.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 284/2560
รมช.ศธ."พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์" ปิด
การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำ
แผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน (พ.ศ.2560-2564) ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคอีสานตอนเหนือ ที่มีพื้นที่ติดกับลาว (2/2)


จังหวัดนครพนม - พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รับฟังผลการประชุมและเป็นประธานปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน (พ.ศ.2560-2564) ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ที่มีพื้นที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) คือ นครพนม มุกดาหาร เลย หนองคาย และบึงกาฬ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน 2560 ณ โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์ วิว อำเภอเมืองนครพนม

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในทุกระดับ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล  ด้วยจากสถิติผลการวิเคราะห์พบว่ามีคุณภาพการศึกษาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต่ำกว่าพื้นที่อื่น ๆ เป็นอย่างมาก

กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มอบให้สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สนย.สป.) เป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมข้อมูลและเตรียมแผนดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ชายแดน แต่หากจะจัดการประชุมจัดทำแผนในจังหวัดชายแดนทั่วประเทศที่มีจำนวนทั้งสิ้น 27 จังหวัด 105 อำเภอ (ไม่นับรวมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะได้ดำเนินการมาก่อนแล้ว) ก็จะใช้เวลามาก จึงได้รวมกลุ่มจังหวัดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน (พ.ศ.2560-2564) โดยกำหนดเป็น 6 ครั้ง คือ

  • ครั้งแรก เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2560 ที่ จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย 4 จังหวัดชายแดนภาคเหนือ ติดกับเมียนมาและลาว

  • ครั้งที่ 2 วันที่ 27-28 เมษายน 2560 ที่ จ.จันทบุรี ประกอบด้วย 3 จังหวัดชายแดนภาคตะวันออก ติดกับกัมพูชา

  • ครั้งที่ 3 วันที่ 11-12 พฤษภาคม 2560 ที่ จ.อุบลราชธานี ประกอบด้วย 5 จังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ติดกับลาวและกัมพูชา

  • ครั้งที่ 4 วันที่ 19-20 พฤษภาคม 2560 ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย 6 จังหวัดชายแดนด้านตะวันตกแถบเทือกเขาบรรทัด ติดกับเมียนมา

  • ครั้งที่ 5 วันที่ 26-27 พฤษภาคม 2560 ที่ จ.พิษณุโลก ประกอบด้วย 4 จังหวัดชายแดนภาคเหนือ ติดกับลาว

  • ครั้งที่ 6 วันที่ 2-3 มิถุนายน 2560 ที่ จ.นครพนม ประกอบด้วย 5 จังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ติดกับลาว

จากนั้น จึงได้จัดประชุมผู้รับผิดชอบเพื่อเตรียมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560 เพื่อสร้างกลไกในการปฏิบัติงานตามแผนแต่ละห้วงเวลา ทั้งระยะสั้น ระยะยาว และระยะเร่งด่วนในการจัดทำแผนการศึกษาของจังหวัดที่มีพื้นที่ชายแดนทั้ง 27 จังหวัด 105 อำเภอทั่วประเทศ โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน กำหนดไว้ในช่วงปี 2560-2564 แต่เน้นวิธีคิดให้เกิดผลในทางปฏิบัติภายในปี 2560 โดยยึดหลัก "ทำก้าวแรก" ให้เข้มแข็งมั่นคง เพื่อขยายสู่ "ก้าวต่อไป" ได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นจึงจะขยายผลการดำเนินงานจากอำเภอชายแดนไปยังอำเภอใกล้เคียง จนกระทั่งในท้ายที่สุดก็จะขยายผลไปทั้งจังหวัด

ทั้งนี้ เมื่อ สนย.สป.และจังหวัดต่าง ๆ ได้ร่วมประชุมหารือ จนกระทั่งรับทราบปัญหาด้านการศึกษาในพื้นที่ชายแดนร่วมกันแล้ว จึงได้สร้างกลไกการปฏิบัติตามระบบการบริหารราชการ ซึ่งจะดูแลกันเป็นชั้น ๆ ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่ในระดับอำนวยการ, ปลัดกระทรวงและรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่ระดับดำเนินงานในส่วนกลาง, ศึกษาธิการภาคดำเนินงานในระดับภาค และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดดำเนินงานในระดับจังหวัด โดยจะเน้นไปที่การดำเนินงานของจังหวัด เพราะแต่ละจังหวัดต้องมีแผนพัฒนายุทธศาสตร์การศึกษาอยู่แล้ว และต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของพื้นที่และเวลาด้วย ซึ่งในการประชุมชี้แจงครั้งนั้น ได้เน้นย้ำด้วยว่า ขอให้นำแผนการศึกษาพื้นที่ชายแดนไปดำเนินการให้สอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12, แผนการศึกษาแห่งชาติ,  และแผนของแต่ละจังหวัด ตามกรอบและบริบทของพื้นที่ พร้อมจัดประชุมกลุ่มทุกภูมิภาค 6 จุด เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเกิดประโยชน์ซึ่งกันและกัน

 

โอกาสนี้ พล.อ.สุรเชษฐ์ ได้มอบแนวทางการดำเนินงาน คือ "คิดให้ครบ ทบทวนเป็นห้วง ๆ ห่วงการรับรู้ บูรณาการทำงาน สืบสานศาสตร์พระราชา"

คิดให้ครบ : การคิดให้ครอบคลุม และครบทุกด้าน โดยพยายามคิดให้ครบทั้งระบบ ให้ครอบคุลมการจัดการศึกษาเรียนรู้ทุกช่วงวัย เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนในพื้นที่ได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ได้อย่างครบถ้วนทุกระดับทุกประเภท ตั้งแต่ปฐมวัย-ผู้สูงวัย พระภิกษุสามเณร ตลอดจนผู้พิการ ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ อีกทั้งครบถ้วนในมิติทางศาสนา ครอบคลุมภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดการศึกษาเรียนรู้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม สร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ตลอดจนประสานความร่วมมือภายในหน่วยงานด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

ทบทวนเป็นห้วง ๆ : ในช่วงของการดำเนินงานตามแผน เรียกได้ว่าต้องทำไปแก้ปัญหาไป เพื่อช่วยทบทวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่กำหนด พร้อมกับทำงานเชิงรุกในส่วนที่เป็นจุดแข็ง/โอกาสในคราวเดียวกัน หรืออาจขยายพื้นที่การดำเนินงานล่วงหน้าไปก่อนได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียง ในจังหวัดหรืออำเภอที่ติดกัน เพื่อให้การพัฒนาตามแผนก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่มีพื้นที่ติดกับลาว มีมูลค่าการค้าการลงทุนที่สูงมาก หากสามารถพัฒนาจังหวัดให้มีศักยภาพทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ที่เอื้อต่อการค้าขายได้ดี ทำให้ประชาชนมีรายได้ เมื่อนั้นเราก็จะหลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ประชาชนก็จะมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย

ดังนั้น ขอให้ช่วยกันติดตามสถานการณ์ ความเป็นไป ทั้งภายในจังหวัดและในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อตอบสนองความต้องการและรองรับการพัฒนาอย่างรอบด้าน เป็นการมองไปข้างหน้าที่จะเป็นประโยชน์กับการวางแผนการทำงานต่อไป อาทิ สะพานข้ามฝั่งแห่งใหม่ ความต้องการและความนิยมของผู้ซื้อ ระบบคมนาคมขนส่งที่ทันสมัย ฯลฯ

ห่วงการรับรู้ : โดยเริ่มจากการสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจภายในองค์กรก่อน เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้แผนการทำงานและเกิดการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนอย่างสอดคล้อง เชื่อมโยงและต่อเนื่อง จากนั้นจึงจะสร้างความเข้าใจกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ ครู-บุคลากรทางการศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครอง ประชาชน ชุมชน เมื่อรู้ก็จะเกิดความต้องการที่จะสนับสนุน เกิดความร่วมมือร่วมใจและการต่อยอดการดำเนินงานในภาพรวมต่อไป

บูรณาการทำงาน : ต้องยอมรับว่าเมื่อทุกภาคส่วนมีความเข้าใจเกี่ยวกับแผนงานแล้ว ความร่วมมือหรือการทำงานเชิงบูรณาการจะตามมาเองจากหลากหลายฝ่าย ทั้งภายในหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ตลอดจนภาคประชาสังคม อันจะเกิดความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว หรือที่เรียกอีกอย่างว่า สานพลังประชารัฐ นั่นเอง

สืบสานศาสตร์พระราชา : ขอให้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีคุณค่ามหาศาลต่อปวงชนชาวไทย เป็นหลักในการสอดแทรกไว้ในแผนการศึกษาและการดำเนินชีวิต ซึ่งเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้อยู่แล้ว และมีหลายคนที่นำไปปฏิบัติแล้วส่งผลดีต่อชีวิตและการทำงาน นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 20 ประเทศ ที่ได้ศึกษาและนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อช่วยในการวางแผนพัฒนาประเทศ โดยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย "3 ห่วง 2 เงื่อนไข" กล่าวคือ 1) ห่วงความพอประมาณ-ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น 2) ห่วงความมีเหตุผล-การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 3) ห่วงการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว-การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงและคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วน 2 เงื่อนไข คือ 1) เงื่อนไขความรู้-ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ อย่างรอบด้าน เชื่อมโยงความรู้ประกอบการวางแผนอย่างรอบคอบ 2) เงื่อนไขคุณธรรม-ความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน ความพากเพียร และใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

 

พล.อ.สุรเชษฐ์ ยังได้กล่าวฝากข้อคิดประจำใจ เพื่อปรับใช้ในการดำรงชีวิตและการทำงาน คือ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น, ความพยายามและความมุ่งมั่น เป็นพลังอันยิ่งใหญ่, งานจะสำเร็จได้ ต้อง “ตั้งใจทำ นำเพียรคิด จิตฝักใฝ่ หมั่นไตร่ตรอง” พร้อมเสนอให้นำระบบ After Action Review (AAR) มาใช้เพื่อทบทวนการทำงาน เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา ปรับปรุง พัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นหลักปฏิบัติที่สามารถนำมาใช้ในการทำงานของทุกส่วนได้ เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ

นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการจัดทำแผน กับการนำแผนไปสู่ปฏิบัติ เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ระดับที่ 1 แผนดี-ปฏิบัติดี งานมีความสำเร็จสูง, ระดับที่ 2 แผนไม่ดี-ปฏิบัติดี งานจะสำเร็จได้ หากมองเห็นและแก้ไขปรับปรุง, ระดับที่ 3 แผนดี-ปฏิบัติไม่ดี งานสำเร็จได้ยาก เพราะขาดความตั้งใจ ไม่สร้างการรับรู้ ไม่มีกลไกขับเคลื่อน และระดับที่ 4 แผนไม่ดี-ปฏิบัติไม่ดี งานไม่สำเร็จตามเป้าหมาย

พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้นักเรียนนักศึกษาประชาชนในพื้นที่ชายแดน มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ มีความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ร่วมกันเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางดำเนินชีวิต โดยยินดีที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามแผน และติดตามการดำเนินงานเป็นห้วง ๆ อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มอบหมายให้นายอำนาจ วิชยานุวัติ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค 11 เป็นกรณีพิเศษ ที่จะต้องพิจารณาแผนงานหรือโครงการพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดนเพื่อให้การสนับสนุนงบประมาณต่อไป

ขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วม และขอแสดงความชื่นชมกับการนำเสนอแผนของทั้ง 5 จังหวัด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพยายามร่วมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาในพื้นที่ชายแดนไปสู่ความสำเร็จ อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนตุลาคมนี้จะจัดให้มีประชุมทบทวนแผนการทำงาน เพื่อปรับให้มีความเหมาะสมและให้สามารถนำไปใช้ได้ทันในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2560 ต่อไป


ตัวแทน 5 จังหวัดนำเสนอแผนการศึกษาพื้นที่ชายแดนในจังหวัดของตนเอง


สำหรับพิธีปิดการประชุมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 250 คน อาทิ นายสมชาย วิทย์ดำรง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายอำนาจ วิชยานุวัติ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค 11, นายปริญญา ธรเสนา ศึกษาธิการจังหวัดนครพนม, นายเสถียร แสนอุบล ศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหาร, นายสุภชัย จันปุ่ม ศึกษาธิการจังหวัดเลย, นายชาตรี ม่วงสว่าง ศึกษาธิการจังหวัดหนองคาย, นายธีรพงษ์ สารแสน ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ, คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด, ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา พร้อมทั้ง ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ และ พ.อ.ดร.ขจรศักดิ์ ไทยประยูร จากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รวมทั้งคณะวิทยากรจากมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยนครพนม


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
4/6/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาและบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค

   
  281 ประชุมแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคอีสานเหนือ ที่มีพื้นที่ติดกับลาว
  267 ประชุมแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคเหนือ ที่มีพื้นที่ติดกับลาว
  257 แต่งตั้งศึกษาธิการจังหวัด 76 ราย
  249 ประชุมแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคตะวันตก ที่ประจวบคีรีขันธ์
  238 ประชุมแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่อุบลราชธานี
  214 รับฟังแผนพัฒนาการศึกษาพื้นที่ชายแดน ภาคตะวันออก ที่จันทบุรี
  190 ประชุม คกก.ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค 2/2560
  185 ประชุมชี้แจงการปฏิรูปการศึกษา ศธ.ในภูมิภาคที่ขอนแก่น-สงขลา-กรุงเทพฯ
  176 การประชุมชี้แจงการจัดตั้งศึกษาธิการภาคและจังหวัด
  174 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่ง หน.คสช.การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ