.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๒๗๐/๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐
เผยแพร่คำสั่ง คสช.
การพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ


เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๙/๒๕๖๐ เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โดยที่รัฐบาลได้มีนโยบายปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม จึงจำเป็นที่ต้องมีการปฏิรูปและพัฒนาการศึกษาของประเทศเพื่อยกระดับการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับทิศทางของนโยบายดังกล่าว ซึ่งการเพิ่มช่องทางการจัดการศึกษาโดยสถานศึกษาเอกชนที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศให้สามารถเข้ามาจัดการเรียนการสอนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต และเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสเข้าศึกษาในสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงดังกล่าว อันเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการผลิตและพัฒนาทรัพยากรบุคคลในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานและมีความสำคัญต่อการรองรับการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีจะกำหนดอันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ทัดเทียมกับนานาชาติ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการดำเนินการปฏิรูปประเทศทั้งในด้านการศึกษาและด้านเศรษฐกิจตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่ได้รับความเห็นชอบจากประชามติได้บัญญัติไว้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ในคำสั่งนี้ “สถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง” หมายความว่า สถานศึกษาเอกชนที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศซึ่งมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ข้อ ๒ การจัดการศึกษาโดยสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง ให้ดำเนินการได้ในเขตพื้นที่ดังต่อไปนี้
   (๑) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
   (๒) เขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นที่คณะรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่จัดตั้งสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงตามคำสั่งนี้

ข้อ ๓ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจพิจารณาสรรหา อนุมัติ และจัดทำข้อตกลงกับสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพื่อเข้ามาดำเนินการจัดการศึกษาในประเทศไทย โดยให้คำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งอีกไม่เกินหกคนเป็นกรรมการ ทำหน้าที่พิจารณา กลั่นกรอง และเสนอรายชื่อสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงที่เหมาะสม รวมทั้งจัดทำข้อตกลงกับสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงเสนอรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

การดำเนินการ การกำกับดูแล และการเลิกกิจการของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงตามคำสั่งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนด

ข้อ ๔ ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง ให้ผู้จัดการศึกษาเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
   (๑) โครงการและแผนการดำเนินงาน
   (๒) หลักสูตร วิธีการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลการศึกษา
   (๓) อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น
   (๔) คุณสมบัติ อัตราเงินเดือน ค่าสอน ค่าชดเชย ค่าตอบแทน หลักเกณฑ์การจ้างและเลิกจ้างและสวัสดิการของผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา

ข้อ ๕ สถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงซึ่งได้รับอนุมัติให้จัดการศึกษาในประเทศไทยตามคำสั่งนี้ ให้ได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎ ดังต่อไปนี้
   (๑) กฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
   (๒) กฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ เฉพาะบุคลากรชาวต่างชาติที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการสอนและการบริหารสถานศึกษาของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง
   (๓) กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา

ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามคำสั่งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอื่นใดอีกได้

สถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงอาจได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนก็ได้

ข้อ ๖ ให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่รับผิดชอบและกำกับดูแลการดำเนินการของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย

ข้อ ๗ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำ สั่งนี้ ให้เป็นไปตามคำ วินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ข้อ ๘ ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

ข้อ ๙ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

รายละเอียดเพิ่มเติม: ราชกิจจานุเบกษา


คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๙/๒๕๖๐ เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ

เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาลจำเป็นต้องเสริมสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และวิทยาการที่มีคุณภาพและทันสมัย ให้กับเยาวชนที่จะเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญของชาติ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญดังกล่าวจากสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อจะได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษาและการวิจัยระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศกับสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันอื่นในประเทศไทย อันจะเป็นการยกระดับคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาของไทยเพื่อนำไปสู่การเตรียมความพร้อมในการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต และเป็นการรองรับการดำเนินการปฏิรูปประเทศทั้งในด้านการศึกษาและด้านเศรษฐกิจตามแนวทางที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่ได้รับความเห็นชอบจากประชามติได้บัญญัติไว้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ให้ดำเนินการได้ในเขตพื้นที่ ดังต่อไปนี้
   (๑) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
   (๒) เขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นที่คณะรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศตามคำสั่งนี้

การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศจะดำเนินการนอกเขตพื้นที่ตามวรรคหนึ่งก็ได้โดยความเห็นชอบของ คพอต. ทั้งนี้ การจัดการศึกษาดังกล่าวต้องเป็นการดำเนินการร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุน หรือพัฒนาการจัดการศึกษาภายในเขตพื้นที่ตาม (๑) หรือ (๒)

ข้อ ๒ ให้มีคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เรียกโดยย่อว่า “คพอต.” ประกอบด้วย
   (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ
   (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ
   (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคนซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งเป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษามอบหมายเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

ข้อ ๓ ให้ คพอต. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
   (๑) กำหนดศาสตร์วิทยาการและสาขาวิชาที่เป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศสามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย
   (๒) พิจารณาสรรหา อนุมัติ และจัดทำข้อตกลงกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อเข้ามาดำเนินการจัดการศึกษาในประเทศไทย
   (๓) กำหนดหลักเกณฑ์ รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการจัดการศึกษาตาม (๒) โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
   (๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ คพอต. หรือตามที่ คพอต. มอบหมาย
  
(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของคำสั่งนี้

ข้อ ๔ สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ซึ่ง คพอต. อนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีให้จัดการศึกษาในประเทศไทยตามคำสั่งนี้ ให้ได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎ ดังต่อไปนี้
   (๑) กฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
   (๒) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
   (๓) หลักเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาและการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา

ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามคำสั่งนี้ คพอต. อาจเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขอยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอื่นใดอีกได้

สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอาจได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนก็ได้

ข้อ ๕ ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบงานธุรการของ คพอต. รวมทั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่ คพอต. แต่งตั้ง

การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมของ คพอต. คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ ส่วนการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่นที่จำเป็น ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการ ทั้งนี้ ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ข้อ ๖ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำ สั่งนี้ ให้เป็นไปตามคำ วินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ข้อ ๗ ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้

ข้อ ๘ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

รายละเอียดเพิ่มเติม: ราชกิจจานุเบกษา


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
๒๘/๕/๒๕๖๐

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุด ราชกิจจานุเบกษาที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา

   
  264 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศฯ แต่งตั้งศาสตราจารย์ 2 ราย
  245 ราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้งศาสตราจารย์ 28 ราย
  241 ราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้งศาสตราจารย์ 10 ราย
  172 ราชกิจจานุเบกษาที่เกี่ยวข้อง
  145 ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่ง หน.คสช.แก้ไขบอร์ดคุรุสภา,สกสค.,องค์การค้าฯ
  144 ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่ง หน.คสช.ให้กรรมการ ก.ค.ศ.พ้นจากตำแหน่ง
  118 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศฯ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน
  079 ราชกิจจาฯ เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
  076 ราชกิจจาฯ เผยแพร่กฎ ก.ค.ศ.38ค.(2)
  064 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่การจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
  013 ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่ง คสช.ตั้งอ.ก.พ.กระทรวง และเกลี่ยตำแหน่ง ศธภ.
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ