.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 28/2560
ศธ.ประชุมคณะทำงานสานพลังประชารัฐ
ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ และ
ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ


กระทรวงศึกษาธิการ จัดประชุมการทำงานร่วมกับคณะทำงานสานพลังประชารัฐ 2 กลุ่ม คือ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ (E2) โดยมีนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน E2 และด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน E5 ให้เกียรติเข้าร่วมประชุม

เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มกราคม 2559 เวลา 18.00 น. ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น 3 อาคาร 56 ปี สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้มีการประชุมคณะทำงานสานพลังประชารัฐ พร้อมกัน 2 กลุ่ม คือ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ (E2) และด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) โดยมีผู้บริหารระดับสูงสุดของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ อาทิ ภาครัฐ นำโดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ, พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารฝ่ายการเมือง และผู้บริหารองค์กรหลัก ส่วนภาคเอกชน นำโดยนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส หัวหน้าทีมภาคเอกชน E2 และนายศุภชัย เจียรวนนท์ หัวหน้าทีมภาคเอกชน E5 รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงสุดของภาคเอกชนเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้กว่า 150 คน

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่คณะทำงานโครงการประชารัฐด้านการศึกษาทั้ง 2 คณะ ได้มาประชุมร่วมกัน เพราะในเรื่องของการจัดการศึกษานั้น กระทรวงศึกษาธิการเน้นขับเคลื่อนงานและโครงการให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่งได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฯ โดยมียุทธศาสตร์ที่ต้องดำเนินการ 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ


1. แนวทางดำเนินงานการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ (E2)

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ  "ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เร่งดำเนินการยกระดับกำลังคนอาชีวศึกษาซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยระดมสรรพกำลังจากภาคเอกชนให้มากขึ้น และเปิดโอกาสให้เอกชนเป็นผู้นำด้านการอาชีวศึกษา เช่น การเพิ่มบริษัทหรือกลุ่มอุตสาหกรรมโครงการ EMS, การเรียนจากสถานที่ทำงานจริงในโครงการเปลี่ยนโรงงานเป็นโรงเรียน หรือ “รางอยู่ที่ไหน เรียนที่นั่น” เป็นต้น ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเห็นด้วยที่จะให้ภาคเอกชนเดินนำ เพราะมีองค์ความรู้ เทคนิควิธีการ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยผลักดันอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพ พัฒนาให้มีทักษะและฝีมือได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และตลาดแรงงานในทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำในการยกระดับอาชีวศึกษาแล้ว กระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะทำหน้าที่รับรองหลักสูตร การบริหารจัดการเข้าร่วมฝึกอบรม ตลอดจนการสร้างแรงจูงใจด้านภาษีจากการบริจาคหรือจากการจัดการเรียนการสอน ทั้งนี้ ในอนาคตต้องการเห็นหลักสูตรอาชีวศึกษาที่มีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน เพื่อให้รูปแบบ One Size Fits All หรือการตัดเสื้อขนาดเดียวแล้วนำมาใช้กับทุกคนค่อย ๆ หมดไป เช่นเดียวกับระดับอุดมศึกษาที่ควรปรับให้ภาคเอกชนได้เข้ามาเป็นผู้นำในสาขา/คณะ/ในมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมเช่นเดียวกันด้วย"

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน E2   "การดำเนินงานของคณะทำงาน Quick win ขณะนี้มีความก้าวหน้าในหลายส่วน ได้แก่ คณะทำงาน Re-Branding ได้จัดทำ VDO InfoGraphic และ Logo “อาชีวะฝีมือชนคนสร้างชาติ” เพื่อใช้สื่อสารแบบ One Single Massage ทางสื่อหลักและสื่อออนไลน์, คณะทำงาน Excellent Model School (EMS) ซึ่งมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยต้นแบบ 46 แห่ง กับสถานประกอบการ 14 แห่ง และในอีก 2 ปีข้างหน้าตั้งเป้าเพิ่มกลุ่มเป้าหมายให้ได้ 14,000 คน และระดมความร่วมมือจากภาคเอกชนอีกกว่า 20 แห่ง เน้นกลุ่มบริษัทด้าน Internet of Things หรือ IoT ที่ทุกอย่างสามารถสื่อสารและเชื่อมต่อกันได้แบบใช้สายและไร้สาย นำไปสู่กระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ คือ Industry 4.0

ส่วนคณะทำงาน Database of Demand and Supply แม้จะยังดำเนินการไม่ได้ตามแผนงาน แต่ในระยะยาวคณะทำงานต้องการให้มีระบบเชื่อมต่อข้อมูลทั้งฝ่ายการผลิตและฝ่ายใช้กำลังคน ที่บอกถึงความต้องการกำลังคนได้อย่างชัดเจนทั้งปริมาณ สาขา ระดับการศึกษา ในรูปแบบที่ Real-time มากที่สุด นอกจากนี้ Standard and Certification Center ซึ่งมีแผนงานในระยะยาวที่จะบรรจุการยกระดับคุณวุฒิวิชาชีพในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และการจัดตั้งสำนักงาน (องค์กรกลาง) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนนั้น ขณะนี้ดำเนินงานใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้วและเตรียมที่จะเสนอ รมว.ศึกษาธิการ ภายใน 1 เดือนต่อจากนี้

ทั้งนี้ มีความยินดีที่จะรับข้อเสนอของที่ประชุมเพื่อหารือกับคณะทำงานต่อไป ทั้งในประเด็นการเพิ่มความร่วมมือกับภาคเอกชนด้านการขนส่งระบบโลจิสติกส์ หรืออุตสาหกรรมใหม่ ๆ, การจำแนกระดับความรู้พื้นฐานและความรู้ชั้นสูงเชื่อมโยงกับค่าตอบแทนตามระดับคุณวุฒิวิชาชีพ, การปรับแผนงานโครงการประชารัฐให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี นอกจากนี้ ขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการในการจัดตั้งคณะทำงานร่วม E2 และ E5 เพื่อวางแผนพัฒนานักเรียนสู่ความเป็นเลิศ และการสร้างแรงจูงใจกับภาคเอกชนเพื่อร่วมจัดการศึกษาด้วย"


2. แนวทางดำเนินงานการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5)

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ  "กระทรวงศึกษาธิการมีความพยายามที่จะส่งเสริมให้เด็กเป็นศูนย์กลางตามดำริของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้เด็กเป็นตัวตั้งในการจัดการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับ Motivation ของเด็ก และต้องการให้เด็กทุกคนมีความฝัน ส่งเสริมให้รู้ว่าชอบอะไรอยากเรียนอะไรตั้งแต่ในระดับชั้นมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องทำให้เด็กถึงฝันให้ได้ ไม่ควรมีเด็ก Drop Out หรือหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นนโยบายอันดับแรกที่จะต้องเร่งดำเนินการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กตั้งแต่ระดับการศึกษาพื้นฐาน ทั้งนี้ในอนาคตหากสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ ก็จะดำเนินการนโยบายอื่น ๆ ต่อไปเพื่อให้ภาคเอกชนได้เข้ามาร่วมจัดการศึกษาด้วย เช่น การจัดหลักสูตรธุรกิจขนาดเล็ก หลักสูตรการค้าขาย ร่วมกับสำนักงาน กศน. และวิทยาลัยชุมชน เพื่อสร้างนักเรียนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้เป็นผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่น้อยให้กับประเทศ เป็นต้น"

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน E5 "คณะทำงานสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ได้แบ่งลักษณะการดำเนินงานที่สำคัญออกเป็น 2 ส่วน คือ Soft Side และ Hard Side

  • การดำเนินงานด้าน Soft Side มียุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษา 10 ด้าน (10 Strategic Transformations) ได้แก่ ความโปร่งใส (Transparency), การเข้าถึงข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน (Accessibility and ICT Infrastructure), กลไกตลาด และกองทุน (Market Mechanism), การจัดทำหลักสูตร (Curriculum), การพัฒนาครูใหญ่ (High Quality Principle), สุขภาพและศีลธรรม (Health and Heart), การจูงใจครูต่างประเทศ (International Teacher and Incentive), ภาษาอังกฤษ (English Language), ผู้นำเยาวชนสู่ท้องถิ่น (Young Leadership) และศูนย์กลางการศึกษา (Education Hub)

โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ คือ คณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศฯ ได้จัดทำเว็บไซต์โรงเรียนประชารัฐ ซึ่ง School Partners จากภาคเอกชน 12 องค์กร ใช้เป็นตัวขับเคลื่อนดูแลให้ความช่วยเหลือโรงเรียนประชารัฐ ตามโครงการ CONNEXTEd School Partner Leadership Program พร้อมทั้งจัดทำตัวชี้วัด (KPI) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อวัดผลการดำเนินงานของโรงเรียนประชารัฐด้วย, คณะทำงานพัฒนาหลักสูตรฯ ได้รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอนจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทย และจัดฝึกอบรมให้กับครู อาทิ การอบรมการใช้สื่อออนไลน์, การอบรมภาษาอังกฤษผ่าน Video Conference เป็นต้น, คณะทำงานด้านพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาฯ ได้จัดทำหลักสูตรพัฒนาผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูผ่านระบบออนไลน์, คณะทำงานด้านพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาฯ จัดตั้งกองทุนพร้อมทั้งจัดทำคู่มือกองทุนโรงเรียนประชารัฐ และจัดทำข้อเสนอการลดหย่อนทางภาษีในอัตราที่เหมาะสม และคณะทำงานพัฒนาความเป็นเลิศในด้านการศึกษาฯ ซึ่งมีการรวบรวมกิจกรรมด้าน STEM Education เพื่อผลักดันให้เกิดสาขาอาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ R&D Excellent Center Workshop แล้วจำนวน 2 ครั้ง

  • การดำเนินงานด้าน Hard Side คณะทำงานได้พัฒนาระบบ ICT ด้วยการสร้างโครงข่าย Fiber Optics ในโรงเรียนกว่า 1,300 แห่ง ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2559 นอกจากนี้ ได้ติดตั้งอุปกรณ์ Multimedia ในห้องเรียนของโรงเรียนประชารัฐ โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 อีกทั้งส่งเสริมให้นักเรียนทำงานระหว่างเรียน (Summer School) เมื่อทำงานแล้วสามารถแบ่งปันประสบการณ์ให้กับรุ่นน้องได้ และจัดกิจกรรม Road Show โดยนำโรงเรียนที่มี Best Practice ที่ดีในด้านกระบวนการสอนแบบให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ไปให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับโรงเรียนในภูมิภาคต่าง ๆ

ทั้งนี้ การศึกษาเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา และเกี่ยวข้องกับค่านิยมของคนในประเทศ ภาคเอกชนเป็นเพียงกลไกหนึ่งที่จะช่วยดึงผู้มีศักยภาพสูงเข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนที่มีอยู่ไม่มีศักยภาพ แต่เราต้องการคนที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบการศึกษาให้มากขึ้น"


พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า รัฐบาลมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนคือ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ตามที่ รมว.ศึกษาธิการได้กล่าวไว้แล้ว จึงฝากให้คณะทำงานโครงการประชารัฐทั้ง E2 และ E5 กำหนดแผนการดำเนินงานในแต่ละห้วงให้ชัดเจนและสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ตลอดจน Road Map ของรัฐบาล พร้อมทั้งระบุจุดเน้นในการพัฒนาอาชีวศึกษาแต่ละสาขาตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นความต้องการพัฒนาประเทศด้วย


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
17/1/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สอศ.

   
  012 รับมอบข้าวจาก วท.สุรินทร์
  532 ตรวจเยี่ยมศูนย์อาชีวะอาสา และ กศน.ตำบลสารภี ที่เชียงใหม่
  520 ลงนามความร่วมมือสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี สานพลังประชารัฐ
  492 เปิดสถาบันโคเซ็น (KOSEN)
  485 ประชุม คกก.สานพลังประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ 9/2559
  465 ๙๙๙,๙๙๙ คน ปฏิญาณตนเพื่อพ่อ อาชีวะสมานฉันท์
  444 ผลประชุมคณะทำงานประชารัฐด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ 8/2559
  442 มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ
  414 แถลงข่าวโครงการสุดยอดอาชีวะฝีมือไทย "Thailand's Best Skills"
  399 ให้นโยบายผู้บริหารอาชีวศึกษาทั่วประเทศ
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ