.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 379/2560
นายกรัฐมนตรีประชุมหารือร่วม
ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา และ
คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา (ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา) กับคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เมื่อวันพุธที่ 19 กรกฎาคม 2560 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้บริหารองค์กรหลัก เข้าร่วมประชุม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมในครั้งนี้ว่า เป็นการหารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะปรับระบบการศึกษาของไทยให้เข้ารูปเข้ารอย เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญกับการปฏิรูปประเทศ ซึ่งส่วนตัวได้ศึกษาในทุกเรื่องเพื่อหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการประสานสอดคล้อง เบื้องต้นได้อ่านข้อมูลมาแล้ว มีความพอใจและทุกอย่างมีความครอบคลุม

ในส่วนของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จึงต้องทำงานให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปการศึกษาของกระทรวง โดยจะต้องนำข้อมูลจากทุกภาคส่วนเข้ามาพิจารณา ซึ่งเป็นหลักสำคัญของการทำงานที่จะต้องกว้างขวาง รอบคอบ และนำไปสู่การใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่พูดหลักการและนามธรรมไปทุกเรื่อง เพราะเวลาเป็นเรื่องสำคัญในการทำงานที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพและมีผลสัมฤทธิ์ และไม่มีใครขัดแย้งกัน เพราะวันนี้ปัญหาของการปฏิรูปคือการขัดแย้งไปหมดทุกเรื่องจึงต้องหาวิธีการเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ อะไรทำได้ก็เร่งทำ อะไรที่ยังทำไม่ได้ต้องหารือกันต่อไป การศึกษาอาจจะไม่สามารถที่จะแก้ไขได้รวดเร็วมากนักในทุกเรื่อง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มานานมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขององค์กรหรือกฎหมาย

ภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ได้นำคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษาทั้ง 2 ชุด คือ คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา (ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษา) และคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษามาหารือร่วมกัน เพื่อทำงานคู่ขนานและประสานงานให้สอดคล้อง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ประเด็นสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ จึงจำเป็นต้องเร่งรัดให้ดำเนินการปฏิรูปให้เห็นความชัดเจนเกิดขึ้นให้ได้ ทั้งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการและประเด็นปัญหาในระบบการศึกษาที่มีหลายเรื่อง ทั้งการผลิตครู การเรียนการสอน การสอบ และการประเมินผล การสร้างกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งวันนี้การสอนไม่ใช่ให้รู้แต่วิชาการอย่างเดียว แต่จะต้องคิดวิเคราะห์เป็น สามารถเป็นนักวิจัยและพัฒนาได้ในอนาคต ต้องเรียนรู้ขั้นพื้นฐานตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ก่อนจะมาเรียนตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ และต้องคำนึงถึงระบบการศึกษานอกโรงเรียนด้วย เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา

ในส่วนของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐจะต้องดูให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้รู้ว่างบประมาณที่ใช้ไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาตรงเป้าหมายหรือไม่ และใช้ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณของครูหรือนักเรียน โดยเฉพาะเรื่องบัตรประจำตัวนักเรียน อาจจะต้องมีการใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วย เพื่อตรวจสอบให้ได้ว่างบประมาณที่ลงไปถูกต้องและใช้ตามเป้าหมายหรือไม่ หากไม่ใช้ระบบไอทีจะทำให้ติดตามยาก เพราะเด็กนักเรียนจะย้ายสถานที่เรียน ขณะที่โรงเรียนเดิมยังไม่จำหน่วยตัวนักเรียน ทำให้ยังสามารถเบิกงบประมาณไปใช้ได้อยู่ ซึ่งต้องทำงานลงรายละเอียดให้มากขึ้น

ดังนั้น ในเวลา 1 ปีที่เหลืออยู่ของรัฐบาลนี้ จะพยายามทำในส่วนที่เป็นโครงสร้าง และเริ่มแก้ปัญหาที่สาหัสก่อนให้ได้โดยเร็ว ส่วนที่เหลือหากยังทำไม่ได้ ให้วางไว้ในแผนแม่บทของระบบการศึกษาในทุก 5 ปี ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่วางแนวทางไว้เพื่อตอบคำถามที่เป็นประเด็นได้  ดังนั้นการศึกษาไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลกับใครเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกัน เช่นในอดีตที่ใช้คำว่า “บ้าน วัด โรงเรียน” รวมทั้งต้องนำศาสตร์พระราชามาขับเคลื่อนให้ได้ สิ่งสำคัญวันนี้จะต้องพัฒนาคนไปสู่อนาคต ถ้ายังคิดแบบเดิมคงไม่ได้ เพราะโลกเปลี่ยนตลอดแล้วเราจะไม่เปลี่ยนเลยเหรอ การปฏิรูปต่าง ๆ จะทำได้หรือไม่อยู่ตรงนี้ หลักคิดต้องไปด้วยกันให้ได้ ถ้าไปด้วยกันไม่ได้ก็ขัดแย้งกันทุกเรื่อง จะทำอะไรไม่ได้เลย และปฏิรูปไม่ได้ เพราะทุกคนมีความเห็นส่วนตัวหมด ทุกคนตกลงด้วยความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ นั่นคือประชาธิปไตย ส่วนใหญ่ว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น หากที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นชอบก็ต้องเห็นชอบตาม เพราะเป็นการประชุมหรือการเลือกตั้งอะไรก็แล้วแต่ แต่จะต้องไม่มีกระบวนการที่ทำให้ไม่ถูกต้อง จนกระทั่งได้มาซึ่งความไม่ชอบธรรม

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวด้วยว่า การหารือครั้งนี้ส่วนใหญ่หารือร่วมกันถึงการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งตามมาตรา 261 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มีองค์ประกอบ 25 คน เพื่อดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ ตลอดจนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายสำคัญ ซึ่งกำหนดเป้าหมายที่จะดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 ปีหลายประการ อาทิ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย, ตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์, ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา, พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของครู ให้มีความรู้ความสามารถ และได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม เป็นต้น

อีกทั้งในขณะนี้ คณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจำนวน 5 คณะ เพื่อดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงสร้าง คณะอนุกรรมการกองทุนการศึกษา คณะอนุกรรมการพัฒนาเด็กเล็ก คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพครู และคณะอนุกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ขอบคุณภาพถ่าย: "ถนนข่าว follow up 4.0"
19/7/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สกศ.

   
  337 ประชุมแถลงแผนการศึกษาแห่งชาติ ภาคเหนือ ที่เชียงราย
  307 ประชุมแถลงแผนการศึกษาแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ี่มหาสารคาม
  298 พิธีประกาศเกียรติคุณเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี บุคคลสำคัญของโลก
  293 ประชุมแถลงแผนการศึกษาแห่งชาติ ภาคตะวันออก ที่ระยอง
  289 พิธีทำบุญกุศลทักษิณานุปทาน
  277 ประชุมแถลงแผนการศึกษาแห่งชาติ ภาคใต้ ที่ภูเก็ต
  211 เปิดค่าย TSA Youth Camp
  196 แถลงแผนการศึกษาแห่งชาติต่อสาธารณชน
  140 สภาการศึกษาเสวนา Inclusive Education in Thailand
  135 ความร่วมมือจัดการศึกษาและพัฒนาเด็กปฐมวัย
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ