.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 585/2560
การประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 4 (CONNEXT ED Open House 2017 Show & Share)


กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จับมือ 12 องค์กรเอกชนชั้นนำ เดินหน้าสานพลังประชารัฐ CONNEXT ED  เผย 711 ผู้นำรุ่นใหม่ฉายแววโดดเด่น ร่วมเป็น School Partners ในการขับเคลื่อนโรงเรียนประชารัฐในปีแรกทั้ง 3,351 โรงเรียนจนสัมฤทธิ์ผล ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพคน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์หลักโครงสร้างการขับเคลื่อนประเทศ


Photo Credit: CONNEXT ED

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ คณะทำงานสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) (Basic Education and Human Capital Development) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 4 (CONNEXT ED Open House 2017 Show & Share) เมื่อวันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน, ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ผู้แทนจากภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ตลอดจนผู้นำรุ่นใหม่จากภาคเอกชน (School Partners) 711 คน เข้าร่วมงาน

รมว.ศธ.ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำสิ่งถูกต้องดีงาม สร้างประวัติศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาไทย

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ กล่าวว่า โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้คณะทำงานสานพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ ภาคเอกชน 12 องค์กร และภาคประชาสังคม โดยการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะสิ่งที่เราร่วมกันทำในตอนนี้อาจจะยังไม่เห็นผลในทันที แต่ในอนาคตข้างหน้าการปฏิรูปการศึกษาด้วยความร่วมมือของประชารัฐในครั้งนี้จะคงอยู่อย่างยั่งยืน

สำหรับการปฏิรูปการศึกษานั้น หากทำการศึกษาจริง ๆ จะพบว่าการปฏิรูปมี 3 ระดับ คือ “เร็ว-กลาง-ช้า” กล่าวคือ การปฏิรูปที่จะเห็นผลอย่างเร็วที่สุดจะใช้เวลาประมาณ 10 ปี ถ้าเห็นผลในระดับกลางจะใช้เวลาประมาณ 20 ปี และหากเห็นผลอย่างช้าจะใช้เวลาประมาณ 30 ปี เช่นเดียวกับประเทศที่ประสบผลสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษา เช่น ฟินแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ดังนั้น เราต้องย้อนกลับไปดูว่าเมื่อประมาณ 10-15 ปีที่แล้ว ประเทศเหล่านี้ได้ทำอะไรที่ทำให้การปฏิรูปการศึกษาจนกระทั่งประสบผลสำเร็จในทุกวันนี้

แนะแนวคิดสำคัญที่สามารถนำไปปรับใช้ในการปฏิรูปการศึกษา

นพ.ธีระเกียรติ ได้ยกประเด็นตัวอย่างที่การปฏิรูปการศึกษาของไทยควรนำมาศึกษาวิเคราะห์และปรับใช้ เช่น

  • McKinsey Global Institute: MGI ซึ่งได้ทำการศึกษาระบบของโรงเรียนใน 20 ประเทศ ได้ข้อสรุปว่า ประเทศที่ปฏิรูปการศึกษาสำเร็จ จะมีปัจจัยที่สำคัญ 3 สิ่ง คือ 1) การกระตุ้นจากภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากวิกฤตการณ์ทางการเมือง (Political Crisis) หรือมีผลการประเมินที่ชี้ให้เห็นชัดเจน เช่น ผลคะแนน PISA อยู่ในระดับต่ำ เป็นต้น 2) มีทิศทางและมีการนำที่ชัดเจน 3) มีเป้าหมายที่บรรลุได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเป้าหมายที่จะทำคืออะไร

  • คำกล่าวของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่เคยกล่าวไว้ว่า หากต้องการให้ประเทศเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ควรมี 3 สิ่งที่จำเป็น คือ 1) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 2) การมีกลไกการตลาดที่ดี 3) การมีระบบเงินทุนที่เข้มแข็ง

  • ปัญหาการศึกษาที่มีคุณภาพต่ำปัจจุบัน มีสาเหตุมาจากความเหลื่อมล้ำ ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องให้คนที่มีคุณภาพเข้ามาสอน โดยให้ครูและผู้บริหารที่เก่ง ๆ เข้าไปสอนและบริหารงานในโรงเรียนอ่อน จะทำให้ผลการศึกษาดีขึ้น เพื่อลดช่องว่างของการเหลื่อมล้ำดังกล่าว

สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาปรับใช้ในการปฏิรูปการศึกษาได้ทั้งสิ้น ย้ำด้วยว่าการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทยนั้น ประชาชนไม่ได้สนใจว่าเมื่อปฏิรูปแล้วจะมีโครงสร้างการบริหารงานเป็นอย่างไร แต่สนใจว่าลูกหลานจะได้รับการศึกษาที่ดีหรือไม่ หรือเด็กจะมีหนังสือเรียนดี ๆ หรือมีครูที่ดีมีคุณภาพ รวมทั้งจะเรียนต่อหรือมีงานทำได้อย่างไร

เผยความสำเร็จ CONNEXT ED เกิดจากความเอาจริง มีส่วนร่วม และมืออาชีพ

โครงการ CONNEXT ED ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการทำงานด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) นั้น  จึงเป็นการดำเนินงานที่เชื่อมโยงไปถึงตัวเด็กและครูจริง ๆ โดยทุกคนเป็นเจ้าของโครงการ ดังนั้น จึงขอให้การดำเนินงานในขั้นต่อไปควรมีระบบผู้นำอย่างยั่งยืนที่แท้จริง ตลอดจนขอให้ช่วยกันพัฒนาการศึกษาให้เด็กไทยมีทัศนคติที่ถูกต้อง, มีอุปนิสัยที่มั่นคง มีวินัย, มีงานทำ และเป็นพลเมืองดี ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้วย

ทั้งนี้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่

  • ารทำงานแบบ “เอาจริง” ของทุกฝ่าย ที่ตั้งใจกันทำงาน ไม่ให้เป็นเพียงโครงการที่ผ่านมาแล้วผ่านไปเหมือนไฟไหม้ฟาง โดยช่วงแรกภาครัฐเองยังไม่แน่ใจว่าภาคเอกชนจะเอาจริงแค่ไหน แต่ภาคเอกชนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าได้ตั้งใจทำมากกว่าเป็นการทำ Corporate Social Responsibility (CSR) เรื่องนี้จึงขอยกเครดิตให้ภาคเอกชนอย่างเต็มที่

  • ทุกคนจากทุกภาคส่วน “มีส่วนร่วม” ด้วยกันอย่างแท้จริง การปฏิรูปครั้งนี้ถือได้ว่าทำกันมาอย่างถูกทิศทาง เลือกทำในเรื่องสำคัญที่สุดที่มีองค์ความรู้

  • ทำงานด้วยความเป็น “มืออาชีพ” สังเกตได้จากการเตรียมงาน มีการเก็บข้อมูล การวัดพื้นฐาน การวัดผลความสำเร็จ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย เป็นเป้าหมายระยะยาวใช้เวลาหลายสิบปี แม้ยังไม่เห็นผลลัพธ์ในตอนนี้แต่ทุกคนยังร่วมกันทำงานอย่างเข้มแข็ง คงความเป็นมืออาชีพได้อย่างน่ายกย่อง

ขอบคุณ 12 บริษัทที่เข้ามาทุ่มทรัพยากรเพื่อร่วมปฏิรูปร่วมกัน

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวด้วยว่า ด้วยองค์ประกอบดังกล่าวนี้ มั่นใจว่าในอนาคตจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีแน่นอน เปรียบเสมือนเข็มชั่วโมงบนนาฬิกาที่เดินได้ เพราะเข็มวินาทีมุ่งหน้าเดินไปอย่างไม่หยุดหย่อน และทุกคนในวันนี้ก็คือฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปร่วมกันเพื่อให้เกิดภาพความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ จึงขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยกันทำงานเพื่อลูกหลานของเรา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วองค์กรของภาคเอกชนและภาคประชาสังคมสามารถอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องเข้ามาช่วยภาครัฐก็ได้ แต่ทั้ง 12 องค์กรภาคเอกชนและภาคประชาสังคมมีใจที่จะเข้ามาช่วย ด้วยการทุ่มทรัพยากรทั้งคนและงบประมาณ จึงขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะในที่สุดแล้วประโยชน์ที่เกิดจากโครงการนี้จะส่งผลต่อลูกหลานเราในอนาคต และทำให้ภาคเอกชนได้คนที่มีคุณภาพเข้าไปทำงานอีกด้วย

ตั้งเป้าหมายร่วมกัน ส่ง“ผู้นำรุ่นใหม่” (School Partner) ลงทำงานในพื้นที่

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน กล่าวว่า โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีเวทีให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือกัน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นประสานงานกับทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมานั้นทางภาคเอกชนดำเนินงานแบบต่างคนต่างทำ เป้าหมายยังไม่ชัดเจน อีกทั้งยังไม่มีเป้าหมายร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและเป้าหมายของประเทศ

โครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน หรือ CONNEXT ED ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 จึงตอบโจทย์ในเรื่องดังกล่าว โดยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา มีหลายส่วนที่มีความคืบหน้าไปมาก เช่น มีการลงนามความร่วมมือคณะทำงานในการคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ, การจัดทำตัวชี้วัดโรงเรียนประชารัฐ, การจัดทำเว็บไซต์ www.pracharathschool.go.th, MOU CONNEXT ED, การคัดเลือก School Partner, การจัดตั้งกองทุนโรงเรียนประชารัฐ, รวมทั้งเวิร์คช็อปมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4, มีการเชื่อมต่อ High Speed Internet แล้ว 1,294 โรงเรียน, การจัดทำแอพพลิเคชั่น Pracharath เป็นต้น

เผย 10 ยุทธศาสตร์หลักในการยกระดับและพัฒนาการจัดการศึกษาไทย

สำหรับการพัฒนาโรงเรียนประชารัฐ โครงการได้กำหนด 10 ยุทธศาสตร์หลักในการยกระดับและพัฒนาการจัดการศึกษาไทยตามมาตรฐานสากล (10 Strategic Transformation) คือ

1) Transparency ความโปร่งใสของข้อมูลสถานศึกษา

2) Market Mechanism กลไกการตลาดและการมีส่วนร่วมของชุมชน

3) Leadership Development การพัฒนาและส่งเสริมผู้นำรุ่นใหม่

4) Child Centric & Curriculum หลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้เด็กนักเรียนเป็นศูนย์กลาง

5) Digital Infrastructure การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา

6) High Quality Principals & Teachers หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน

7) English Language Capability การยกระดับทักษะความรู้ ความสามารถด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ รวมทั้งภาษาจีนด้วย

8) Health & Heart การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการมีจิตสาธารณะให้นักเรียน

9) Tax Incentive for Local & International Professor การสร้างมาตรฐานการจูงใจด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี และการมีส่วนร่วมของผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ

10) Technology Hub R&D ศูนย์กลางการศึกษาเทคโนโลยีแห่งอนาคตในระดับภูมิภาค

วางเป้าหมาย CONNEXT ED ปี 2018

แผนการดำเนินงาน CONNEXT ED ปี 2018 มีเป้าหมาย 5 เรื่องด้วยกัน คือ

  • ขับเคลื่อนเป้าหมายและ KPIs ร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียนจัดทำ School Grading โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ Poor-Fair-Good-Great-Excellent พร้อมทำตัวชี้วัดมาตรฐานโรงเรียนเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และยกระดับมาตรฐานโรงเรียนนั้นๆ ได้ อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับข้อเท็จจริง ซึ่งจะช่วยให้เกิดกลไกการแข่งขันในการยกระดับและพัฒนาตนเองโดยอัตโนมัติ

  • กลไกตลาด โดยเรื่องของประชารัฐเป็นตัวอย่างที่ดีของการเชื่อมโยงกลไกการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งจากส่วนกลางและในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ (Engagement) ผ่านการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Learning Center) เพื่อเชื่อมโยงภาคเอกชน ภาคประชาสังคม วัดในท้องที่ ผู้ปกครอง ชุมชน เข้าด้วยกัน นับเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนทุกภาคฝ่ายในระดับพื้นที่เพื่อให้โรงเรียนมีศักยภาพเพิ่มขึ้น

  • การพัฒนาและส่งเสริมผู้นำ เมื่อมีตัววัดผล มีระดับของโรงเรียน มีกลไกตลาดที่ต้องขับเคลื่อนแล้ว บุคคลสำคัญที่สุดคือกลุ่มผู้นำโรงเรียน โดยเฉพาะผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งจะมีการลงพื้นที่ทำงานร่วมกันและได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง

  • กระบวนการเรียนการสอน โดยเฉพาะเรื่อง PISA O-NET STEM เป็นต้น และที่สำคัญคือ Child Centric โดยตั้งเป้าหมายที่จะมีตัววัด Child Centric ที่ชัดเจน

  • การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะ Digital Technology ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้วางพื้นฐานไว้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้ต่อเนื่องและทั่วถึง และจะมีการมอบหมายโรงเรียนประชารัฐเพิ่มเติมอีกประมาณ 1,400 โรงเรียน รวมทั้งหมดประมาณ 4,700 โรงเรียน

นอกจากนี้ จะมีการวัดและประเมินผลการดำเนินงานทุก 6 เดือน เพื่อประเมินว่าโรงเรียนได้สร้างความเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมากน้อยเพียงใดตั้งแต่เริ่มเข้าโครงการ เพราะหากวัดความเปลี่ยนแปลงได้จะทำให้เห็น Best Practice ได้เช่นกัน อีกทั้งโรงเรียนประชารัฐถือเป็นกลไกการทดลองที่จะขยายผลไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่งด้วย

เผยความสำคัญความสำเร็จ อยู่ที่ 711 School Partners ลงพื้นที่ใน 3,351 โรงเรียน

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญคือการลงพื้นที่ของ School Partners ทั้ง 711 คน ที่ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในโรงเรียนประชารัฐ จำนวน 3,351 โรงเรียน ร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมทั้งประเมินผล KPIs ร่วมกัน ในปีแรกนี้เรียกว่า T0 และวัดผลทุกปีมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เห็นผลอย่างชัดเจน

ดังนั้น School Partner จึงถือเป็นกลไกและเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากในการเชื่อมโยงและทำให้เฟืองการทำงานขยับ จึงขอให้ School Partner ทุกคนมีความตั้งใจและอย่าละความตั้งใจที่ที่มีแต่แรก อีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของ School Partner คือ "การเชื่อมโยงสถานศึกษากับผู้ปกครองและชุมชน" เพราะตราบใดที่ผู้ปกครองและชุมชนยังไม่เชื่อว่าการศึกษาจะพัฒนาลูกหลานได้ การพัฒนาการศึกษาก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ

"ภาคประชาสังคม" แนะเพิ่มคุณธรรมจริยธรรมสร้างคนดีให้สังคม

ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้บริหารสูงสุดโรงเรียนสัตยาไส กล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษาว่า ประเทศไทยจะก้าวเดินไปเพียงลำพังไม่ได้ ควรร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นกับทุกประเทศ เช่น โรงเรียนสัตยาไสที่สร้างตัวอย่างอันเกิดประโยชน์มากมายทางการศึกษาให้คนอื่นได้มาเรียนรู้ร่วมกัน นำไปเป็นแนวทางเผยแพร่ต่อไป

นอกจากนี้ ดร.อาจอง ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับตัวอักษร E-Engineering ในคำว่า STEM โดยเสนอให้เปลี่ยนเป็น Ethics ซึ่งหมายถึงคุณธรรมจริยธรรมเนื่องจากเห็นว่าการสร้างคนดีนั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

ดร.วิทิต รัชชตาตะนันท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปัญญาประทีป ภาคประชาสังคม กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สิ่งที่เรากำลังร่วมมือกันขณะนี้ไม่ใช่เรื่องของผลประโยชน์ แต่เป็นความดีงามภายใต้การนำของกระทรวงศึกษาธิการและผู้นำภาคเอกชน จึงขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันทำสิ่งดีงามให้กับประเทศชาติ

หลากหลายความเห็นของภาคเอกชน : SCG-กลุ่มเซ็นทรัล-ธนาคารกรุงเทพ เดินหน้าลงพื้นที่ ใช้ School Partner เป็นกลไกหลัก

นายชลณัฐ ญาณารณพ รองผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน - CONNEXT ED ระยะแรกดำเนินการไปแล้ว 40 โรงเรียนในทุกจังหวัดที่มีโรงงาน SCG ตั้งอยู่ทั่วประเทศ ด้วยการทำงานของ School Partner 70 คนและมีแผนจะเพิ่มจำนวนอีกในระยะถัดไป

ด้านกลุ่มเซ็นทรัล ดร.ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบริหารทรัพยากรบุคคลและทุนมนุษย์ กล่าวว่า School Partner ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานกับโรงเรียนประชารัฐ ซึ่งบุคคลเหล่านี้สามารถต่อยอดให้เป็นผู้นำสังคมหรือองค์กรในอนาคตได้ พร้อมทั้งยืนยันว่ากลุ่มเซ็นทรัลจะสนับสนุนโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน - CONNEXT ED อย่างต่อเนื่องต่อไป

ขณะที่นางรัชนี นพเมือง รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ขณะนี้ได้ดำเนินโครงการฯ ไปแล้ว 207 โรงเรียน และมี School Partner ในพื้นที่ที่ใกล้ชิดชุมชนอย่างแท้จริงจึงได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนเป็นอย่างดี ตลอดจนผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนอยู่เสมอ ทำให้ผลการทำงานออกมาเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง

ปตท.ผุดโครงการพิเศษ “โรงเรียนไฟไม่ไหม้” ดูแลระบบไฟฟ้าโรงเรียนประชารัฐ

ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ผู้แทนประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พูดถึงโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน - CONNEXT ED ว่าที่ผ่านมาในเฟสแรกดำเนินการไป 42 โรงเรียนแล้ว พบว่ามีความก้าวหน้าอย่างดี ซึ่งปีต่อไปมีแผนจะรับเพิ่มเป็น 80 โรงเรียน ทั้งนี้จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในโรงเรียนประชารัฐคือปัญหาไฟไหม้โรงเรียน โดยมีหลายโรงเรียนที่ระบบไฟฟ้าไม่ปลอดภัย ขาดการซ่อมบำรุง ซึ่งโดยปกติแล้วสายไฟจะมีอายุประมาณ 30 ปี ที่น่าตกใจคือมีบางโรงเรียนที่ตรวจแล้วพบว่าพร้อมจะเกิดไฟไหม้ได้ตลอดเวลา เนื่องจากสายไฟฟ้าแรงสูงที่ส่งกระแสไฟเข้าสู่โรงเรียนนั้นขันไม่แน่น ขณะที่สายไฟอีกเส้นหนึ่งไหม้ไปแล้วครึ่งเส้นและอยู่ในบริเวณที่ติดไฟได้ง่าย กลุ่ม ปตท.จึงจัดโครงการพิเศษขึ้นมาชื่อว่า “โรงเรียนไฟไม่ไหม้” โดยส่งวิศวกรจากโรงงานของ ปตท.เข้าไปตรวจสอบระบบไฟฟ้าของโรงเรียนและให้นักศึกษาอาชีวศึกษารีบเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหา ทั้งยังฝากถึงทุกคนว่า "โรงเรียนคือสมบัติของชาติ" ขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยกันตรวจสอบดูแลอย่างเข้มแข็ง ให้เกิดความยั่งยืน

ภาคเอกชนยืนยัน พร้อมผนึกกำลัง CONNEXT ED สู่ปีที่ 2 อย่างต่อเนื่อง

ผู้แทนของภาคเอกชนหลายหน่วย พร้อมขับเคลื่อน CONNEXT ED สู่ปีที่ 2 โดยตัวแทนธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) ใช้หลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ในการทำงาน โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพของครู

กลุ่มบริษัทน้ำตาลมิตรผล กล่าวว่า ได้ร่วมกับโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดฝึกอบรมและพัฒนาครูรวมถึงจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อสอนกิจกรรมเสริมหลักสูตรวิชาชีพด้วย ขณะที่กลุ่ม บมจ.ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป พบปัญหานักเรียนออกกลางคันจำนวนมาก จึงเน้นการแนะนำทำความเข้าใจเกี่ยวกับสายอาชีพให้กับนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้

ในส่วนของ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ ร่วมส่งเสริมการทำบัญชีครัวเรือนและการทำมาหากินโดยเน้นให้เด็กลงมือทำด้วยตนเอง บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ใช้โจทย์ใหญ่คือ ทำอย่างไรให้คนในชนบทเป็นคนดี แล้วผันจากคนดีเป็นคนเก่ง และ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ได้ร่วมส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการอยู่รอดอย่างยั่งยืนในชุมชน ซึ่งทุกภาคส่วนต่างใช้องค์ความรู้ที่มีมาร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาไทย เพื่อสร้างอนาคตให้กับลูกหลานไทยในวันข้างหน้า

 

โครงการสานพลังประชารัฐ
ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5)
(Basic Education and Human Capital Development)

จุดเริ่มต้นโครงการสานพลังประชารัฐ เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือ 3 ภาคส่วนหลัก คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อตอบโจทย์ประเทศใน 3 ด้าน คือ การลดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาคุณภาพคน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

แนวทางการทำงานสานพลังประชารัฐ แบ่งออกเป็น 12 คณะในการขับเคลื่อน ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ มีปัจจัยที่สนับสนุนโครงการสานพลังประชารัฐ จำนวน 2 คณะ คือ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ (E2) และด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5)

กลไกการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนของ CONNEXT ED ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการทำงานด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) นั้น แบ่งออกเป็น 3 ภาคส่วน คือ ภาครัฐ โดยกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนภาคเอกชน นำโดย 12 บริษัทผู้ก่อตั้งโครงการ และภาคประชาสังคม เช่น ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา, ดร.วิทิต รัชชตาตะนันท์, ดร.คุณหญิง สุชาดา กีระนันทน์ เป็นต้น

แนวทางดำเนินงาน CONNEXT ED  ภาครัฐ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานไปยัง 225 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทความร่วมมือในระดับพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยได้ร่วมมือกับภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ซึ่งมี 12 บริษัทเอกชนชั้นนำของไทยที่ได้ริเริ่มก่อตั้งโครงการ CONNEXT ED (12 Founding Members) ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทมิตรผล-บ้านปู บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนา "ผู้นำรุ่นใหม่" (School Partner) จำนวน 711 คน ที่จะนำศักยภาพของบุคลากรแต่ละองค์กร และพร้อมลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงใน" โรงเรียนประชารัฐ" ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และผลักดัน 10 ยุทธศาสตร์หลักในการยกระดับการจัดการศึกษาไทยแต่ละพื้นที่ก้าวสู่มาตรฐานสากล

โดยในระยะแรก มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 3,351 โรงเรียน จากทุกตำบลทั่วประเทศ มีครูที่เกี่ยวข้องจำนวน 36,397 คน ครอบคลุมห้องเรียนประชารัฐ 39,829 ห้องเรียน ที่มีอุปกรณ์และสื่อ ICT ที่พร้อมเชื่อมโยงทุกองค์ความรู้สู่การเรียนการสอนแบบ Child Centric และที่สำคัญที่สุดคือจะเกิดความเชื่อมโยงไปยังนักเรียนในโครงการกว่า 749,349 คน ที่จะได้รับการพัฒนาศักยภาพในทุกด้านสู่การเป็นเด็กดีและเด็กเก่ง

 

ปารัชญ์ ไชยเวช, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: สรุป
บัลลังก์ โรหิตเสถียร: เรียบเรียง
ปกรณ์ เรืองยิ่ง, อิทธิพล รุ่งก่อน,
กิตติกร แซ่หมู่: ถ่ายภาพ
13/11/2560

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร. และ
กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป. : รายงาน

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
   
  584 พบปะสนทนานักเรียนลำปางกัลยาณี
  580 พบปะให้กำลังใจนักเรียนห้องเรียนกีฬา ที่อุดรธานี
  578 ขอลูกหลานลำพูนน้อมนำศาสตร์พระราชาเป็นต้นแบบดำรงชีวิต
  574 พบปะสนทนาที่ รร.สตรีวิทยา 2
  571 พบปะสนทนาที่ รร.ไชยฉิมพลีวิทยาคม
  568 พบปะสนทนานักเรียนแก่นนครวิทยาลัย ขอนแก่น
  567 พบปะสนทนานักเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร
  564 ภารกิจที่ รร.สามพรานวิทยา จ.นครปฐม
   
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ