.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 6/2560
ภารกิจ รมช.ศธ."ปนัดดา" ที่เชียงใหม่


จังหวัดเชียงใหม่ - ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มกราคม 2560 เพื่อเข้าเยี่ยมและพบปะสนทนากับคณาจารย์และลูกหลานนักเรียน เรื่อง "สืบสานพระราชปณิธาน เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท" ณ โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม อ.แม่ริม และเข้าเยี่ยมโรงเรียนสันป่ายางวิทยาคม อ.แม่แตง กรณีศึกษาสถานศึกษาที่มีปัญหา (โรงเรียน ICU) รวมทั้งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ (กศจ.ชม.) จากนั้นเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคเหนือ  วันแรก

10.00 น. ภารกิจที่โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม สังกัด สพม. 34
พบปะสนทนากับคณาจารย์และลูกหลานนักเรียน เรื่อง "สืบสานพระราชปณิธาน เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท" และยกให้เป็น "โรงเรียนนำร่องคุณธรรมของประเทศไทย"

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล บรรยายตอนหนึ่งว่า ฝากทำความเข้าใจกับนักเรียนให้เข้าใจความเป็นมาของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันถือเป็นรัฐเดียว เมืองหลวงเดียว ต่างจากบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย ที่สำคัญคือประเทศของเรามีภาษาไทยที่ไพเราะ มีความสละสลวย รอบคอบ จึงขอฝากเรื่องการใช้ภาษาไทย หรือแม้แต่การใช้ภาษาพื้นเมือง อย่าใช้แบบผิด ๆ หรือใช้ปนกันแบบไทยคำอังกฤษคำ และชื่อประเทศ "สยาม" เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ แม้ปัจจุบันจะไม่ได้ใช้ชื่อนี้แล้วก็ตาม แต่ชื่อสยามยังคงเป็นชื่อที่อยู่ในใจเราเสมอ เพราะเคยเป็นที่รวมของชนชาติหลายเผ่าพันธุ์ หลากหลายศาสนามาก่อน จึงขอฝากให้นักเรียนช่วยกันรักษาเอกลักษณ์ของชนชาติไทยในด้านความรู้รักสามัคคี และจริยธรรมของชนชาติไทย

ปัจจุบันประเทศไทยมี 76 จังหวัด และมีกรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง ซึ่งเป็นแหล่งรวมพำนักของประชาชนจากผู้คนต่างท้องถิ่นทั่วประเทศ มีคนหลากหลายวัฒนธรรมเข้ามาอยู่ ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองวัฒนธรรม มีผู้คนต่างถิ่นหลายคนเข้ามาอยู่อาศัยจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งผู้คนบางคนอาจนำวัฒนธรรมที่ไม่ถูกต้องมาใช้ในเชียงใหม่ เช่น มีการชกต่อยทะเลาะวิวาทในสถานกลางคืน จึงฝากว่าหากคนต่างถิ่นจะมาทำอย่างนั้นในเชียงใหม่ อย่ามาอยู่เลย และที่ผ่านมาก็พบว่าสถานกลางคืนหลายแห่งเปิดเกินเวลาโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะมีเรื่องของอำนาจวาสนาและเงินทองที่ไม่เข้าใครออกใครเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น นักเรียนต้องช่วยกันคิดเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ได้

โอกาสนี้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ได้ฝากเรื่องโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีมากกว่า 4,000-5,000 โครงการ มีส่วนสำคัญต่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนชาวไทยอย่างมากมายด้วยพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ สิ่งเหล่านี้พวกเราต้องช่วยกันขยายผลเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านสืบไป

สำหรับโรงเรียนแม่ริมวิทยาคม มีโครงการที่ประสบความสำเร็จด้านคุณธรรมที่ผ่านมาเป็นอย่างดี เช่น ได้รับรางวัลโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติยอดเยี่ยมระดับประเทศ รางวัลสถานศึกษาส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมดีเด่นจากสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ จึงได้ขอให้โรงเรียนแห่งนี้เป็น "โรงเรียนนำร่องคุณธรรมของประเทศไทย" เพื่อให้โรงเรียนอีก 75 จังหวัดได้เรียนรู้และเจาะลึกความสำเร็จจากโรงเรียนแห่งนี้ ทั้งยังขอให้โรงเรียนช่วยพิจารณาถึงปัญหาที่พบจากการดำเนินงาน และขอให้รวบรวมเพื่อเสนอเป็นแนวทางแก้ไขหรือขอรับการสนับสนุนต่อไป โดยตนจะนำทฤษฎีที่ได้จากโรงเรียนแม่ริมวิทยาคมไปเปรียบเทียบกับโรงเรียนอื่น ๆ ซึ่งจะเดินทางไปเร็ว ๆ นี้ เช่น นครพนม สกลนคร พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะเรื่อง "ธรรมาภิบาล" ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่จะต้องเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นเรื่องอื่น ๆ ด้านคุณธรรมจะไม่เกิดขึ้น โดยแนวทางที่สำคัญของโรงเรียนคุณธรรม คือ ขอให้นิยามถึงการเป็นโรงเรียนคุณธรรมที่ชัดเจน มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนในการเป็น Role Model ซึ่งจะให้ ก.พ.ร. เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องนี้ พร้อมทั้งยกตัวอย่างง่าย ๆ ของนิยามโรงเรียนคุณธรรม เช่น การใช้ Social Network ของนักเรียน จะต้องไม่ใช้เพื่อการใส่ร้ายป้ายสีกันหรือทำให้เกิดความขัดแย้งกันอีกต่อไป บางคนโพสต์ด่าพ่อแม่ของตนเอง บางคนแชร์เรื่องพระสงฆ์ ซึ่งกลายเป็นความขัดแย้ง ดังนั้น เราจึงควรแชร์ในเรื่องที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ เช่น เรื่องความรู้ หรือแม้แต่เรื่องตลกทั่ว ๆ ไปก็ได้

นอกจากนี้ ได้ฝากให้นักเรียนมีความสุภาพอ่อนน้อมกับพ่อแม่ผู้ปกครองและครูอาจารย์ อย่าเลียนแบบสิ่งไม่ดีที่ต่างประเทศทำ เช่น ลูกโยนผลไม้ส่งให้พ่อแม่ หรือเดินผ่านโดยไม่ก้ม หรือไม่โค้งคำนับ และหากนักเรียนต้องการพูดคุยแนะนำในเรื่องต่าง ๆ ผ่านทางเฟซบุ๊คก็ยินดี โดยสามารถขอเป็นเพื่อนผ่านเฟซบุ๊ค @Panadda Diskul ได้


11.45 น. ภารกิจที่โรงเรียนสันป่ายางวิทยาคม อ.แม่แตง สังกัด สพม.34
ตรวจเยี่ยมและพบปะโรงเรียน
กรณีศึกษาสถานศึกษาที่มีปัญหา (โรงเรียน ICU)

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวว่า วันนี้ต้องการมาเยี่ยมเยียนนักเรียนซึ่งเปรียบเสมือนลูก ๆ หลาน ๆ และขอเป็นกำลังใจให้โรงเรียนเล็ก ๆ ที่ห่างไกลแห่งนี้ แต่ก็ยังคงสามารถจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ และทำงานด้วยความมีพลัง จึงขอเชิญโรงเรียนให้เข้าร่วมโครงการนำร่องการเป็นโรงเรียนคุณธรรม เพราะโรงเรียนคุณธรรมไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียนใหญ่โต หรือมีเทคโนโลยีล้ำสมัยพร้อมสรรพแต่อย่างใด แต่ต้องมีวิธีการในการเรียนการสอนด้านคุณธรรม เช่น การใช้ Social Network อย่างสร้างสรรค์ อย่าใช้เพื่อแบ่งแยกสีของคนในชาติ เพราะเราชิดข้างฝามามากแล้ว หากเราไม่ช่วยกันแก้ไขในเรื่องนี้ คงจะต้องตกเหวอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นหากเรารักเมืองไทย สงสารเมืองไทย คงต้องเชื่อที่จะช่วยกันในเรื่องนี้ เพราะหากว่าผู้คนในบ้านเมืองเรายังคงขาดความรักสมัครสมานสามัคคี เห็นแก่ตัวกันมาก ประเทศชาติจะไปไม่รอด

ทั้งนี้ ได้ฝากให้พวกเรายึดบุคคลที่เป็นตัวอย่างที่ดีมาใช้เป็นต้นแบบ (Idol) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลวง หรือสมเด็จย่าของพวกเรา ที่เราสามารถสืบสานพระราชปณิธาน เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่านที่มีอยู่อย่างมากมาย ฝากลูก ๆ ด้วยว่า สิ่งสำคัญในการทำความดีอะไรก็ตาม คือ "ขอให้ทำออกมาจากใจ ไม่จำเป็นต้องทำความดีให้ใครเห็น" แม้เราจะเสียใจต่อการจากไปของพระองค์ท่าน แต่ความเสียใจไม่ใช่ความอ่อนแอ เราจึงต้องมุ่งมั่นโดยทำตามหน้าที่ที่รับผิดชอบต่อไป เช่น เราเป็นนักเรียน ก็ขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือให้มากที่สุด

สำหรับการจัดการศึกษาของโรงเรียนสันป่ายางวิทยาคมนั้น ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวว่าแม้จะเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ห่างไกล มีจำนวนนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายเพียง 208 คน ครู 22 คน แต่ก็มีอัตลักษณ์ของโรงเรียนที่เน้น "รักษ์สิ่งแวดล้อม อยู่อย่างพอเพียง" ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ในด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และขอให้โรงเรียนจัดการศึกษาตามปรัชญาของโรงเรียนที่ต้องการ "พัฒนาคนให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพทั้งร่างกายและจิตใจ รู้จักสิทธิและหน้าที่แห่งตนและคนอื่น"


13.30 น. รับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ (กศจ.ชม.)
ณ ห้องประชุมสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 4 ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ได้ประชุมกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของ กศจ.ชม. โดยมีประเด็นที่สำคัญโดยสรุป ดังนี้

  • ต้องการให้มีแก้ไขกฎหมายอำนาจหน้าที่ของ กศจ.ให้ชัดเจน เพื่อให้มีการบูรณาการจัดการศึกษาของหน่วยงานทุกระดับ ทุกประเภท รวมทั้งโรงเรียน ตชด. โรงเรียนพระปริยัติธรรม และสถานศึกษาใน อปท. ให้มีความเป็นเอกภาพ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

  • กศจ.ต้องเน้นความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอก ให้สอดคล้องกับความต้องการตลาดแรงงานในท้องถิ่น

  • เร่งแก้ไขปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ และเด็ก LD

  • ร่วมสร้างพลังภูมิปัญญาในท้องถิ่น เช่น สมาคมศิลปินขับซอ แหล่งเรียนรู้ สมาคมกลอง ในการนำเข้าสู่สถานศึกษา

  • ควรส่งเสริมด้านความรักชาติของนักเรียน

  • ควรส่งเสริมด้านวัฒนธรรม ภาษาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ในจังหวัดเชียงใหม่

  • ให้มีการปฏิรูปจัดการเรียนรู้อย่างจริงจัง

  • เน้นการพัฒนาคนไทย 4.0 ทั้งในและนอกห้องเรียน เพื่อให้สอดคล้องประเทศไทย 4.0

  • ต้องการให้ดำเนินการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูให้เสร็จสิ้นตามปฏิทินภายในเดือนเมษายน

  • ต้องการให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การบรรจุแต่งตั้งอัตรากำลังของกลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน โดยพิจารณาถึงปริมาณงานในแต่ละพื้นที่

  • ควรแก้ปัญหาความล่าช้าในระบบการบริหารงานบุคคล เพราะที่ผ่านมาต้องรอข้อมูลแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ก่อนที่จะนำเสนอ กศจ./อกศจ.

  • ต้องการให้ตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญฯ โดยส่วนกลางอย่างน้อย 4 คณะ เพื่อทำหน้าที่เบ็ดเสร็จด้านการบริหารงานบุคคล โดยเสนอให้ กศจ.รับทราบเท่านั้น

  • การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีผลดีต่อการบูรณาการการศึกษาทุกระดับในจังหวัด

  • ควรเพิ่มกระบวนการใน กศจ. เพื่อให้มีการบูรณาการแผนงานโครงการไปจนกระทั่งถึงการปฏิบัติ โดย กศจ. เป็นแกนกลาง

  • ขอให้กำหนดยุทธศาสตร์การศึกษา และเดินตามแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดอย่างชัดเจน

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวด้วยว่า จากการรับฟังข้อเสนอแนะต่าง ๆ รวมทั้งได้รับฟัง กศจ.สงขลา เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานที่ผ่านมาของ กศจ. เป็นอย่างมาก ซึ่งการประชุมร่วมกันครั้งนี้ยิ่งทำให้ได้รับคำตอบของทิศทาง กศจ.ที่ทุกท่านต้องการเห็น คือ ไม่ต้องการให้ กศจ. เทอะทะ และใช้เวลามากเกินไปกับการบริหารงานบุคคล เพราะความสำคัญของ กศจ. ต้องมีส่วนสำคัญต่อการบูรณาการจัดการศึกษาทุกระดับทุกประเภทในภาพรวมของจังหวัด จะทำอย่างไรให้เกิดน้ำหนึ่งใจเดียวกันของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างระเบียบวินัย ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ กศจ. มีบทบาทมากกว่าการบริหารงานบุคคล ก็จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกร่างแก้ไขอำนาจหน้าที่ของ กศจ.ให้ชัดเจนมากขึ้น ก่อนเสนอตามขั้นตอนดำเนินการต่อไป


บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
7/1/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  527 111 ปีแห่งการพระราชทานนาม รร.ยุพราชวิทยาลัย
  525 วันกำพล วัชรพล ประจำปี 2559
  522 ระชุมปฏิบัติการรับนักเรียนโครงการห้องเรียนกีฬา ปีการศึกษา 2560
  516 มหกรรมวิชาการ TJ-SIF 2016
  511 ศธ.-CP Group จัดอบรม MOE One Team กลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียน
  506 ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาที่ประสบอุทกภัย จ.สงขลา
  476 อบรมผู้บริหาร ศธ."MOE One Team"
  475 ติดตามโครงการห้องเรียนกีฬา ที่สุโขทัย
  471 ตรวจเยี่ยม รร.ในอุดรธานี
  468 ตรวจเยี่ยม รร.ดีใกล้บ้าน ที่อุดรธานี
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ