังคนที่เข้มแข็ง ตรงตามความต้องการของพื้นที่ สู่การยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้มีมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน

ดังนั้น กศจ.ในพื้นที่เหล่านี้ จะต้องทำงานในภารกิจสำคัญทั้งสองส่วน คือ การศึกษาพื้นที่ชายแดนและการศึกษาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้มีพัฒนาการทั้งในด้านมิติการศึกษาและมิติเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประชุมวางแผนและเตรียมการมาโดยลำดับอย่างเป็นระบบแล้ว เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่ผู้มีบทบาทหน้าที่ด้านการศึกษา ตั้งแต่ กศจ. และบุคลากรให้มีความเข้าใจ นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง สามารถอธิบายชี้แจงให้เพื่อนร่วมงานและผู้อื่นปฏิบัติให้ถูกต้องไปด้วย เกิดเป็นความร่วมมือและมีการบูรณาการทำงานด้วยกันในเรื่องเดียวกัน

พื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอในสงขลา คือ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มีคณะทำงานลงไปทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกสังกัดในพื้นที่ และได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) หรือ "กระทรวงศึกษาธิการส่วนหน้า" ขึ้นที่จังหวัดยะลา และเมื่อวันที่ 1  กุมภาพันธ์ 2560 ได้เปิดทำการที่ตั้งแห่งใหม่ภายในค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ตลอดจนจัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาในพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมแถลงข่าวการจัดทำแผนเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560

นอกจากนี้ รัฐบาลได้ประกาศโครงการพัฒนาเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ภายใต้วิสัยทัศน์ “ขับเคลื่อนธุรกิจ เศรษฐกิจ ด้วยการศึกษาทุกระดับแบบสอดคล้องต่อเนื่อง” เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้ไปสนับสนุนความมั่นคงทางด้านสังคม โดยเริ่มต้นดำเนินงานใน 3 เมือง คือ 1) อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นเมืองต้นแบบ “เกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน” 2) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมืองต้นแบบ “การพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน” 3) อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมืองต้นแบบ “การค้าขายชายแดนระหว่างประเทศ” จากนั้นจะขยายให้เต็มพื้นที่ตามระยะการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้มิติทางเศรษฐกิจเป็นฐานในการพัฒนาความเจริญสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีมิติการศึกษารวมอยู่ด้วย

พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3 จังหวัด  ซึ่งรัฐบาลได้มีนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ใน 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชั้นนำของอาเซียนภายใน 5 ปี ซึ่งในมิติของการศึกษาจะเป็นหลักในการพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน ความต้องการของแรงงานในการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้ง 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก ในสาขาวิชา First S-Curve และ New S-Curve โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดทำยุทธศาสตร์พัฒนากำลังคนสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (พ.ศ.2560-2564) ซึ่งผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับแผนงานโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนฯ กับเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาของแผนงานพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (พ.ศ.2560-2564) และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี  (พ.ศ.2560-2579) นอกจากนี้ ได้ตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC TVET Career Center) ใน 3 จังหวัด จำนวน 1 ศูนย์ใหญ่ 3 ศูนย์จังหวัด และ 10 ศูนย์ย่อย ณ สถานศึกษาอาชีวศึกษาในพื้นที่ เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานสากล รองรับการพัฒนาเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เสริมสร้างคุณลักษณะผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะนิสัยอุตสาหกรรม คุณธรรม จริยธรรม และส่งเสริมความร่วมมือกับสถานประกอบการ ประชาสังคมในรูปแบบประชารัฐ เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดอาชีวศึกษาในทุกมิติ


เผยถึงขั้นตอนการการทบทวนและปรับแผนยุทธศาสตร์การศึกษาพื้นที่พิเศษ

สำหรับการประชุมในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานขั้นที่ 2 หลังจากได้มีการสร้างความเข้าใจในขั้นแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 4-5 กันยายน 2560 ที่จังหวัดนครนายก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ขับเคลื่อนงานระดับจังหวัดในแต่ละภารกิจ ได้มาระดมความคิดเห็นเพื่อทบทวนการทำงานตามแผนยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาตามบริบทของพื้นที่พิเศษทั้ง 35 จังหวัดที่ผ่านมา พร้อมนำไปเสนอต่อ กศจ. และรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่

ทั้งนี้ การดำเนินงานขั้นที่ 2 ซึ่ง กศจ.และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาพื้นที่พิเศษทั้ง 35 จังหวัด จะได้พบปะแลกเปลี่ยนทบทวนงานในความรับผิดชอบให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น การปรับให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579, การแก้ไขปัญหาอุปสรรค, การขยายผลและต่อยอดสิ่งดี ๆ ให้มีคุณภาพมากขึ้น, การปรับเปลี่ยน/ลดงานที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์หรือไม่มีความคุ้มค่า เป็นต้น

เมื่อดำเนินการขั้นที่ 2 ให้สมบูรณ์พร้อมนำสู่การปฏิบัติขับเคลื่อนในแต่ละพื้นที่ในปีงบประมาณ 2561 จากนั้นจะได้นำเสนอภาพการทำงานด้านการจัดการศึกษาพื้นที่พิเศษทั้ง 3 พื้นที่ 5 ภารกิจ ในวันที่ 24-25 กันยายน 2560 ที่โรงแรมแอมสบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาร่วมรับฟังผลการประชุม และมีวิทยากรบรรยายเพิ่มเติมเสริมความรู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นต้น


มอบหลักคิดเป็นแนวทางการทำงาน "คิดให้ครบ ทบทวนเป็นห้วง ๆ ห่วงการรับรู้ สู่การบูรณาการ สืบสานศาสตร์พระราชา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน"

โอกาสนี้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ได้มอบหลักคิดเพื่อเป็นแนวทางการทำงานที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จโดยสมบูรณ์ คือ "คิดให้ครบ ทบทวนเป็นห้วง ๆ ห่วงการรับรู้ สู่การบูรณาการ สืบสานศาสตร์พระราชา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน"

คิดให้ครบ : การคิดให้ครอบคลุมและครบทุกด้าน ครบทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยพยายามคิดให้ครบทั้งระบบ ให้ครอบคุลมการจัดการศึกษาเรียนรู้ทุกช่วงวัย เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนในพื้นที่ได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ได้อย่างครบถ้วนทุกระดับทุกประเภท ตั้งแต่ปฐมวัย-ผู้สูงวัย พระภิกษุสามเณร ตลอดจนผู้พิการ ทั้งการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน อีกทั้งครบถ้วนในมิติทางศาสนา (พุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ ซิกข์) ครอบคลุมสถาบันศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งสถาบันศึกษาปอเนาะ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และให้ครอบคลุมภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมทั้งครอบคลุมโครงการต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการห้องเรียนกีฬา, โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้, โครงการห้องเรียนอาชีพ (OBEC Career Program) ในพื้นที่ 3 อำเภอชายแดนภาคใต้, การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม DLTV, ระบบการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยยึดถือภารกิจและพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นฐาน (TEPE Online), ลูกเสือ เป็นต้น  ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดนี้ เพื่อให้เกิดการศึกษาเรียนรู้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม สร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ตลอดจนประสานความร่วมมือภายในหน่วยงานด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

ทบทวนเป็นห้วง ๆ : ในช่วงของการดำเนินงานตามแผน เรียกได้ว่าต้องทำไปแก้ปัญหาไป ตามหลัก After Action Review: AAR นำไปสู่การแก้ปัญหา ปรับปรุง พัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น เป็นการทบทวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่กำหนดในแต่ละห้วงเวลา แต่ละไตรมาส หรือแต่ละปี  ทั้งทบทวนการทำงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนการศึกษาแห่งชาติ ทั้งการทบทวนพื้นที่การทำงาน การขยายพื้นที่การดำเนินงานในพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดหรืออำเภอที่ติดกัน หรือพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษอื่น เช่น เกาะแก่ง อำเภออื่นที่มีปัญหาการศึกษาแต่ไม่มีพื้นที่ติดกับพื้นที่ชายแดน เป็นต้น เพื่อให้การพัฒนาตามแผนก้าวหน้าได้ และเป็นการทำงานเชิงรุกในส่วนที่เป็นจุดแข็ง/โอกาสในคราวเดียวกัน

ห่วงการรับรู้ : โดยเริ่มจากการสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจภายในองค์กรก่อน เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้แผนการทำงานและเกิดการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนอย่างสอดคล้อง เชื่อมโยงและต่อเนื่อง จากนั้นจึงจะสร้างความเข้าใจกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ ครู บุคลากรทางการศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครอง ประชาชน ชุมชน เมื่อรู้ก็จะเกิดความต้องการที่จะสนับสนุน เกิดความร่วมมือร่วมใจและการต่อยอดการดำเนินงานในภาพรวมต่อไป

สู่การบูรณาการ : ต้องยอมรับว่าเมื่อทุกภาคส่วนมีความเข้าใจเกี่ยวกับแผนงานแล้ว ความร่วมมือหรือการทำงานเชิงบูรณาการจะตามมาเองจากหลากหลายฝ่าย ทั้งภายในหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ตลอดจนภาคประชาสังคม อันจะเกิดความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว หรือที่เรียกอีกอย่างว่า สานพลังประชารัฐ ซึ่งรัฐบาลได้ย้ำให้ทุกกระทรวง ให้ความสำคัญและยึดหลักบูรณาการในการทำงาน เพื่อพัฒนาประเทศสู่ THAILAND 4.0 ที่จะมีการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยในส่วนการศึกษาจะมี กศจ. เป็นผู้ขับเคลื่อนงานส่วนนี้

สืบสานศาสตร์พระราชา : ขอให้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีคุณค่ามหาศาลต่อปวงชนชาวไทย เป็นหลักในการสอดแทรกไว้ในแผนการศึกษาและการดำเนินชีวิต โดยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย "3 ห่วง 2 เงื่อนไข" กล่าวคือ 1) ห่วงความพอประมาณ-ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น 2) ห่วงความมีเหตุผล-การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 3) ห่วงการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว-การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงและคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วน 2 เงื่อนไข คือ 1) เงื่อนไขความรู้-ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ อย่างรอบด้าน เชื่อมโยงความรู้ประกอบการวางแผนอย่างรอบคอบ 2) เงื่อนไขคุณธรรม-ความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน ความพากเพียร และใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

นอกจากนี้ ควรน้อมนำแนวพระราชดำริและพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ในหลวงรัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ในหลวงรัชกาลที่ 10) ใส่เกล้าฯ และนำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะหลักการทรงงาน 23 ข้อ และพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่มีพระราชประสงค์ให้การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน คือ 1) มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2) มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม 3) มีงานทำ มีอาชีพ และ 4) เป็นพลเมืองดี ตลอดจนหลักธรรมาภิบาล ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมากและต้องการให้ทุกกระทรวงมีหลักในการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีในการดำเนินงาน

เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน : จะเป็นไปตามความตั้งใจของคนไทยทั้งประเทศ ที่จะทำให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (Sustainable Development Goals : SDGs) ของยูเนสโก ประกอบด้วยการพัฒนา 17 ประการ เช่น การขจัดความยากจน การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ และการดูแลเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น ซึ่งในส่วนของการศึกษาอยู่ในเป้าหมายพัฒนาที่ 4 "การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ"


ขอให้นำแผนไปสู่การปฏิบัติที่ดี

พล.อ.สุรเชษฐ์ ได้กล่าวเชิญชวนร่วมนำแผนไปสู่การปฏิบัติที่ดี ฝากช่วยขบคิดว่าเมื่อได้ร่วมจัดทำแผนขึ้นมาอย่างดีแล้ว ทั้งยุทธศาสตร์ แผนแม่บท แผนปฏิบัติราชการ แผนจัดการศึกษา แผนการเรียนการสอนต่าง ๆ แต่จะทำอย่างไรให้สามารถนำแผนไปสู่การปฏิบัติที่ดีให้ได้ มิฉะนั้นจะเป็นเรื่องของนามธรรมหรือเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น

ดังนั้น จึงขอให้เราได้มีความฝันร่วมกัน “ฝันที่จะทำเรื่องนามธรรมให้เป็นรูปธรรมในความจริงด้วยการปฏิบัติที่ดี” และแม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่ก็ต้องร่วมกันแก้ไข และส่วนตัวถือว่า “อุปสรรคคือความสำเร็จ” เมื่อคิดได้เช่นนี้แผนที่ได้ร่วมคิดและร่วมวางแผนมาอย่างเป็นระบบ ก็จะก่อให้เกิดสัมฤทธิ์ผลต่อการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เช่น มีคะแนนการจัดอันดับการประเมินในระดับนานาชาติที่ดีขึ้น เป็นต้น


เน้นวิเคราะห์จุดแข็งและโอกาสที่มีอยู่ เพื่อความก้าวหน้าในการทำงาน

ตามหลักการวางแผนโดยทั่วไป ใช้หลักวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) ในการทำงาน แต่เห็นว่าควรเน้นวิเคราะห์จุดแข็งและโอกาสที่มีอยู่ เพื่อความก้าวหน้าในการทำงาน ส่วนจุดอ่อนและอุปสรรค ก็เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขควบคู่กันไป เช่น การพัฒนาด้านเศรษฐกิจจำเป็นต้องมีแผนการเรียนธุรกิจ ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้จัดทำแผนการเรียนธุรกิจสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 5 ใน 14 วิชา 18 บทเรียน เพื่อปูพื้นฐานด้านธุรกิจให้กับนักเรียน เป็นต้น


ให้มีการทบทวนและวิจัยในการทำงาน

งานวิจัย ถือเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของการทำงานในยุค THAILAND 4.0 ที่จะต้องพัฒนาด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และงานวิจัย นอกจากนี้การวิจัยยังช่วยแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ด้วย

ส่วนโพลสำรวจความคิดเห็น ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยสะท้อนมุมมองการทำงานของภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การสำรวจความพึงพอใจโครงการจัดการศึกษาในพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของกลุ่มตัวอย่างนักเรียนนักศึกษา ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการความมั่นคง ตลอดจนครู รวมกว่า 500 คน พบว่า มีความพึงพอใจระดับมาก ร้อยละ 31 มีความพึงพอใจระดับปานกลาง ร้อยละ 54 และยังได้รับข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินโครงการต่อไปด้วย จึงทำให้เชื่อได้ว่าการใช้วิธีการสำรวจสอบถามความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง จะสามารถช่วยพัฒนาโครงการและแผนงานได้เป็นอย่างดี


ฝากให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ

ขอให้ทุกคนพยายามติดตามข้อมูลข่าวสาร สถานการณ์ ความเป็นไป ทั้งภายในจังหวัดและในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งวิทยาการใหม่ ๆ นโยบายและแผนงานของรัฐบาล ระบบไอทีและนวัตกรรมต่าง ๆ การค้าการลงทุน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกลมกลืน เป็นการมองไปข้างหน้าที่จะเป็นประโยชน์กับการวางแผนการทำงานต่อไป


สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน ประกอบด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายอำนาจ วิชยานุวัติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ, นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายเชิดศักดิ์ ศรีศักดิ์วิชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, ศึกษาธิการภาค, ศึกษาธิการจังหวัด, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษาจาก 35 จังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ โดยมี ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, พ.อ.ดร.ขจรศักดิ์ ไทยประยูร จากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รวมทั้งคณะวิทยากรจากมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นวิทยากรตลอดการประชุม


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
14/9/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  485 มอบนโยบาย ผอ.สพท.แต่งตั้งใหม่ ที่นครนายก
  478 ปิดและมอบวุฒิบัตรการอบรมรวมพลังสร้างสรรค์ทีม (MOE One Synergy Program) ที่ CPLI
  477 ประชุมทบทวนแผนงานภารกิจการจัดการศึกษาฯ จ.กาญจนบุรี
  475 การอบรมครูวิทยากรโรงเรียนคุณธรรม
  471 นำผู้ปกครองเข้าเยี่ยมนักเรียนโครงการครอบครัวอุปถัมภ์
  469 เปิดการอบรมรวมพลังสร้างสรรค์ทีม (MOE One Synergy Program) ที่ CPLI
  468 บรรยายศาสตร์พระราชา ที่ รร.บรมราชินีนาถราชวิทยาลัย จ.ราชบุรี
  461 เวิร์คช็อปทบทวนปรับแผนยุทธศาสตร์การศึกษาพื้นที่พิเศษ 35 จังหวัด ที่นครนายก
  445 เปิดงาน H.O.M.E.บ้านรักษ์โลก
  442 พบปะหารือ กพฐ.ชุดใหม่
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ