.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 522/2560
รมช.ศธ.เปิดโครงการ
“สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา” ที่นครนายก


จังหวัดนครนายก - พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการ “สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา” เมื่อวันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2560 ณ โรงแรมชลพฤกษ์ รีสอร์ท โดยมีนักเรียน 2 โครงการ จากโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และโครงการห้องเรียนกีฬา เข้าร่วมจำนวน 1,497 คน และได้รับเกียรติจาก พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมในพิธีเปิด โดยนายพีรพล เอื้ออารียกูล (แชมป์) พิธีกรรายการกีฬาชื่อดัง ได้ร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนในโครงการ

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวในพิธีเปิดว่า ในนามของกระทรวงศึกษาธิการ มีความภาคภูมิใจอย่างที่สุดที่ได้มาเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ ถือเป็นความประทับใจที่ดีงามและน่าจดจำ ที่ได้มาพบกับนักเรียนจากโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และโครงการห้องเรียนกีฬา จึงใช้โอกาสนี้สร้างการรับรู้ความเข้าใจในการนำกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษาตามนโยบายรัฐบาล

"โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้" เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาที่มีดำริให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณานำการกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 ในโปรแกรมวิทย์-กีฬา และศิลป์-กีฬา ที่จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านกีฬาให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความสามารถด้านกีฬาควบคู่กับวิชาการในแผนการเรียนดังกล่าว หลังจากนั้นได้มีการประเมินความพึงพอใจของประชาชนในพื้นที่ แล้วจึงขยายผลโครงการไปสู่อำเภออื่น ๆ เพิ่มเติมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้มีทั้งหมด 8 โรงเรียน นักเรียน 900 กว่าคน โดยนักเรียนชั้น ม.6 รุ่นแรก จำนวน 91 คน กำลังจะจบการศึกษาในภาคเรียนหน้า ซึ่งนักเรียนเหล่านี้สามารถเลือกเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาหรืออาชีวศึกษาด้วยทุนรัฐบาลได้อีกด้วย

เมื่อนำความสำเร็จของโครงการสานฝันฯ รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ขยายผลการดำเนินงานออกไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน จึงได้เกิดเป็น  "โครงการห้องเรียนกีฬา" ซึ่งมีลักษณะพิเศษ คือ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียนที่มีความรู้พื้นฐานทางวิชาการค่อนข้างดี มีทักษะความสามารถด้านกีฬา และมีรูปร่างสูงร่างกายแข็งแรง เพื่อวางแผนการผลิตนักกีฬาในระดับชาติเข้าสู่การแข่งขันในระดับสากลได้อย่างไม่เสียเปรียบในเรื่องของรูปร่างและทักษะความสามารถ  โดยเริ่มต้นโครงการห้องเรียนกีฬา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 เป็นต้นไปใน 4 จังหวัด ที่จังหวัดสุโขทัย มหาสารคาม กระบี่ และภาคเรียนถัดไปที่สมุทรสาคร โดยความร่วมมือของสถาบันการพลศึกษาในจังหวัดนั้น ๆ เพื่อเสริมสร้างวิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการ

เมื่อดำเนินการโครงการห้องเรียนกีฬาจนมีความก้าวหน้าที่มีคุณภาพไปได้ 1 ปี  สพฐ.ได้มีการสำรวจความต้องการของประชาชน และเสนอให้มีการขยายเพิ่มเติมเพื่อให้ทั่วถึงในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศให้มากขึ้น รวมทั้งเพิ่มระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นด้วย จึงได้ขยายผลการดำเนินงานโครงการห้องเรียนกีฬาเพิ่มเติมไปอีก 4 จังหวัด 5 โรงเรียน ที่จังหวัดชัยภูมิ (ซึ่งมีประเภทกีฬาบาสเก็ตบอลเพิ่มเติมด้วย) อุดรธานี เพชรบูรณ์ และชุมพร  ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการคัดเลือกนักเรียนเข้าร่วมโครงการแล้ว

ทั้งนี้ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการห้องเรียนกีฬา เป็นนักเรียนทุนการศึกษาของรัฐบาล และนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะได้โควต้าที่นั่งเรียนในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติตามความสมัครใจ ถือเป็นความตกลงการทำงานร่วมกันของรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

โครงการทั้งสองได้สอนให้นักเรียนทุกคนมีระเบียบวินัย มีน้ำใจ เป็นคนดี มีความรู้ และเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งปีที่ผ่านมาก็ได้จัดกิจกรรมทัศนศึกษาให้กับนักเรียนทั้งสองโครงการในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อให้นักเรียนได้มาพบปะกันและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยใช้การเล่นกีฬาซึ่งเป็นความถนัดทั้งสองประเภท รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้พหุวัฒนธรรมตามคำกล่าวที่ว่า "รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย อยู่ภาคไหน ๆ ก็ไทยด้วยกัน เชื้อสายประเพณี ไม่มีขีดขั้น อยู่ใต้ธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย" นั่นหมายถึงไม่ว่าเราจะมาจากที่ไหน นับถือศาสนาใด มีประเพณีใด ก็เป็นคนไทยด้วยกัน จึงขอให้นักเรียนนำสิ่งที่เป็นความดีงามของแต่ละภาคแต่ละท้องถิ่น มาเผยแพร่และแลกเปลี่ยนแสดงให้เพื่อนที่อยู่ในภาคอื่นได้เรียนรู้ความดีงามของแต่ละภาคด้วย

สิ่งดี ๆ เหล่านี้ คือความเป็นมาของทั้งสองโครงการ คือ "โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้" ซึ่งปัจจุบันมี 8 โรงเรียนเข้าร่วมโครงการ และ "โครงการห้องเรียนกีฬา" ซึ่งมี 9 โรงเรียนจาก 8 จังหวัดเข้าร่วมโครงการ

พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า คนไทยทุกคนโชคดีที่สุดที่ได้มีโอกาสเกิดและอยู่แผ่นดินไทย "การสืบสานศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" คือความมุ่งหวังของรัฐบาล และมีความมุ่งหวังที่จะเห็นความสำเร็จความก้าวหน้าตามคำขวัญของโครงการที่ว่า “เส้นทางสู่ฝัน สรรค์สร้างแรงบันดาลใจ นักกีฬาไทยสู่สากล”

จึงได้น้อมนำพระบรมราโชวาทในวันเปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียนประจำปี วันที่ 28 พฤศจิกายน 2504 ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเผยแพร่ให้นักเรียนในโครงการได้รับฟังโดยทั่วกัน ความว่า "...การกีฬานั้นนับเป็นอุปกรณ์การศึกษาที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นการกล่อมเกลาให้เด็กมีจิตใจอดทน กล้าหาญ รู้แพ้ รู้ชนะ ปลูกฝังพลานามัยให้แข็งแรง เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เด็กเป็นผู้มีสมรรถภาพ ทั้งในทางจิตใจและร่างกาย เป็นผลสืบเนื่องไปถึงการเป็นพลเมืองของชาติ อันเป็นยอดแห่งความปรารถนา..."

นอกจากนี้ ฝากให้นักเรียนทุกคนน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ไปสู่การปฏิบัติ คือ การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง, มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-มีคุณธรรม, มีงานทำ-มีอาชีพ และเป็นพลเมืองดี

ขอให้ทุกคนเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่ แข่งขันกีฬาอย่างสุภาพด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา เสริมสร้างมิตรภาพและความสามัคคี และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนและร่วมมือกันจัดกิจกรรมที่มีประโยชน์เช่นนี้ และขอบใจนักเรียนทุกคนที่ตั้งใจทำความดีให้เกิดขึ้นต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติทั้งวันนี้และในวันข้างหน้า

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สพฐ. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติด้วยการนำกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยได้จัดโครงการ "สานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้" จำนวน 8 โรงเรียน คือ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ยะลา, โรงเรียนรือเสาะชนูปถัมภ์, โรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา, โรงเรียนนาทวีวิทยาคม, โรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี, โรงเรียนละงูพิทยาคม, โรงเรียนเบตง วีระราษฎร์ประสาน และโรงเรียนสุวรรณไพบูลย์

รวมทั้งโครงการ "ห้องเรียนกีฬาใน 4 ภูมิภาค" จำนวน 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย กระบี่, โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม, โรงเรียนสารคามพิทยาคม และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ สมุทรสาคร และจะเปิดเพิ่มเติมอีก 5 โรงเรียน 4 จังหวัด ได้แก่ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ชัยภูมิ, โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย เพชรบูรณ์, โรงเรียนอุดรพัฒนาการ และโรงเรียนราชินูทิศ 2 จังหวัดอุดรธานี, และโรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา จังหวัดชุมพร ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 เป็นต้นไป

สำหรับการจัดกิจกรรมโครงการ “สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา” ในครั้งนี้ ได้ส่งเสริมการจัดหลักสูตรบูรณาการวิชาการและการกีฬา สำหรับนักเรียนที่มีความสามารถด้านกีฬาควบคู่กับวิชาการ โดยได้นำนักเรียนทั้งสองโครงการดังกล่าวจำนวน 1,497 คน มาเข้าร่วมกิจกรรม ระหว่างวันที่ 5-9 ตุลาคม 2560 ที่จังหวัดนครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้พหุวัฒนธรรม การแข่งขันกีฬาสร้างมิตรภาพและสร้างความสามัคคี และเรียนรู้ศาสตร์พระราชา โดยมีกิจกรรม อาทิ การแข่งขันฟุตบอลและวอลเลย์บอลหญิง, การศึกษาดูงานและนิทรรศการเกี่ยวกับศาสตร์พระราชา, เยี่ยมชมเขื่อนขุนด่านปราการชล ศูนย์ภูมิรักษ์ และโรงเรียนเตรียมทหาร, การเข้าฐานผจญภัย, การแลกเปลี่ยนเรียนรู้พหุวัฒนธรรม เป็นต้น

ทั้งนี้ คาดหวังว่านักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับพหุวัฒนธรรมและสร้างมิตรภาพ ความรัก ความสามัคคี ผ่านกิจกรรมกีฬาฟุตบอลและวอลเลย์บอล พร้อมทั้งเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยการใช้กีฬาเป็นสื่อในการแก้ปัญหาสังคม สร้างลักษณะนิสัยให้มีน้ำใจนักกีฬา พัฒนาความรู้และทักษะจนสามารถประกอบอาชีพได้

ภายหลังพิธีเปิด นายพีรพล เอื้ออารียกูล (แชมป์) ได้พบปะกับนักเรียนโครงการเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ โดยได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานในช่วงเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การเป็นพิธีกร ผู้ประกาศข่าว คอลัมนิสต์ นักร้อง ฯลฯ โดยได้ฝากให้นักเรียนให้ความสนใจภาษาต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากหากจะก้าวไปเป็นนักกีฬาชั้นนำในอนาคต

นอกจากนี้ ได้ให้ข้อคิด เช่น "โอกาสเหมือนไอติม ไม่ชิมจะละลาย" และฝาก 3 คำที่เป็นพลัง ก่อนจะทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเล่นกีฬาหรือเรื่องใด ๆ คือ "เดี๋ยว ก็ จบ" เพื่อให้น้อง ๆ มีความกล้า ตัดสินใจที่จะทำ โดยพยายามทำตัวให้แตกต่าง ไม่ว่าจะทำอาชีพใดก็ตาม รวมทั้งฝากเรื่องการวางตัว การดูแลตนเอง บุคลิกภาพเป็นสิ่งสำคัญมาก และอย่าใช้มือถือเยอะเกินไป เพราะจะเป็นการรบกวนสมาธิในการเรียนและการเล่นกีฬา และยังย้ำตอนท้ายด้วยว่า "เวลามีความสุขอย่าเซ็นสัญญา เวลาโมโหอย่าเขียนจดหมาย"


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, ปรียาพร โพธิรินทร์: ถ่ายภาพ
6/10/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  521 รมช.ศธ.ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรม
  519 โครงการค่ายองค์รวม ตามรอยพ่อ
  518 พบปะสนทนากับนักเรียนกลุ่ม รร.ในนครปฐม
  513 ลงนามพัฒนาครู Boot Camp เป็น 15 ศูนย์
  507 นายกฯมอบนโยบาย "มิติการศึกษา พัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ที่ชลบุรี
  505 แลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอผลการดำเนินงาน รร.คุณธรรม
  504 เปิดประชุมสัมมนา "มิติการศึกษา พัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ที่ชลบุรี
  502 สัมมนาการพัฒนาคุณธรรมในสถานศึกษา สร้างคนดีด้วยวิถีคุณธรรม
  499 เปิดอบรมสร้างเยาวชนต้นแบบ ที่นครปฐม
  489 บรรยายครูในอุดมคติให้กับ ผอ.สพท.ใหม่ ที่นครนายก
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ