.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 305/2560
รมว.ศธ.เปิดการประชุมโครงการพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการภาค/จังหวัดทั่วประเทศ


สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดการประชุมสัมมนาโครงการพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ระหว่างวันที่ 14-17 มิถุนายน 2560 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุม เมื่อวันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560

● แสดงความยินดีกับศึกษาธิการภาค/จังหวัด เชื่อมั่นว่าจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้อย่างดี

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวในพิธีเปิดตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ ทั้งศึกษาธิการภาค รองศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และรองศึกษาธิการจังหวัด ประมาณ 190 คน ซึ่งมาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้เป็นเวลา 3 วัน อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้าง หรือใครจะได้เป็นตำแหน่งอะไร หรือศึกษาธิการภาค/จังหวัดจะมีจำนวนกี่คนนั้น เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่ได้สนใจ เพราะประชาชน ผู้ปกครอง นักเรียน ต้องการจะรู้เพียงว่าพวกเขาจะได้โรงเรียนดี ๆ หรือครูสอนในโรงเรียนที่ลูกหลานเรียนอยู่เป็นอย่างไร

การปฏิรูปการศึกษาในระดับภูมิภาคด้วยการมีศึกษาธิการภาค/จังหวัดนั้น หลายคนมีความกังวลเกิดขึ้น เพราะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเกิดความแตกแยกกันเองในกระทรวงศึกษาธิการระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่เมื่อเดินหน้ามาถึงจุดนี้แล้ว เชื่อมั่นว่าศึกษาธิการภาค/จังหวัดจะเดินหน้าและบูรณาการการทำงานกับทุกฝ่ายได้อย่างมีคุณภาพ

จะมีการประเมินคุณภาพศึกษาธิการภาค/จังหวัด เพื่อให้เกิดการพัฒนา

ทั้งนี้ มีความคาดหวังต่อศึกษาธิการภาค/จังหวัดว่า จะต้องเป็นผู้สร้างสิ่งใหม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการศึกษาให้ได้ ซึ่งต่อไปจะมีตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินคุณภาพศึกษาธิการภาค/จังหวัดด้วย เพราะจะทำให้เราทราบถึงสมรรถนะ จุดอ่อน จุดแข็งของตนเอง เหมือนเราเป็นเจ้าของร้านอาหารที่มีสาขามากมายทั่วประเทศ จะรู้ได้อย่างไรว่าแต่ละสาขามีคุณภาพตามเกณฑ์ที่เรากำหนดไว้ ก็ต้องมีกระบวนการในการเช็คมาตรฐานหรือสุ่มตรวจ จนมั่นใจว่ามีคุณภาพจริง ๆ เช่นเดียวกันทุกสาขา

ดังนั้น เราจึงต้องมองการทำงานของเราเองจากสายตาของบุคคลที่สาม เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาการทำงานของเรา ซึ่งควรประกอบด้วยคน 3 กลุ่ม คือ 1) ประชาชน ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน 2) ความคาดหวังของรัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการ 3) คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

ทั้งนี้ เคยย้ำเสมอว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหม่ ไม่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างของกระทรวงครั้งใหญ่ เพราะจะเกิดผลกระทบต่อประเทศชาติไปอีกหลายปี แต่หากจำเป็นต้องเปลี่ยน ก็ควรเป็นการเปลี่ยนเพื่อการเรียนการสอน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปการศึกษาในขณะนี้เหมือนกับเปลี่ยนเป็นระบบ "ไฮบริด" โดยมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเข้ามาทั้ง 2 ส่วน คือ ศึกษาธิการภาค/จังหวัด และคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่จะเข้ามาช่วยดูพวกเราทำงานเป็นเวลา 2 ปี ดังนั้น จึงฝากขอให้ผู้บริหารทั้งระดับภาคและจังหวัดมีความตั้งใจที่จะทำงาน

● บทบาทแรกของศึกษาธิการภาค/จังหวัด คือการจัดทำงบประมาณปี 2562

สำหรับความคาดหวังงานในความรับผิดชอบซึ่งเป็นงานแรกของศึกษาธิการภาค/จังหวัด คือ การจัดทำแผนบูรณาการเชิงพื้นที่ และแผนบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ถือเป็นบทบาทของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) สำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ที่จะต้องจัดทำแผนงานโครงการให้สนองตอบต่อความต้องการในระดับจังหวัด หรือแผนบูรณาการระดับภาค โดยต้องเร่งจัดทำแผนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2560 ส่วนการจัดทำแผนบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนตุลาคม 2560

ย้ำรัฐบาลให้ความสนใจ KPI ที่ต้องชัดเจนและไม่มากจนเกินไป

สิ่งสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการจัดทำแผนบูรณาการ คือ "เป้าหมายตัวชี้วัด" หรือ KPI : Key Performance Indicator ซึ่งเป็นตัวบอกทิศทางการทำงาน แต่ปัญหาการจัดทำ KPI ของโลกมี 2 ส่วน คือ กำหนดตัวชี้วัดมากจนเกินไป และอาจสับสนว่าตัวชี้วัดเป็นผลลัพธ์ (Outcome) ซึ่งไม่จำเป็น

● เตรียมการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 รูปแบบใหม่ หลังกฎกระทรวงบังคับใช้

ในเรื่องคุณภาพ (Quality) ทางการศึกษา ขณะนี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ได้เตรียมเสนอร่างแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 เพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว และกระทรวงศึกษาธิการก็ได้เตรียมการไว้อยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้กำหนดเวลาประเมิน เพราะต้องรอประกาศในกฎกระทรวงก่อน แต่คาดว่าจะดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งแนวทางที่สำคัญในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 คือ เพื่อต้องการวัดคุณภาพการศึกษา โดยใช้ระบบประกันคุณภาพการเรียนการสอนว่าเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่

นอกจากนี้ จะมีการปรับหลักเกณฑ์การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สพฐ. โดยให้มีหน่วยงานกลางออกข้อสอบ เช่นเดียวกับการสอบคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญ ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2560 เพื่อเริ่มใช้ในการคัดเลือกครูผู้ช่วยในปี 2561 ด้วย

● ส่วนการประเมินคุณภาพภายในไม่ยุ่งยาก ทุกโรงเรียนเพียงเขียน SAR สั้นๆ ไม่เกิน 2 หน้า

ส่วนการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษารูปแบบใหม่ สถานศึกษาจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานที่ใช้ในการประเมินเอง ไม่มีการลงไปประเมินซ้ำซ้อนจากกระทรวงศึกษาธิการ หรือ สมศ. อีก ซึ่งโรงเรียนทุกแห่งจะต้องเขียน Self Assessment Report ไม่เกิน 2 หน้า โดยระบุไปเลยว่าโรงเรียนได้ทำตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้หรือไม่ หรือเกิดผลสำเร็จตามบทบาทงานที่กำหนดไว้ได้อย่างไร และเมื่อสถานศึกษาประเมินตนเองแล้วก็ส่งผลการประเมินมายังคณะกรรมการที่จะลงไปตรวจสอบ โดยที่กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นเพียงผู้สนับสนุนและกำกับติดตามเท่านั้น

ซึ่งคณะกรรมการที่ลงไปตรวจสอบจะมาจาก 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1) ผู้แทนจาก สมศ. 2) ศึกษาธิการภาค/จังหวัด 3) ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีความเป็นอิสระ ตัวอย่างเช่น หากไปประเมินที่นครพนม ผู้ประเมินในส่วนของผู้อำนวยการโรงเรียนอาจมาจากเชียงใหม่ เพื่อให้มีมุมมองของการบริหารจากพื้นที่อื่น ๆ จึงฝากให้ศึกษาธิการภาค/จังหวัด สร้างความเข้าใจและเตรียมซักซ้อมการประเมินสถานศึกษาภายนอกและภายในไว้ด้วย

● ฝากข้อคิดการทำงานทั้งในฐานะ Leaders และ Managers

นพ.ธีระเกียรติ ได้ฝากข้อคิดการทำงานว่า ท่านอาจจะต้องเป็นทั้งผู้นำ (Leaders) และผู้บริหาร (Managers) เพราะผู้นำมักจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง (Leaders: Do the right things) ส่วนผู้บริหารจะทำให้ถูกต้อง (Managers: Do the things right)

ส่วนระบบให้คุณให้โทษ หรือความก้าวหน้าของบุคลากร ควรพิจารณาใน 3 ด้าน 1) Proficiency: ความเชี่ยวชาญ คือ ทักษะ, วิทยฐานะ โดยมิตินี้จะใช้ในการเลือกคนเข้ามาทำงาน หรือหาคนเข้ามาทำงาน แทนที่จะให้แต่ตัวเงิน 2) Performance: ผลงาน ซึ่งบุคลากรบางรายอาจไม่มีความเชี่ยวชาญ แต่ผลงานที่ปรากฏออกมาดี กรณีที่เป็นบริษัทก็ดูได้จากผลประกอบการ ซึ่งเป็นเรื่องที่วัดได้ชัดเจน ต่างจากทักษะข้อแรกที่อาจจะวัดได้ในกลุ่มเดียวกัน หรือผลงานสำหรับให้โบนัส หรือเลื่อนขั้น 3) Potential: ศักยภาพ ซึ่งเกิดจากหลายองค์ประกอบ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้พิจารณาคัดเลือกผู้นำ ซึ่งจะต้องพิจารณาไปถึงความนิยมชมชอบของประชาชนอีกด้วย นอกจากนี้ ระบบการบริหารงานบุคคลยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องให้ความสำคัญด้วย ได้แก่ Recruit, Retrain,  Retain และ Reward

● แนะกิจกรรม PLC ไม่ใช่การบรรยายหรือเวิร์คช็อปเท่านั้น

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ "การจัดกิจกรรม PLC: Professional Learning Community หรือชุมชนแห่งการเรียนรู้" ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของวิชาชีพเดียวกันในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนางานของวิชาชีพตนเอง เช่น แพทย์ จะมีการหารือกันเรื่องคนไข้ทั้งรอบเช้าและเย็น จึงทำให้แพทย์แต่ละคนมาถกกันเรื่องคนไข้ เคสการรักษาพยาบาล ฯลฯ ซึ่งจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกันบ่อย ๆ ทำให้แพทย์เก่งขึ้น ชำนาญมากขึ้น เช่นเดียวกับอาชีพครู เพราะเมื่อเรียนจบแล้ว จะไม่มีใครมาสอนอีกแล้ว

ในปัจจุบัน หลายหน่วยงานในสังกัดกำลังดำเนินการอบรม PLC อยู่ แต่ที่พบเห็นหลายแห่งยังดำเนินการไม่ถูกต้องตามหลักคิดของ PLC เท่าที่ควร ส่วนมากมีลักษณะเป็นการบรรยาย (Lecture) ซึ่งไม่ได้ผล หรือการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ก็ไม่ใช่ PLC เพราะ PLC ที่ดีคือ การที่กลุ่มคนที่มีอาชีพเดียวกันมารวมกลุ่มกัน เช่น ครูผู้สอน  เลือกหัวข้อ (Topic) ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนมาพูดคุยกัน มาระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน อันจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน และท้ายที่สุด PLC ก็สามารถนำไปเชื่อมโยงกับกระบวนการขอมี/เลื่อนวิทยฐานะของครูผู้สอนได้

● ย้ำเรื่องงานตัดสินใจเร็ว และระวังการรับข้อมูลข่าวสารที่ผิด ๆ

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวด้วยว่า ข่าวลือต่าง ๆ เช่น จะโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง 2 รายนั้น ก็ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ฝากด้วยว่าความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญของคนทำงานและประเทศ ยิ่งในยุคนี้มีข้อมูลข่าวสารมากมาย จึงจำเป็นต้องพิจารณารับฟังและแชร์ข้อมูลด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ ข้อมูลควรได้จากหลายทาง ไม่ใช่ทางเดียว

นพ.ธีระเกียรติ ย้ำในส่วนของผู้นำด้วยว่า ผู้นำควรตัดสินใจเร็วทำเร็ว เพราะหากผิด ยังแก้ไขได้ พร้อมกล่าวว่า  เรื่องงาน: คิดเร็ว ๆ - มอนิเตอร์ - ผิด - แก้ - ยอมรับ, เรื่องคน: คิดนาน ๆ เพราะตั้งแล้วแก้ยาก

● ย้ำหากป้องกันทุจริตในขั้นตอนนี้ได้ หน่วยงานระดับล่างไม่มีใครกล้าทำ

พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอให้ศึกษาธิการภาค/จังหวัดยุคใหม่ ทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบการปราบทุจริตคอร์รัปชัน ต้องเข้ามาไล่คนไม่ดีให้หมดไปจากการศึกษา ดังนั้น ขอให้ทุกคนทำงานอย่างโปร่งใส มีความยุติธรรม และตรวจสอบได้ ซึ่งเชื่อมั่นว่าหากเราป้องกันการทุจริตได้ตั้งแต่ขั้นตอนนี้ หน่วยงานระดับล่างลงไปก็จะไม่มีใครกล้าทำเรื่องทุจริตอย่างแน่นอน อีกทั้งในคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) มีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาเป็นกรรมการอย่างหลากหลาย จึงทำให้มีการคานอำนาจกัน ต่างจากสมัยก่อนที่มี อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา จนทำให้มีการทุจริตเกิดขึ้นจำนวนมาก


ภายหลังพิธีเปิด, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ และนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับมอบเงินบริจาคจำนวน 1 ล้านบาท จากนายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา ประธานกรรมการ บริษัท ฤทธา จำกัด เพื่อมอบให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปใช้ในการบูรณะซ่อมแซมปรับปรุงอาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2560 ซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สำคัญของโครงการสานพลังประชารัฐที่ นพ.ธีระเกียรติ ขอให้ศึกษาธิการภาค/จังหวัด นำไปพิจารณาวางแผนการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา ตามโครงการสานพลังประชารัฐในระดับพื้นที่อีกด้วย


บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: ถ่ายภาพ
14/6/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาและบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค

   
  284 ปิดการประชุมแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคอีสานเหนือ ที่นครพนม
  281 ประชุมแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคอีสานเหนือ ที่มีพื้นที่ติดกับลาว
  267 ประชุมแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคเหนือ ที่มีพื้นที่ติดกับลาว
  257 แต่งตั้งศึกษาธิการจังหวัด 76 ราย
  249 ประชุมแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคตะวันตก ที่ประจวบคีรีขันธ์
  238 ประชุมแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่อุบลราชธานี
  214 รับฟังแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคตะวันออก ที่จันทบุรี
  190 ประชุม คกก.ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค 2/2560
  185 ประชุมชี้แจงการปฏิรูปการศึกษา ศธ.ในภูมิภาคที่ขอนแก่น-สงขลา-กรุงเทพฯ
  176 การประชุมชี้แจงการจัดตั้งศึกษาธิการภาคและจังหวัด
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ