.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 228/2560
"บทบาทของมหาวิทยาลัยไทยต่อ Thailand 4.0


จังหวัดนครปฐม - นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมรับฟังการปาฐกถาพิเศษของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง "บทบาทของมหาวิทยาลัยไทยต่อ Thailand 4.0" เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม 2560 ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยมีรัฐมนตรีและคณะผู้บริหารเข้าร่วมรับฟังกว่า 2,000 คน อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เลขาธิการสำนักพระราชวัง, ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ผู้ว่าราชการจังหวัด, ศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งคณะผู้บริหารจากกระทรวง ส่วนราชการ สถาบันการอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ข้าราชการ นักศึกษา และบุคลากร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะดำเนินการพัฒนาการศึกษาร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง สำหรับมหาวิทยาลัยมหิดลนั้น เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีประวัติศาสตร์ และความเป็นมาอย่างยาวนาน เริ่มตั้งแต่เป็นโรงเรียนแพทย์ในสมัยรัชกาลที่ 5 จนกระทั่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศในปัจจุบัน ซึ่งจัดการเรียนการสอนมากกว่า 300 หลักสูตร มีจำนวนนักศึกษากว่า 30,000 คน อีกทั้งผู้ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร และผู้นำในหลายหน่วยงาน ตลอดจนได้ร่วมทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเป็นอย่างดีด้วย

การปาฐกถาในครั้งนี้จะทำให้ทุกท่านได้ทราบว่ารัฐบาลกำลังคิดอะไร และมีนโยบายอย่างไร เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยอยู่ท่ามกลางความขมุกขมัวมาหลายปี ขณะนี้รัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมียุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

สำหรับนโยบาย Thailand 4.0 มีที่มาจากการที่โลกในศตวรรษ 21 หรือในโลกยุคปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงจากศตวรรษที่ 20 อย่างสิ้นเชิง กลายเป็นโลกยุคใหม่ที่เราต้องหาจุดตรงกลางที่เหมาะสม พร้อมทั้งสร้างความเข้มแข็งด้วยการสร้างปัญญา และนวัตกรรม ตลอดจนสร้างกระบวนการที่จะนำไปสู่ Thailand 4.0 เพื่อเดินหน้าประเทศให้ได้ จึงมีความจำเป็นต้องเตรียมการและเตรียมกำลังคนให้มีความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลก อาทิ กำลังคนในด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และสังคม อีกทั้ง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดทั้งโอกาส และวิกฤต เช่น ภัยคุกคามต่าง ๆ การก่อการร้าย โรคระบาด การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับทุกด้าน ส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจที่พึ่งพาภายนอกไปสู่การพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนเข้มแข็งไปด้วยกัน สร้างคนไทยในศตวรรษที่ 21 ไปสู่การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจุดมุ่งหมาย มีหลักคิดสร้างสรรค์ และมีจิตสาธารณะช่วยเหลือผู้อื่นที่ร่วมกัน ดังนั้น ทุกคนต้องปรับตัว และเปลี่ยนแปลงตนเอง รวมทั้งปรับ Mindset ให้รู้จักให้และรู้จักรับ ไม่ใช่รอที่จะได้รับเพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยการปฏิรูปประเทศให้มีความก้าวหน้า

ดังนั้น หากจะพัฒนาให้ประเทศไทยเป็น Thailand 4.0 ก็จะต้องเชื่อมโยงทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยร่วมกันพัฒนาในทุกด้านตั้งแต่ในยุค 1.0 ซึ่งเน้นเกษตรกรรม, ยุค 2.0 ที่ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเบา และยุค 3.0 ที่อุตสาหกรรมมีความซับซ้อนมากขึ้น พร้อมทั้งเน้นการนำเข้า การส่งออก และการลงทุน จนกระทั่งมาถึงยุค 4.0 ในปัจจุบัน ที่เน้นนวัตกรรม อย่างไรก็ตาม อย่าไปกังวลว่าคนในแต่ละยุคจะดำรงชีวิตหรือพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ไปพร้อมกันได้หรือไม่ เพราะเราก็ต้องไปด้วยกันให้ได้ในที่สุด ด้วยการผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยง และร่วมกันพัฒนาให้เป็นยุค Smart 1.0, Smart 2.0 และ Smart 3.0

ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างเศรษฐกิจในยุค Thailand 4.0 ให้เจริญเติบโตไปพร้อม ๆ กัน ตลอดจนต้องช่วยกันพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวพ้นกับดักสำคัญ 3 ประการ คือ

  • กับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง: ซึ่งต้องพัฒนาเศรษฐกิจให้มากกว่านี้ และต้องข้ามกับดักนี้ไปให้ได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

  • กับดักแห่งความเหลื่อมล้า: ด้วยการกระจายรายได้ และการเจริญเติบโตให้ทั่วถึง พร้อมทั้งเชื่อมโยงยุค 1.0, 2.0, 3.0 และ 4.0 เข้าด้วยกัน แม้ว่าจะไม่สามารถกระจายรายได้ให้เท่ากันได้ แต่ต้องทำการกระจายรายได้ให้มากขึ้นโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย นอกจากนี้ สามารถเน้นความร่วมมือกับภาคเอกชน และภาคประชาสังคมได้ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือแบบประชารัฐอย่างแท้จริง โดยมีหัวใจสำคัญคือการเดินไปด้วยกัน และการร่วมมือกัน เพราะรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการทุกอย่างเพียงฝ่ายเดียวได้

  • กับดักความไม่สมดุล: Thailand 4.0 จะขับเคลื่อนให้ประเทศก้าวพ้นกับดักทั้งสามได้ โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะต้องนำไปใช้อย่างถูกต้องและลึกซึ้ง เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน และเชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจโลกต่อไป

ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษานั้น ทุกสถาบันต้องร่วมกันผลักดัน และสร้างคนให้เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง และสร้างคนดีมีคุณธรรมอันจะนำไปสู่องค์กรที่มีจริยธรรมได้ ซึ่งนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการศึกษา เพราะการศึกษาจะเชื่อมโยงกับการสร้างคน สร้างหลักคิด สร้างชาติ รวมทั้งสร้างคนให้อยู่ร่วมกับสังคม มีทักษะในการทำงาน มีความอดทนอดกลั้น เคารพในสิทธิ ไม่ถือตนเองเป็นใหญ่ ตลอดจนเคารพกฎหมาย จากที่กล่าวมานั้นสถาบันอุดมศึกษาต้องช่วยกันสร้าง ไม่ใช่สอนแต่เรื่องวิชาการเพื่อให้นักศึกษาได้เกรดดี ๆ แต่ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ ทั้งนี้ การพัฒนาการศึกษาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สิ่งสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้สถาบันอุดมศึกษาเชื่อมโยงกับการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอาชีวศึกษาให้ได้ เพื่อร่วมกันผลิต กำลังคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย โดยจะมีสัดส่วนผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 19.8 ทำให้สัดส่วนผู้ใช้แรงงานลดลง อีกทั้งประชากรในวัยแรงงานก็ต้องดูแลผู้สูงวัยด้วย ดังนั้นสถาบันอุดมศึกษาต้องมาร่วมกันคิดว่าจะผลิตนักศึกษาให้มาทดแทนผู้สูงวัยในอนาคต เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงแบบห่วงโซ่ให้ทุกภาคส่วนพัฒนาธุรกิจ และการเป็นสังคมผู้ประกอบการร่วมกันได้อย่างไร จึงขอฝากให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งสร้างทั้งความรู้และสติปัญญาให้คนไทย เพราะการอุดมศึกษาเป็นกลไกสำคัญ โดยขอให้ผู้บริหาร และคณาจารย์ของทุกสถาบันอุดมศึกษาช่วยกันพัฒนาการศึกษาให้ก้าวไปข้างหน้า เพื่อสร้างความเข้มแข็งและแข็งแกร่งไปด้วยกันโดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
5/5/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี  เกี่ยวกับ สกอ.

   
  228 บทบาทหาวิทยาลัยไทยต่อไทยแลนด์ 4.0
  225 บรรยาศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา
  210 ลประชุม ก.พ.อ. 4/2560
  175 คุรุราชัน พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน
  165 ผลประชุม ก.พ.อ. 3/2560
  158 เปิดเรือนเยือนราชมงคลรัตนโกสินทร์
  139 รับฟังประชาพิจารณ์ตั้งกระทรวงอุดมศึกษา ภาคกลาง ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  128 คุณธรรมจริยธรรมสำหรับผู้บริหารและสถานศึกษาคุณธรรม ปาฐกถาของปนัดดา ที่ มช. เชียงใหม่
  081 ให้นโยบาย ทปอ.
  077 ปนัดดา บรรยาย มบน. ที่เชียงใหม่
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ