.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 258/2560
สพฐ.ประชุมสัมมนา
จัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดนราธิวาส 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)


กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการประชุมสัมมนาเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี พ.ศ.2560-2579 ระดับจังหวัด ครั้งที่ 3 (จังหวัดนราธิวาส) ระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2560 ณ โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส โดยนายอดินันท์ ปากบารา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุม และ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานปิดการประชุมและรับฟังผลการประชุมสัมมนา โดย ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และ พ.อ.ดร.ขจรศักดิ์ ไทยประยูร จากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เป็นวิทยากรและบรรยายพิเศษตลอดการประชุมสัมมนา

23 พฤษภาคม 2560: นายอดินันท์ ปากบารา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวในพิธีเปิดตอนหนึ่งว่า "นราธิวาส" เป็นจังหวัดที่สำคัญในประเทศไทย เนื่องจากมีพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ตั้งอยู่ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำริในการพัฒนาจังหวัดนราธิวาสหลายด้าน อาทิ ด้านการสื่อสาร การใช้ภาษา ดิน น้ำ ป่าไม้ พระองค์ยังทรงทำนุบำรุงทุกศาสนาให้อยู่ร่วมกันได้อย่างไม่แตกแยก และได้มียุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดประชุมสัมมนาในครั้งนี้ เป็นการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดที่สอดคล้องเชื่อมโยงกับแผนทุกระดับ ทั้งกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 และแผนยุทธศาสตร์การศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์แบบบูรณาการด้านการศึกษาเพื่อรองรับการพัฒนาเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ความสำคัญในการเตรียมเด็กและเยาวชนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยกระบวนการสร้างคนด้วยการให้การศึกษาและการฝึกอาชีพให้กับเด็กและเยาวชนอย่างทั่วถึง เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน การพัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทำให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ อันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง

นอกจากนี้ นายอดินันท์ ได้ฝากประเด็นการต่อยอดของภาษาต่างประเทศ และให้ช่วยกันแก้ปัญหาในเรื่องของการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรู้ความสามารถ ทัดเทียมกับเด็กในภูมิภาคอื่นมากขึ้น


24 พฤษภาคม 2560: พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในพิธีปิด โดยได้ฝากแนวคิดการทำงานว่า "เราจะทำ นำเพียรคิด จิตฝักใฝ่ หมั่นไตร่ตรอง After Action Review (AAR) สร้างการรับรู้ ได้ความร่วมมือ ถือหลักบูรณาการ”

ทั้งนี้ การที่จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาตามที่ได้วางแผนยุทธศาสตร์การศึกษาไว้นั้น ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ผ่านการสร้างความรู้ ความเข้าใจ การรับรู้ การยอมรับ การตระหนักถึงความสัมพันธ์ที่ดี และความพร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ซึ่งรัฐบาลและศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) หรือ "กระทรวงศึกษาธิการ (ส่วนหน้า) : Forward Section, Ministry of Education" ได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนไว้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับการได้รับการจัดสรรงบประมาณตามกรอบทิศทางเป้าหมายการพัฒนา เพื่อพัฒนาการศึกษาให้บรรลุผลตามตัวชี้วัดในช่วงเวลาที่ได้กำหนดไว้

นอกจากนี้ ขอให้เน้นระบบการติดตามที่มีประสิทธิภาพ โดยมีการประเมินผลที่เหมาะสมเป็นระยะ ๆ โดยผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่หลากหลายเพื่อให้ประชาสังคมได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอย่างกว้างขวางทั้งในระดับนโยบายและพื้นที่

อีกเรื่องหนึ่งซึ่ง พล.อ.สุรเชษฐ์ ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยคำนึงถึง "ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key Success Factor : KSF)" คือ ความยึดมั่นผูกพันอย่างจริงจังจากผู้บริหารทุกระดับ การให้การศึกษาและฝึกอบรมให้ทุกคนในหน่วยงานได้เกิดการเรียนรู้ มีโครงสร้างขององค์กรที่สนับสนุนวิธีคิดและวิธีทำงานอย่างเป็นกระบวนการ จัดระบบการติดต่อสื่อสารให้ทั่วถึงทั้งแนวดิ่งตามสายงานและแนวราบของการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งการให้รางวัลและการยอมรับทีมงานที่สมควรได้รับจากผลงานที่ปรากฏ อีกทั้งมีการวัดและประเมินผลงานอย่างเหมาะสม และเน้นการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ เหล่านี้นับเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ (KSF) ของงานได้อย่างแท้จริง

ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า สำหรับแผนยุทธศาสตร์การศึกษาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสนั้น ต้องเน้นไปที่จุดแข็งและโอกาส ให้รองรับการเป็นพื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอตากใบ อำเภอยี่งอ อำเภอแว้ง และอำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งจะมุ่งไปสู่พื้นที่ที่เป็น “การค้าชายแดน อุตสาหกรรมอาหาร และการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ” ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐด้านสิทธิประโยชน์การลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนพื้นที่ รวมทั้งการเป็นเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ที่รัฐบาลประกาศให้อำเภอสุไหงโก-ลก เป็นเมืองต้นแบบด้านการค้าชายแดนระหว่างประเทศ (International Border City) อีกด้วย

นอกจากนี้ การที่อำเภอสุไหงโก-ลก เป็นปลายทางสุดท้ายของเส้นทางรถไฟสายใต้ กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ซึ่งมีทางรถไฟเชื่อมต่อกับทางรถไฟไปยังรัฐกลันตันของมาเลเซีย ยิ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจของนราธิวาส และในพื้นที่ยังมีวัตถุดิบที่จะสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร โดยเฉพาะยางพารา ปาล์มน้ำมัน และจุดเด่นด้านวัฒนธรรมที่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลในพื้นที่ด้วย

อีกทั้งจังหวัดนราธิวาสมีประตูการค้าชายแดนสู่มาเลเซีย ซึ่งมีด่านถาวรถึง 3 แห่ง ได้แก่ 1) ด่านสุไหงโก-ลก ตรงข้ามด่านรันตูปินยัง รัฐกลันตัน 2) ด่านตากใบ อำเภอตากใบ ตรงข้ามด่านเป็งกาลันกูโบ รัฐกลันตัน 3) ด่านบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง ตรงข้ามด่านบูกิตบุหงา รัฐกลันตัน

โดยในปี 2559 มูลค่าการค้าชายแดนด้านจังหวัดนราธิวาส-มาเลเซีย รวมทั้งสิ้น 4,736.98 ล้านบาท แบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออก 1,406.88 ล้านบาท และมูลค่าการนำเข้า 3,330.10 ล้านบาท โดยไทยขาดดุลการค้า 1,923.22 ล้านบาท ซึ่งหากพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีโรงงานผลิตสินค้าต่าง ๆ มากขึ้น ก็จะช่วยลดต้นทุนการผลิตสินค้าส่งออกและการขนส่งจากโรงงานในภาคอื่น ๆ ได้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ สินค้าส่งออกของจังหวัดนราธิวาส ได้แก่ เศษยางจากต้นยาง แป้งมันสำปะหลัง หินแกรนิต ผลไม้ ปลาสด และสินค้าอุปโภคส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ คือ ไม้แปรรูป หนังโคหมักเกลือ มะพร้าวผล ขนมปังกรอบ ขนมขบเคี้ยว แป้งสาลี และสินค้าอุปโภคบริโภค

สำหรับโอกาสของจังหวัดนราธิวาสในการค้าและการลงทุนที่มาเลเซียนั้น  ผศ.ดร.บรรพต เห็นว่ารัฐกลันตัน ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดจังหวัดนราธิวาสนั้น เป็นสังคมหลากหลายเชื้อชาติหลากหลายวัฒนธรรม แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มเชื้อชาติมาเลย์ หรือภูมิบุตร ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยในพื้นที่ชนบท ฐานะค่อนข้างยากจน ไม่ชอบทำการค้าขาย นิยมรับราชการ เคร่งครัดในศาสนาและประเพณีดั้งเดิม 2) กลุ่มเชื้อชาติจีน เป็นกลุ่มชาตินิยม รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ขยันขันแข็ง ประกอบอาชีพค้าขาย และเป็นผู้นำขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาเลเซีย และมีอำนาจต่อรองทางการค้าสูง 3) กลุ่มเชื้อชาติไทย อาศัยในบริเวณที่ราบริมฝั่งแม่น้ำกลันตัน และบริเวณชายแดนด้านจังหวัดนราธิวาส มีอาชีพทำนา ทำสวน และรับจ้าง ฐานความเป็นอยู่ยังคงยากจนกว่าชนชาติอื่น แต่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าและจริงจัง และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นไทยไว้อย่างเหนียวแน่น

สำหรับเศรษฐกิจของรัฐกลันตัน เป็นรัฐที่ยากจนที่สุดในประเทศมาเลเซีย เป็นรัฐที่ประกอบการเกษตรเป็นส่วนใหญ่มาตั้งแต่ดั้งเดิม โดยทางเหนือของรัฐกลันตันทำการปลูกข้าวและทำสวนยางพารา ทางตอนใต้มีการปลูกยางพาราและน้ำมันปาล์ม โดยพืชเศรษฐกิจที่มีการปลูกทั่วไปในรัฐกลันตัน ได้แก่ ยาสูบ น้ำมันปาล์ม ยางพารา และมีการทำปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงโคกระบือ แกะ และมีการทำประมงทั่วไปตลอดแนวชายฝั่งทะเล สาขาการลงทุนที่มีศักยภาพในรัฐกลันตัน ได้แก่ อุตสาหกรรมไม้ยางพารา น้ำมันปาล์ม ปศุสัตว์ การเกษตร ประมง ท่องเที่ยว อาหาร และเหมืองแร่

ดังนั้น จังหวัดนราธิวาสจึงจำเป็นต้องนำโอกาสและจุดแข็งต่าง ๆ ดังกล่าว มาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนายุทธศาสตร์การศึกษาในพื้นที่

สำหรับในพิธีปิดการประชุมสัมมนาครั้งนี้ มีผู้บริหารและข้าราชการจากส่วนกลางและภูมิภาค รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนากว่า 120 คน อาทิ นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, นายอำนาจ วิชยานุวัติ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายชลำ อรรถธรรม ผู้อำนวยการสำนักติดตามประเมินผล สพฐ., นายประหยัด สุขขี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส ฯลฯ


อิทธิพล รุ่งก่อน, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
24/5/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

   
  248 ติดตามการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจการศึกษาพื้นที่ชายแดนใต้ และกิจกรรมปิดภาคเรียนสานฝันฯ
  234 การสัมมนาร่างแผนยุทธศาสตร์การศึกษา จ.ยะลา 20 ปี
  230 กิจกรรมช่วงปิดภาคเรียนของเด็กสานฝัน
  202 การสัมมนาร่างแผนยุทธศาสตร์การศึกษา จ.ปัตตานี 20 ปี
  198 ตรวจเยี่ยม นร.สานฝันฯอบรมเศรษฐกิจพอเพียง รุ่น3 ที่สงขลา
  194 ตรวจเยี่ยมสถาบันศึกษาปอเนาะที่ปัตตานี
  182 ปิดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้
  181 ตรวจเยี่ยม นร.สานฝันฯอบรมเศรษฐกิจพอเพียง ที่สงขลา
  178 เปิดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้
  164 ปบ.จชต.แถลงผลงาน 6 เดือน และแผนยุทธศาสตร์ฯ 20 ปี
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ