.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 169/2560
สอศ.-C.P.จัดอบรมพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาด้านการบริหารและการจัดการเรียนการสอนการเกษตรสมัยใหม่ กลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั่วประเทศ


สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.) จัดการอบรมโครงการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาด้านการบริหารและการจัดการเรียนการสอนการเกษตรสมัยใหม่ กลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั่วประเทศ 51 แห่งพื่อพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ เป็นผู้นำที่กล้าผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2560 ณ C.P. Leadership Institute อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาด้านการบริหารและการจัดการเรียนการสอนการเกษตรสมัยใหม่ กลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี  โดยมีนายสุเมธ เหล่าโมราพร กรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPLI) ให้การต้อนรับ

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวถึงโครงการอบรมในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ มีความเป็นผู้นำที่กล้าผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อพัฒนาการตัดสินใจ การวางแผน การดำเนินการในเชิงกลยุทธ์ ตลอดจนเสริมสร้างการผนึกกำลังการทำงานเป็นทีมและการทลายไซโล รวมทั้งมีโอกาสไปเรียนรู้และดูงาน Feed Farm Food เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือและการต่อยอด อันจะส่งผลในการสร้างความเป็นเถ้าแก่ และทำโครงการธุรกิจในสถานศึกษา อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการจัดการศึกษาในระบบทวิภาคี โดยจัดอบรมแก่ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารสถาบันเกษตรภาคทั่วประเทศ จำนวน 51 แห่ง รวมทั้งสิ้น 192 คน ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม - 2 เมษายน 2560 ณ C.P. Leadership Institute โดยหลักสูตรการอบรมและพัฒนาเป็นการบรรยายในประเด็นต่าง ๆ เช่น กลยุทธ์การบริหารจัดการฟาร์ม และสถานศึกษา การทำธุรกิจในสถานศึกษา การจัดการศึกษาทวิภาคีด้านเกษตรและประมง พร้อมด้วยกิจกรรมการฝึกปฏิบัติการระดมสมอง (Brainstroming) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างทีมงาน (Team Building) การผลิตกำลังคนและการทลายไซโล การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (ALP: Action Learning Program) และการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในกลุ่มธุรกิจของเครือ C.P. โดยการอบรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก C.P. ในการสนับสนุนด้านหลักสูตรการฝึกอบรม วิทยากร อาหาร สถานที่ รวมทั้งการบริหารจัดการโครงการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตลอดการอบรม

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า การเดินทางมาโครงการอบรมครั้งนี้ ตั้งใจมาฟังแนวคิดและวิสัยทัศน์ของคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ แต่ก็ขอให้ข้อคิดของการปฏิรูปการศึกษารอบนี้ว่า "เราต้องไม่คิดเหมือนเดิม" ดังนั้นหากปัญหาใด ๆ ที่เคยเกิดขึ้นและได้ใช้วิธีการแก้ไขปัญหาเดิม ๆ ไม่ได้ผล ก็ต้องเปิดโอกาสใช้วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการใหม่ ๆ แม้แต่องค์กรต่าง ๆ ก็ต้องเปิดโอกาสให้คนเก่งเข้ามาทำงานให้มากขึ้น เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูอาชีวะ ซึ่งพบว่ามีเป็นหมื่นอัตรา ทั้งที่ความจริงเรามี "ครูในโรงงาน" เต็มไปหมด ดังนั้น หากเราเปลี่ยนโรงงานให้เป็นโรงเรียน ก็จะมีครูที่เก่ง ๆ ในโรงงานเหล่านี้มาช่วยสอนเด็กของเรา เพราะไม่ว่ารัฐจะรวยมากเพียงใด ก็ยังตามเอกชนไม่ทัน แต่หากเราให้เด็กไปเรียนกับภาคเอกชน "เราก็ได้ เขาก็ได้"

จึงเป็นที่มาของโครงการฝึกอบรมหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ ภาคฤดูร้อน ครั้งที่ 1 (Education to Employment : Vocational Boot Camp) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ได้เชิญสถานประกอบการชั้นนำทั่วประเทศเข้าร่วม 1,537 แห่ง มีสถานศึกษาจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม 444 แห่งครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และมีผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมกว่าแสนคน ซึ่งทำให้ผู้เรียนอาชีวะได้รับทักษะจากเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น จักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) ซึ่งมียอดจำหน่ายกว่า 1 แสนคัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักสูตรสำหรับฝึกช่างซ่อมไว้รองรับ จึงขอให้ สอศ. ถอดบทเรียนโครงการ เพื่อให้เด็กไปเรียนรู้กับบริษัทเหล่านี้ เพราะบริษัทเอกชนหลายแห่ง รวมทั้ง C.P. ก็ไปไกลเหลือเกินจนภาครัฐตามไม่ทัน เราจึงต้องมาเรียนรู้จากภาคเอกชน

ดังนั้น การที่เด็กได้เข้ามาทำงานกับภาคเอกชน ยิ่งจะช่วยให้เด็กได้ประโยชน์ และในขณะเดียวกันภาคเอกชนก็ได้ประโยชน์จากเด็กที่จบออกมาด้วย เช่นเดียวกับที่ C.P. ต้องการเห็นประเทศเจริญเป็น 4.0 จริง ๆ ไม่ใช่ 4.0 บนกระดาษ

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาคุยกับชาวอาชีวะ เพราะอาชีวะเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนอุตสาหกรรมจากหน้ามือเป็นหลังมือ ส่วนแนวคิดของ รมว.ศึกษาธิการ ที่ได้กล่าวอย่างน่าสนใจว่าต้องการให้ภาคเอกชนเป็นโรงเรียนของอาชีวะนั้น รัฐบาลก็ต้องใช้ภาคเอกชนให้เต็มที่

ในด้านการเกษตร ส่วนตัวได้เข้ามารับงานบริหาร C.P. เมื่อ 44 ปีก่อน ซึ่งได้พยายามให้เด็กเก่งที่จบจากมหาวิทยาลัยเข้าไปรับผิดชอบทำฟาร์ม ในขณะที่คนส่วนใหญ่ก็คิดไม่ถึงว่าทำไมต้องรับเด็กเก่ง ๆ ที่จบจากมหาวิทยาลัยเข้าไปทำฟาร์ม ซึ่งเมื่อรับเข้าไปแล้วก็พยายามสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ เช่น ติดเครื่องปรับอากาศให้พักอยู่สบาย ดูแลเรื่องความปลอดภัย 24 ชั่วโมง จนทำให้เด็กกลับไปบ้าน ก็อยากกลับมาอยู่ที่ฟาร์มมากกว่า ซึ่งเป็นแนวคิดว่าหากเราได้คนเก่ง เขาจะทำงานและทำเงินให้เรามากกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า จนกระทั่ง C.P. ประสบความสำเร็จด้านการเกษตร เพราะได้คนเก่ง ๆ เข้ามาช่วยกันทำงาน

ในปัจจุบันเรากำลังจะสร้างรุ่น 4.0 แต่สุดท้ายอาชีพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ "โลจิสติกส์" เพราะปัจจุบันใคร ๆ ก็เปิดเว็บไซต์ขายออนไลน์ได้ แต่บริการส่งสินค้ายังคงถือว่าเป็นความต้องการสูง

ในยุค 4.0 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนอุตสาหกรรมจากหน้ามือเป็นหลังมือนั้น เครื่องจักร 4.0 สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่เหนื่อย ไม่มีสวัสดิการ ไม่ฟ้องเจ้านาย ดังนั้น เราจึงต้องการช่างที่เก่ง ๆ เพื่อไปดูแลเปลี่ยนชิ้นส่วน เพราะยุค 4.0 จะไม่เน้นการ "ซ่อม" เครื่องจักร แต่จะเป็นการ "เปลี่ยน" ชิ้นส่วน เหมือนกับเครื่องบินที่ย่อมต้องเปลี่ยนชิ้นส่วน เพราะเครื่องบินเมื่อบินขึ้นแล้ว จะเสียกลางทางแบบรถยนต์ไม่ได้ เพราะฉะนั้นชิ้นส่วนอะไหล่ในยุค 4.0 เราไม่เรียกว่า "ซ่อม" แต่เรียกว่า "บำรุง" และในยุคนี้คำว่า "คนงาน" จะไม่มี มีแต่คำว่า "ช่าง" เพื่อทำหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในโรงงานเป็นส่วนใหญ่

นายธนินท์ ได้กล่าวถึงบทเรียนที่ผ่านมาของบางประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เราจึงต้องใช้บทเรียนจากประเทศอื่นที่เกิดขึ้นให้เป็นกระจกสะท้อน ดังนั้น เราจะต้องสร้างหรือผลิตคนแบบใดเพื่อไม่ให้ตกงาน และให้เหมาะสมสอดคล้องกับยุค 4.0 ซึ่งในอนาคตคาดว่าชาวนาชาวไร่จะเหลือเพียง 1% เพราะผลจากการใช้เครื่องทุ่นแรง ยกเว้นชาวสวนที่ยังจำเป็นต้องใช้คน ใช้หุ่นยนต์ไม่ได้ อาชีพ "ชาวสวน" จึงยังคงถือเป็นโอกาสที่ดีของคนไทย

โดยสรุปแล้วไทยแลนด์ 4.0 อยู่ที่ "คน ความเร็ว และต้องคิดใหม่" เช่นเดียวกับที่ รมว.ศึกษาธิการ กล้าตัดสินใจรับคนไม่เรียนครู มาสมัครครูได้ เพื่อนำเอาคนเก่ง ๆ เข้ามาเป็นครูในสาขาที่ขาดแคลน เพราะหากเราไม่เปลี่ยนแปลงก็จะเห็นบทเรียนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกในอดีตหลายแห่งที่ล้มละลายหายไป ยุคสมัยนี้จึงต้องเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ซึ่งค่านิยมของ C.P. ได้กำหนดไว้เช่นกัน คือ สามประโยชน์สู่ความยั่งยืนต่อประเทศ ประชาชน และบริษัท, ทำเร็วและมีคุณภาพ, รับเทคโนโลยีใหม่ ๆ, ทุกคนยอมรับการเปลี่ยนแปลง, ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และมีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และรู้จักตอบแทนบุญคุณ โดยยกตัวอย่างคนฉลาดมักไม่ชอบทำเรื่องยาก แต่ C.P. จะพยายามทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ยกเว้นหากทำไม่ได้จริง ๆ เราก็ถอย แต่ก็ถือเป็นโอกาสที่เราได้ทำ

นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการสร้าง "เถ้าแก่" ซึ่งมีหลากหลายวิธี แม้แต่ในท้องถิ่นที่ร้านโชห่วยก็สามารถเป็นเถ้าแก่ได้ เช่น หากต้องการสร้างรายได้เพิ่ม ก็สามารถเปิดร้านชำแหละหมูขายในท้องถิ่นผ่าน C.P. ก็จะช่วยให้ได้กำไรกว่า 1,500-2,000 บาทต่อวัน หรือเท่ากับจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 60,000 บาทต่อเดือน

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาคือ "คน" ซึ่ง C.P. กำลังสร้างคนหนุ่มสาวในแต่ละไซโลให้ผนึกกำลังกัน จะไม่มีต่างคนต่างไซโล เพราะหากเราสร้างคนเก่งหนึ่งคน คน ๆ นั้นอาจทำเงินให้ C.P. เป็นหมื่นล้านแสนล้านต่อไปได้ คนจึงเป็นทรัพยากรที่ตีมูลค่าไม่ได้ ยุคสมัยนี้จึงอยู่ที่คนเท่านั้น แล้วเงินจะตามมา แม้แต่การลงทุนของ C.P. ในต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ อินเดีย ก็จะดึงคนรุ่นใหม่เก่ง ๆ จากประเทศนั้นเข้ามากลุ่มหนึ่ง แต่ก็ยังนำคนไทยเข้าไปในกลุ่มนั้น ๆ เพื่อหลอมรวมวัฒนธรรม

นายธนินท์ กล่าวด้วยว่า ช่องทางการผลิตและค้าขายสินค้าของประเทศไทย ไม่ควรผลิตหรือขายสินค้าที่ประเทศอื่นผลิตได้ดีกว่าเรา แต่ต้องผลิตหรือขายสินค้าที่ประเทศอื่นทำไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลผลิตจากจุดแข็งของประเทศ คือ "น้ำมะพร้าว ทุเรียน กล้วยหอม และมังคุด" ยังเป็นผลผลิตหลักที่จะทำรายได้ที่ดีให้คนไทย

ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการต้องสร้างคนเพื่อมาผลิตสินค้าเหล่านี้ กระทรวงศึกษาธิการต้องมีเป้าหมาย เพื่อเตรียมผลิตคนเสียตั้งแต่วันนี้ ซึ่งส่วนตัวก็ยอมรับนับถือรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เพราะชอบคนกล้าเปลี่ยนแปลง ทำให้มีความหวังกับประเทศ เพราะ C.P. ทำธุรกิจในประเทศ ก็ต้องปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และหวังดีกับประเทศของเรา


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: ถ่ายภาพ
31/3/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สอศ.

   
  104 เปิดตัวโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ
  089 สอศ.เตรียมฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ Vocational Boot Camp ทั่วประเทศ
  051 การประชุมวิชาการระดับชาติ อกท. ครั้งที่ 38 จ.อทัยธานี
  028 ผลประชุมคณะทำงานสานพลังประชารัฐ E2 และ E5
  012 รับมอบข้าวจาก วท.สุรินทร์
  532 ตรวจเยี่ยมศูนย์อาชีวะอาสา และ กศน.ตำบลสารภี ที่เชียงใหม่
  520 ลงนามความร่วมมือสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี สานพลังประชารัฐ
  492 เปิดสถาบันโคเซ็น (KOSEN)
  485 ประชุม คกก.สานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ 9/2559
  465 ๙๙๙,๙๙๙ คน ปฏิญาณตนเพื่อพ่อ อาชีวะสมานฉันท์
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ