.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 621/2560
ทปอ.มรภ.38 แห่ง เข้าพบองคมนตรีและผู้บริหาร ศธ. เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ


ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) รวมทั้งอธิการบดี/รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งทั่วประเทศ เข้ารับฟังข้อเสนอแนะและแนวทางจัดการศึกษาจากองคมนตรีทั้ง 3 ท่าน (พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, นพ.เกษม วัฒนชัย, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ) รวมทั้งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร) เมื่อวันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2560 ณ ทำเนียบองคมนตรี บริเวณพระราชอุทยานสราญรมย์  โดย ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เข้าร่วม

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า ได้เสนอแนะแนวทางการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1) การทำงานต้องมีตัวชี้วัด ฐานข้อมูล และเป้าหมายชัดเจน  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชดำรัสตรัสกับคณะองคมนตรีและคณะรัฐมนตรี เมื่อครั้งเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพระองค์ทรงมีข้อเสนอแนะในการทำงานต่าง ๆ ต้องมีตัวชี้วัด (KPI) มีฐานข้อมูล และมีเป้าหมายในการดำเนินงานที่ชัดเจน เช่น การของบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยราชภัฏให้มีความสมบูรณ์ อาทิ การระบุว่ามีจำนวนนักเรียนกี่คน, เปิดทำการเรียนการสอนในสาขาวิชาใดบ้าง, เมื่อจบการศึกษาแล้วนักศึกษาไปประกอบอาชีพอะไร หรือได้ทำงานอยู่ในท้องถิ่นตามเป้าหมายของมหาวิทยาลัยราชภัฎที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อท้องถิ่นหรือไม่ เนื่องจากฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยราชภัฏปัจจุบันยังไม่ครบถ้วน ในขณะที่ฐานข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรามีทิศทางในการดำเนินงาน สามารถวางแผนการทำงานในด้านต่าง ๆ ได้ต่อไป

2) การอบรมครูโดยใช้คูปองครู  ซึ่งเป็นการพัฒนาครูประจำการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่เน้นแบบ Professional Learning Community (PLC) เพื่อพัฒนาตนเอง ด้วยการลงทะเบียนเข้ารับการอบรมและนับชั่วโมง สอดคล้องกับการเปลี่ยนระบบในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ที่ไม่มุ่งเน้นการทำผลงาน จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่ผ่านการพิจารณาของสถาบันคุรุพัฒนา สามารถเข้ามาจัดหลักสูตรอบรมได้ ซึ่งพบว่าขณะนี้มีครูลงทะเบียนเข้าอบรมกว่า 320,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ของครูทั้งหมด โดย ศธ. จัดสรรงบประมาณสำหรับคูปองครู เพื่อให้ครูไปเลือกเข้ารับการอบรมประมาณ 3-4 พันล้านบาทต่อปี ดังนั้น หากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง สามารถจัดหลักสูตรอบรมที่มีคุณภาพ ซึ่งนอกจากจะเป็นรายได้เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีส่วนช่วยพัฒนาหลักสูตรทั้งระบบให้มีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งครูก็มีกิจกรรมการอบรมที่มีคุณภาพหลากหลายมากขึ้นอีกด้วย

3) การยกระดับภาษาอังกฤษครั้งใหญ่ด้วยการจัดตั้งศูนย์การอบรมภาษาอังกฤษแบบเข้ม หรือ Boot Camp ซึ่งเป็นโครงการอบรมครูรูปแบบใหม่ที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการร่วมกับ British Council ปัจจุบันมีจำนวน 18 ศูนย์ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ แต่ระยะต่อไปจะขยายการตั้งศูนย์ Boot Camp ไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยดำเนินการในลักษณะของการทำ G2G ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏกับ British Council โดยตรง นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏอาจใช้ประโยชน์ในส่วนนี้ เช่น ส่งนักศึกษาที่จะเป็นครูภาษาอังกฤษในอนาคตเข้าศึกษาเรียนรู้วิธีการสอนภาษาอังกฤษรูปแบบใหม่กับ British Council เพื่อให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏได้เรียนรู้วิธีการสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่ ถือเป็นการพัฒนาคุณภาพครูร่วมกัน

4) ความร่วมมือด้านการศึกษากับฟินแลนด์ โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณการทำวิจัยในรูปแบบ Action Research ซึ่งฟินแลนด์จะเข้ามาช่วยพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีกด้วย

5) การพัฒนาท้องถิ่น ขณะนี้มีโรงเรียนโครงการสานพลังประชารัฐ ซึ่ง สพฐ.ดำเนินการร่วมกับ 12 ภาคเอกชนที่สนับสนุนโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) (Basic Education and Human Capital Development) ซึ่งขณะนี้กำลังพัฒนาโรงเรียนประชารัฐ 3,351 โรงเรียน และจะเพิ่มมากขึ้นในปีต่อไป จึงต้องการให้มหาวิทยาลัยราชภัฎเข้ามาช่วยเป็น School Partner เพื่อร่วมกันพัฒนาให้ครูได้ประสบการณ์จริงในเรื่องของการเข้าไปเติมเต็มการพัฒนาโรงเรียนของโครงการซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง สามารถร่วมมือกับสำนักงาน กศน. ในการนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในการสร้างอาชีพให้ประชาชนทุกกลุ่มให้มากขึ้น รวมทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ  ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณเพิ่มเติมด้วย

6) การส่งเสริมคุณธรรมให้กับผู้เรียน  คุณธรรมไม่ได้เกิดจากการที่ให้เด็กนั่งฟังการบรรยายในห้องเรียน แต่เกิดจากการจัดกิจกรรมที่ให้เด็กออกไปทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องง่ายที่สามารถดำเนินการได้โดยไม่ใช้เงินมหาศาล รวมทั้งการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณธรรมในสถานศึกษา ซึ่งทุกศาสนาสามารถเข้าร่วมโครงการได้ ที่สำคัญคือมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งควรเป็นสถาบันคุณธรรม

7) โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น  ขณะนี้มีนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเข้าร่วมโครงการนี้จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำเร็จในการผลิตผู้เรียนของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาที่มีนักศึกษาผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นได้มากที่สุดในประเทศ รองลงมาเป็น มศว ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่สำคัญ เพื่อให้ได้ครูเก่ง ๆ เข้ามาในระบบการศึกษา เป็นการทดแทนอัตรากำลังครูที่จะเกษียณอายุในอีก 10 ปีข้างหน้ากว่า 270,000 คน อีกด้วย

สำหรับการพบปะหารือครั้งนี้ องคมนตรีได้เสนอแนะแนวทางดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏ เช่น ขอให้น้อมนำแนวพระราชดำริและพระราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 5 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นแนวทางปฏิบัติ นอกจากนี้ ได้เน้นในเรื่องมาตรฐานทางการศึกษาที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่มากระหว่างโรงเรียนชุมชนเมืองกับพื้นที่ชนบทห่างไกล, กองทุนการศึกษา, การยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น, การศึกษาคือการสร้างความมั่นคงของชาติ, การตรวจติดตามประเมินผลของสถาบันการศึกษาที่จะต้องมีรายการตรวจประเมิน (Checklist) ที่ชัดเจน, ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นของ มรภ., การทำงานที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์จังหวัด เพื่อสร้างความเข้มแข็งร่วมกันภายในจังหวัด, การต่อยอดภูมิปัญญาหรืออัตลักษณ์ของท้องถิ่นที่ไม่เน้นเพียงแค่การรักษาไว้เท่านั้น แต่ควรวางแผนดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนา เป็นต้น


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/เรียบเรียง
PHOTO CREDIT:
อิทธิพล รุ่งก่อน, ปกรณ์ เรืองยิ่ง
กลุ่มสารนิเทศ สป. และกลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.: รายงาน

29/11/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุดของรัฐมนตรี

   
  600 การประชุมการศึกษาเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน
  597 บรรยายวิทยากรแกนนำระดับอำเภอ (ครู ก.)  รุ่นที่ 1
  593 ประชุม คกก.ส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ 2/2560
  590 ศธ.ทบทวนการให้บริการอินเทอร์เน็ตในสถานศึกษา
  588 ยูเนสโกประกาศยกย่องกำพล วัชรพล เป็นบุคคลสำคัญของโลก
  565 ร้อยดวงใจเชิดชูเกียรติฯ ทวี บุณยเกตุ
  557 ศธ.ขอบคุณข้าราชการ จนท. ร่วมจัดพิธีถวายดอกไม้ถวายจันทน์อย่างสมพระเกียรติ
  556 ศธ.จัดพิธีถวายดอกไม้ถวายจันทน์ของประชาชน
  546 แถลงข่าวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันดาราศาสตร์ฯ โอลิมปิก ที่ภูเก็ต
  541 ผลประชุมองค์กรหลัก 35/2560
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ