.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 366/2560
คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ กำหนดกรอบแนวคิดและมาตรการในการพัฒนาบุคลากรด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ


คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ประชุมหารือกำหนดกรอบแนวคิดและมาตรการในการพัฒนาบุคลากรด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เน้น 3 เรื่องที่สำคัญคือ การพัฒนาบุคลากรหัวรถจักร การเพิ่มกำลังคนคุณภาพสูงใน Real Sector และการขยายฐานบุคลากรสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สัดส่วนสายวิทย์ จากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 50 และผู้มีความสามารถพิเศษจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 3

เมื่อวันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2560 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา,  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 2/2560 โดยมี รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม โดยมีผลการประชุมที่สำคัญโดยสรุป ดังนี้

• แนวทางดำเนินงานขับเคลื่อนของสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 62/2559 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2559 เรื่อง การปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ได้กำหนดให้มี "สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ" โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

หลังจากนั้น ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการบูรณาการบริหารจัดการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรม และคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการดังกล่าวอีก 4 คณะ  โดย "คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม" เป็น 1 ใน 4 คณะอนุกรรมการภายใต้สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ และ รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธาน ส่วนกรรมการประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน โดยรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ และรองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม ซึ่งได้มีการประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้มีผลสืบเนื่องมายังการประชุมในครั้งนี้ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2

• เห็นชอบกรอบแนวคิดในการพัฒนาบุคลากรด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

ที่ประชุมได้พิจารณาถึงกรอบแนวคิดการพัฒนาบุคลากรด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ที่กำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ใน 3 เรื่องที่สำคัญ คือ

  • การพัฒนาบุคลากรหัวรถจักร คือการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับ R&D Center ของภาคเอกชน รวมทั้งพัฒนากำลังคนด้านนวัตกรรมและออกแบบทางเทคโนโลยี เพื่อรองรับการลงทุนทางเทคโนโลยี, การวิจัยและนวัตกรรม, การประกอบธุรกิจนวัตกรรม และสถิติการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางในการพัฒนากำลังคน เช่น การจัดตั้งศูนย์วิจัยของภาคเอกชน โดยรัฐบาลจะส่งเสริมให้ภาคเอกชนมาตั้งศูนย์วิจัยในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการจัดตั้งกองทุนที่จะเชิญชวนภาคเอกชนให้มาตั้งศูนย์วิจัยแล้ว

  • การเพิ่มกำลังคนคุณภาพสูงใน Real Sector (Expand Stock of Talents) เพื่อตอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้วยการส่งเสริมเส้นทางอาชีพของบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนและคุณภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตลอดจนหมุนเวียนกำลังคนจากภาครัฐไปภาคเอกชน รวมทั้งดึงบุคลากรจากต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีความสามารถพิเศษเข้ามาในประเทศไทย

  • การขยายฐานบุคลากรสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สัดส่วนสายวิทย์ จากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 50 และผู้มีความสามารถพิเศษจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 3) โดยที่ประชุมได้ตั้งเป้าหมายไว้ 3 ส่วน คือ 1) เพิ่มจำนวนเด็กผู้มีความสามารถพิเศษเข้าสู่ระบบ  ด้วยการขยายห้องเรียนผู้มีความสามารถพิเศษ และขยายโรงเรียนวิทยาศาสตร์ เป็นต้น  2) ส่งเสริมการใช้ศักยภาพกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ  เช่น การมอบหมายให้หน่วยงานทำหน้าที่บูรณาการการจัดสรรทุนการศึกษาในภาพรวมของประเทศ พร้อมทั้งจัดทำระบบติดตามและประเมินผลนักเรียนทุน ตลอดจนส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ร่วมกำหนดโจทย์วิจัย และรับนักเรียนทุนเข้าทำงานได้โดยไม่ต้องชดใช้ค่าปรับ  3) เพิ่มจำนวนผู้เรียนสายวิทยาศาสตร์  อาทิ จัดสรรทุนเรียนฟรีในสาขาที่ขาดแคลนหรือสาขายุทธศาสตร์ (Robotics Engineering, Data Science), พัฒนาห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์, ส่งเสริมให้ภาคเอกชนจัด Factory (study) Tourism เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนและผู้ปกครองศึกษาดูงาน เป็นต้น

• เห็นชอบมาตรการเร่งด่วนในการพัฒนาบุคลากรด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย โดยเริ่มจากมาตรการเร่งด่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที คือ

  • การขยายผลห้องเรียนผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากจำนวนประมาณ 8,000 คนต่อปี อาจจะเป็น 21,000-24,000 คนต่อปี  อย่างไรก็ตาม จะได้มีการหารือจำนวนการขยายผลห้องเรียนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต่อไป

  • การส่งเสริมการเคลื่อนย้ายบุคลากรไปปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรม สังคม ชุมชน (Real Sector) ด้วยการเคลื่อนย้ายกำลังคนที่อยู่ในภาคการศึกษาหรือสังกัดสถาบันวิจัยภาครัฐไปปฏิบัติงานกับภาคเอกชน

  • การบูรณาการการจัดสรรทุนการศึกษาและการใช้ประโยชน์จากนักเรียนทุนรัฐบาล คือ ทุกภาคส่วนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทุนการศึกษาที่ภาครัฐจัดสรรให้แก่นักเรียนนักศึกษา

  • การพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม คือ การกำหนดให้มีหน่วยงานหรือคณะกรรมการระดับชาติเพื่อบูรณาการฐานข้อมูลบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ, พัฒนาฐานข้อมูลที่จำเป็น, พัฒนาระบบคาดการณ์อุปสงค์/อุปทานของบุคลากรแต่ละสาขา เป็นต้น

หลังจากนี้คณะอนุกรรมการฯ จะเร่งผลักดันแผนการดำเนินงานและนโยบายต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย และจะมีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
13/7/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุดของรัฐมนตรี

   
  365 ทำบุญในโอกาสพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ ทรงเจริญพระชันษา 60 ปี
  361 ผลประชุมองค์กรหลัก 26/2560
  349 ผลประชุมองค์กรหลัก 25/2560
  329 ผลประชุมองค์กรหลัก 24/2560
  318 การขับเคลื่อน Thailand 4.0 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ขอนแก่น
  317 ผลประชุมองค์กรหลัก 23/2560
  304 ผลประชุมองค์กรหลัก 22/2560
  300 ภาคเอกชนสานพลังประชารัฐเข้าหารือเพื่อขอลดหย่อนภาษี
  291 ผลประชุมองค์กรหลัก 21/2560
  290 ปฐมนิเทศครูอาสาสมัครจีน รุ่นที่ 16
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ