.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 218/2560
สอศ.จัดโครงการอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทย และพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย


สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จัดโครงการอบรม "ประวัติศาสตร์ชาติไทยและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย" 4 รุ่น มุ่งหวังให้ผู้บริหารและรองผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ 2,130 คน มีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักรู้ถึงคุณค่า ความภาคภูมิใจ และความสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งการสร้างชาติบ้านเมืองด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความรักและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ สามารถนำไปถ่ายทอดขยายผลให้ครูและนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศต่อไป

เมื่อวันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมและฝึกอบรมวิชาชีพ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี  ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบพิธีถวายราชสักการะ กล่าวบทอาศิรวาทถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 และเป็นประธานเปิดการอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทยและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ครั้งที่ 1 (ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ) พร้อมทั้งบรรยายพิเศษเรื่อง "ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน" โดยมีคณะผู้บริการส่วนกลาง อาทิ นายวณิชย์ อ่วมศรี และนายบุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นางปัทมา วีระวานิช ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมทั้งผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เขตภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ เข้าร่วมประชุมจำนวน 480 คน

นายวณิชย์ อ่วมศรี กล่าวถึงการจัดอบรมตามโครงการดังกล่าวว่า กำหนดจัดขึ้นรวม 4 รุ่นทั่วประเทศ คือ ครั้งที่ 1 จ.ปทุมธานี ครั้งที่ 2 จ.นครศรีธรรมราช ครั้งที่ 3 จ.ขอนแก่น ครั้งที่ 4 จ.เชียงใหม่ รุ่นละ 2 วัน เพื่อให้ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสถานศึกษาอาชีวศึกษา จำนวน 2,130 คน ได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย เกิดความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งการสร้างชาติบ้านเมืองด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสามารถนำไปถ่ายทอดและใช้วิธีบริหารจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจในประวัติความเป็นไทย มีความภาคภูมิใจในชาติ มีความรักชาติ เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

การอบรมครั้งนี้จะสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้มีการพัฒนาคนอย่างรอบด้านและสมดุล เพื่อเป็นฐานหลักของการพัฒนาในระดับที่สูงขึ้น และเป็นการเสริมสร้างให้ผู้เข้ารับการอบรมและนักเรียนนักศึกษามีจิตสำนึกและมีความภูมิใจในความเป็นไทย มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และรังเกียจการทุจริตคอร์รัปชัน ดำรงชีวิตด้วยความมีคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองที่ดี

โครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. ในด้านวิทยากรการบรรยายเกี่ยวกับแนวทางการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลัก ประวัติความเป็นมาของชนชาติไทย ประวัติศาสตร์ชาติไทย ความเสียสละของบูรพมหากษัตริย์ไทยในอดีตถึงปัจจุบัน พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมพิธีเทียนรวมพลังอีกด้วย

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวตอนหนึ่งว่า การเป็นข้าราชการที่ดี ควรประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นคนดีของสังคม การเป็นข้าราชการที่ดีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 และของพี่น้องประชาชนชาวไทย จึงจะปฏิบัติราชการได้ด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งนี้ขอให้ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อที่จะศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาเป็นบทเรียนอันจะนำไปสู่อนาคต เช่น เหตุการณ์ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ของประเทศไทย

นอกจากนี้ ได้ฝากข้อคิดในเรื่องความรู้รักสามัคคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในอดีตเกี่ยวกับการแบ่งแยกสีเสื้อ ซึ่งคนไทยจะต้องรักกันเหมือนดังที่พระองค์ทรงสอนให้เรารักกัน ร่วมมือกัน สามัคคีกัน เพื่อทำให้ประเทศชาติของเรามีความเจริญรุ่งเรือง มีความสุข เพราะเมื่อเราปฏิบัติตามหลักคำสอนพระราชทาน "รู้-รัก-สามัคคี" และ " เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา" ในการครองตนและครองงาน บ้านเมืองเราจะเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ พระองค์ทรงถือเป็น "ต้นแบบ" ที่ดีสำหรับประชาชนชาวไทยทุกคน เหตุผลสำคัญที่ทำให้ปวงชนชาวไทยรักในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ด้วยพระองค์ทรงเป็นผู้ครองตน ครองคน ครองงาน ทรงเป็นผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตัว สุขุม รอบคอบ ตลอดช่วงเวลาที่พระองค์ท่านทรงครองราชย์ รวมทั้งทรงบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข ให้กับราษฎร ทำให้ประเทศไทยอยู่เย็นเป็นสุขเจริญรุ่งเรืองจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้ การที่พระมหากษัตริย์เรามี "ต้นแบบ" ที่ทรงคุณค่ามหาศาลที่หล่อหลอมพระองค์ท่านให้เป็นกษัตริย์ที่สถิตในหัวใจของปวงชนชาวไทย นั่นคือ "สมเด็จย่า"

ม.ล.ปนัดดา ได้กล่าวฝากให้ผู้บริหารร่วมกันสืบสานพระราชปณิธาน ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท และน้อมนำพระบรมราโชวาท กระแสพระราชดำรัส แบบอย่างคุณงามความดี ความพอเพียง และความยั่งยืน ที่พระองค์ทรงพระราชทานไว้ ใส่เกล้าใส่กระหม่อมและน้อมนำไปปฏิบัติ เพื่อให้พระองค์ประทับสถิตเสถียรอยู่ในดวงใจของคนไทยทั้งชาติตราบนานแสนนาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ศาสตร์พระราชา" เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีเหตุและผล อธิบายได้ มีที่มาที่ไป ซึ่งในด้านการศึกษานั้น ครูนอกจากจะมีคุณธรรมจริยธรรม มีความเมตตากรุณาต่อศิษย์แล้ว ยังต้องสอนให้เด็กหัดคิดวิเคราะห์ คิดแบบมีเหตุผล ยึดตามหลักเหตุและผล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการที่ดำเนินโครงการในเวลานี้ คือ "โครงการโรงเรียนคุณธรรม" ที่เป็นโครงการเพื่อสืบสานพระราชปณิธาน เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 การเสริมสร้างระบบคุณธรรมจริยธรรมในรอบรั้วสถานศึกษา การก้าวทันยุคโลกาภิวัตน์ การใช้ภาษาต่างประเทศที่มีความไพเราะถูกต้อง การส่งเสริมความกตัญญูกตเวทิตา และความซื่อสัตย์สุจริต

สำหรับกรอบแนวคิดโรงเรียนคุณธรรม ที่ต้องช่วยกันปลูกฝังให้แก่ผู้บริหาร ครู และนักเรียนนักศึกษา มี 5 ประการ ได้แก่ 1) ความพอเพียง 2) ความกตัญญู 3) ความซื่อสัตย์สุจริต 4) ความรับผิดชอบ 5) อุดมการณ์คุณธรรม  และตัวชี้วัดโรงเรียนคุณธรรม มี 7 ข้อ คือ 1) มีกระบวนการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมโรงเรียน 2) มีกลไกคณะทำงานและใช้โครงงานคุณธรรมเป็นเครื่องมือที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติเพื่อพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม 3) พฤติกรรมที่พึงประสงค์ ในโรงเรียนเพิ่มขึ้น 4) พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ในโรงเรียนลดลง 5) เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนา คุณธรรม จริยธรรมในโรงเรียนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้บริหารโรงเรียน ครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน 6) มีองค์ความรู้ นวัตกรรม การสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน 7) เป็นแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนคุณธรรม

ทั้งนี้ คาดหวังว่าจะมีโรงเรียนคุณธรรมครอบคลุมโรงเรียนอย่างน้อย 30,000 แห่งในปีการศึกษา 2560 และขยายไปสู่สถานศึกษาทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาลัยคุณธรรม หรือมหาวิทยาลัยคุณธรรม ต่อไปด้วย


บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน/
ถ่ายภาพ
1/5/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สอศ.

   
  207 ประชุมการผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
  187 อาชีวะอาสา เทศกาลสงกรานต์
  169 ศธ.-CP ร่วมอบรมพัฒนาผู้นำอาชีวะเกษตร
  104 เปิดตัวโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ
  089 สอศ.เตรียมฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ Vocational Boot Camp ทั่วประเทศ
  051 การประชุมวิชาการระดับชาติ อกท. ครั้งที่ 38 จ.อทัยธานี
  028 ผลประชุมคณะทำงานสานพลังประชารัฐ E2 และ E5
  012 รับมอบข้าวจาก วท.สุรินทร์
  532 ตรวจเยี่ยมศูนย์อาชีวะอาสา และ กศน.ตำบลสารภี ที่เชียงใหม่
  520 ลงนามความร่วมมือสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี สานพลังประชารัฐ
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ