.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 287/2560
"สุรเชษฐ์" เห็นชอบเปิดห้องเรียนกีฬาเพิ่มปีนี้ 4 จังหวัด


"สุรเชษฐ์" เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขยาย "ห้องเรียนกีฬา" เพิ่มอีก 4 จังหวัด ที่ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ อุดรธานี และชุมพร ต่อจากสุโขทัย มหาสารคาม กระบี่ และสมุทรสาคร รวมเป็น 8 จังหวัด 9 โรงเรียน โดยจะเริ่มเปิดรับนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 เป็นต้นไปตามความพร้อมของโรงเรียน

เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2560 พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อพิจารณาความพร้อมของโรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการห้องเรียนกีฬา ณ โรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา อ.ทุ่งตะโก  โดยกล่าวว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขยายผลความสำเร็จจากการนำกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา จากโครงการ "สานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้" ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยขอให้เน้นรูปร่างของนักเรียนที่จะได้รับการพัฒนาต่อยอดทั้งทักษะกีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬา และโภชนาการ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับนักกีฬาต่างประเทศได้ในระดับนานาชาติ

ศธ.ได้น้อมรับนโยบายดังกล่าว โดยมอบสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. จัดทำหลักสูตร "ห้องเรียนกีฬา (Sport Program)" และได้ดำเนินการเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนรุ่นแรกในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 ใน 3 จังหวัด คือ ภาคเหนือที่ รร.สุโขทัยวิทยาคม จ.สุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ รร.สารคามพิทยาคม จ.มหาสารคาม และภาคใต้ที่ รร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย กระบี่  จ.กระบี่ ในประเภทกีฬาฟุตบอลชายและวอลเลย์บอลหญิง ในหลักสูตรวิทย์-กีฬา และศิลป์-กีฬา จากนั้นจึงเปิดเพิ่มภาคกลางที่ รร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ สมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 เฉพาะกีฬาฟุตบอลชาย

ทั้งนี้ เมื่อได้เปิดห้องเรียนกีฬาครบ 4 แห่งทุกภาคทั่วประเทศแล้ว จึงได้รายงานให้คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากคณะรัฐมนตรีว่า ศธ.ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ขยายไปยังพื้นที่อื่นเพิ่มเติมให้ทั่วถึงมากขึ้น โดยมีหลักเกณฑ์คือ ต้องพิจารณาจัดตั้งในจังหวัดที่ไม่มีโรงเรียนกีฬา แต่จะต้องมีสถาบันการพลศึกษาตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น เพราะต้องร่วมมือกับสถาบันการพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในด้านครูผู้สอน โค้ช ศูนย์พัฒนาสมรรถนะทางร่างกาย ฯลฯ ตามที่ ศธ. ได้ลงนามความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปแล้วเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559


ตรวจเยี่ยม รร.ทุ่งตะโกวิทยา จ.ชุมพร ที่ได้รับการพิจารณาเป็น "ห้องเรียนกีฬา" แห่งที่ 2 ของภาคใต้ และแห่งที่ 9 ของประเทศ

สพฐ.จึงได้นำนโยบายไปพิจารณาแล้วเห็นว่า ควรเพิ่มห้องเรียนกีฬาในปีนี้อีก 4 จังหวัด ซึ่งตนได้เดินทางไปตรวจดูความพร้อมของสถานที่ที่จะเปิดโอกาสให้เด็กที่ต้องการจะเรียนกีฬาด้วยตนเองทั้ง 4 จังหวัดแล้ว รวมทั้งการมาจังหวัดชุมพรครั้งนี้ ก็ได้ไปรับฟังการนำเสนอและความพร้อมของโรงเรียนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ 3 โรงเรียน ที่ อ.เมืองชุมพร ท่าแซะ และทุ่งตะโก จึงได้เห็นชอบให้ สพฐ. เปิดห้องเรียนกีฬาเพิ่มอีก 4 จังหวัด ดังนี้

1) จังหวัดชัยภูมิ ที่โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ชัยภูมิ จะเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2560 ในประเภทกีฬาฟุตบอลชาย และบาสเก็ตบอลหญิง

2) จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย เพชรบูรณ์ ชั้น ม.1 และ ม.4 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2560 ในประเภทกีฬาฟุตบอลชาย และวอลเลย์บอลหญิง

3) จังหวัดอุดรธานี มี 2 แห่ง คือ โรงเรียนราชินูทิศ 2 จะเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม.1 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2561 และโรงเรียนอุดรพัฒนาการ เปิดรับชั้น ม.4 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2560 ในประเภทกีฬาฟุตบอลชาย และวอลเลย์บอลหญิง

4) จังหวัดชุมพร ที่โรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา ชั้น ม.1 และ ม.4 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2560 ในประเภทกีฬาฟุตบอลชายก่อน จากนั้นเมื่อถึงภาคเรียนที่ 1/2561 จะเพิ่มประเภทกีฬาทั้งชายและหญิง


ตรวจเยี่ยมความพร้อมและประชุมรับฟังผลการนำเสนอการจัดตั้งห้องเรียนกีฬา ที่ชุมพร

ทั้งนี้ ศธ.จะเรียกประชุมผู้บริหารโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้องทั้ง 8 จังหวัด 9 โรงเรียน ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ เพื่อเตรียมการลงนามความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการที่จะให้สถาบันการพลศึกษาใน 8 จังหวัดเข้ามาช่วยพัฒนาเด็กนักเรียนห้องเรียนกีฬาในด้านสมรรถนะทางร่างกายและโภชนาการ รวมทั้งร่วมกันจัดทำแผนการดำเนินงานห้องเรียนกีฬา ระยะ 3 ปี รวมทั้งการขออนุมัติใช้งบเหลือจ่ายปลายปี ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการได้เห็นชอบแล้ว เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงหอพักนักเรียนให้ดีขึ้น เพื่อให้ห้องเรียนกีฬาเป็นแผนงานโครงการปกติของ สพฐ. ที่จะมีความ "มั่นคง" และก้าวหน้าตามลำดับมากขึ้นต่อไป

 

"การนำกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา" เป็นความคิดริเริ่มของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเปิดรับสมัครเด็กเข้าเรียนชั้น ม.4 ตามความสมัครใจใน 10 ประเภทกีฬา เช่น ฟุตบอล ฟุตซอล กรีฑา มวยไทย ฮอกกี้ ปัญจสีลัต วอลเลย์บอล ฯลฯ โดยใช้ชื่อโครงการว่า "สานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้" และเมื่อดำเนินการไปแล้ว 2 ปี ได้ผลตอบรับที่ดีมากจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีความต้องการส่งบุตรหลานเข้าเรียนมากขึ้น จนถึงปัจจุบันมี 8 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ มีจำนวนนักเรียนกว่า 1 พันคน ขณะนี้นักเรียนรุ่นแรกกำลังเรียนชั้น ม.6 จึงถือว่าโครงการสานฝันฯ เป็นโครงการริเริ่มที่เน้น "ให้เด็กได้รับโอกาสและความหลากหลายในประเภทกีฬา

จนกระทั่งปีที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เห็นว่าเมื่อได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ผลดีเป็นอย่างมาก จึงมอบหมายให้ขยายไปยังพื้นที่อื่น แต่ขอให้มีความแตกต่างจากโครงการสานฝันฯ กล่าวคือ "ให้เน้นรูปร่างและส่วนสูง" เพื่อต้องการให้เด็กได้รับการพัฒนาสมรรถภาพและภาวะโภชนาการ สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ในระดับสากลหรือแข่งขันกับนักกีฬาระดับนานาชาติได้

กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้จัดทำโครงการ "ห้องเรียนกีฬา" โดยขยายไปยัง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งในปีแรกคือปีการศึกษา 2559 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้คัดเลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการห้องเรียนกีฬาเข้าเรียนชั้น ม.4 จำนวน 3 แห่ง ภาคเหนือที่ รร.สุโขทัยวิทยาคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ รร.สารคามพิทยาคม และภาคใต้ที่ รร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย กระบี่ ใน 2 ประเภทกีฬา คือ ฟุตบอลชาย และวอลเลย์บอลหญิง ในหลักสูตรวิทย์-กีฬา และศิลป์-กีฬา

จนกระทั่งในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ได้ขยายมาภาคกลาง ที่ รร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ สมุทรสาคร โดยได้รับนักเรียนชั้น ม.1 เพิ่มเข้ามาด้วย แต่เริ่มต้นเฉพาะกีฬาฟุตบอลเท่านั้น


ตรวจเยี่ยมสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร

ทำให้ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ "ห้องเรียนกีฬา" จำนวน 4 แห่ง มีนักเรียนรุ่นแรก 219 คน รุ่นที่สอง 299 คน รวมทั้งสิ้น 518 คน และเตรียมเปิดเพิ่มอีก 4 จังหวัดทั่วประเทศ ที่จังหวัดชัยภูมิ อุดรธานี เพชรบูรณ์ และชุมพร ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 เป็นต้นไป โดยพิจารณาจากสภาพความพร้อมและคุณภาพเป็นหลัก รวมทั้งการประสานความร่วมมือจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยสถาบันการพลศึกษาใน 8 จังหวัด ที่จะส่งผลสำเร็จต่อการพัฒนาเด็กนักเรียนห้องเรียนกีฬาในด้านสมรรถนะทางร่างกายและโภชนาการ

 

บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
5/6/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  285 พบปะนักเรียน รร.นวมินทราชินูทิศสวนกุหลาบวิทยาลัย ปทุมธานี
  278 ความร่วมมือโครงการห้องเรียนอาชีพ
  271 พบปะนักเรียน รร.มัธยมวัดเบญจมบพิตร
  268 พบปะนักเรียน รร.หอวัง
  266 CONNEXT ED ครั้งที่ 3
  263 พบปะนักเรียน รร.ราชวินิต มัธยม
  250 ติดตามโครงการห้องเรียนกีฬา ที่สมุทรสาคร
  239 EdTeX 2017
  237 ปฐมนิเทศครูผู้ช่วยที่ไม่มีวุฒิทางครู
  233 แถลงข่าวเปิดห้องเรียนดนตรีใน 3 จชต.
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ