.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 81/2560
ให้นโยบาย ทปอ.


นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายในการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 ณ หอประชุมเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยมี ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธาน ทปอ., อธิการบดี และผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุม

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การหารือกับ ทปอ.ในครั้งนี้ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบเกี่ยวกับแนวทางการจัดตั้ง "กระทรวงอุดมศึกษา" ซึ่งเป็นการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกจากกระทรวงศึกษาธิการ เพราะปัจจุบันมีโครงสร้างการบริหารงานที่ใหญ่เกินไป แม้ในเบื้องต้นคนส่วนใหญ่ในแวดวงอุดมศึกษาก็เห็นด้วยก็ตาม แต่จะมีการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนร่วมจากหลากหลายกลุ่มด้วย อีกทั้งการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษายังมีขั้นตอนอีกมาก ซึ่งจะเชื่อมโยงกับหลาย ๆ ด้าน อาทิ กฎหมาย งบประมาณ เป็นต้น

นอกจากนี้ ขอให้สถาบันอุดมศึกษารวบรวมข้อมูลตัวชี้วัดความสำเร็จในการจัดการศึกษา 4 ประการ คือ 1) จำนวนเด็กที่จบการศึกษาแล้วมีงานทำ 2) จำนวนผู้เรียนที่ได้งานทำตรงตามสาขาที่เรียน 3) จำนวนผู้เรียนตามโควตาที่ได้ทำงานในภูมิภาคหรือในพื้นที่ที่ให้โควตา 4) ความพึงพอใจของนายจ้างหรือผู้ใช้บัณฑิต  เพราะสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนผลการจัดการศึกษา เนื่องจากในปัจจุบันมีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งที่เปิดสอนหลักสูตรที่ไม่มีคุณภาพ เด็กจบมาแล้วไม่มีงานทำ จึงขอให้ ทปอ.ร่วมพิจารณาเรื่องนี้ด้วยว่าจะช่วยกันปิดหลักสูตรที่ไม่มีคุณภาพได้อย่างไรบ้าง ส่วนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณนั้น ได้ขอให้สถาบันอุดมศึกษาพิจารณาตามความจำเป็น

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธาน ทปอ.  กล่าวว่า ทปอ. มีนโยบายสนับสนุนการดำเนินนโยบายด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และจะนำแนวทางการสอบถามความพึงพอใจของนายจ้างในการใช้บัณฑิตที่จบการศึกษาไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องได้ข้อมูลที่เป็นจริง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการจัดการเรียนการสอนและเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตของชาติ

สำหรับแนวทางการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาแบบใหม่ ได้รับความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาในเครือข่าย ทปอ.จำนวน 30 แห่ง ในการร่วมกันพิจารณากระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อต้องการให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคมไทย ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป ด้วยหลักการ 3 ประการ คือ 1) นักเรียนควรอยู่ในห้องเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  2) นักเรียนแต่ละคนมีเพียง 1 สิทธิ์ ในการตอบรับในสาขาวิชาที่เลือก เพื่อความเสมอภาค  3) สถาบันอุดมศึกษาในเครือข่าย ทปอ.ทุกแห่งจะเข้าร่วมระบบ Clearing House เพื่อบริหาร 1 สิทธิ์ของนักเรียน

ทั้งนี้ การรับสมัครจะมีทั้งสิ้น 5 รอบ ได้แก่

รอบที่ 1 การรับด้วย Portfolio โดยไม่มีการสอบข้อเขียน: สำหรับนักเรียนทั่วไป นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ นักเรียนโควตา นักเรียนเครือข่าย ให้นักเรียนยื่นสมัครโดยตรงกับสถาบันอุดมศึกษา

รอบที่ 2 การรับแบบโควตาที่มีการสอบข้อเขียนหรือข้อสอบปฏิบัติ: โดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ ระบุไว้ สำหรับนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่หรือโควตาของโรงเรียนในเครือข่าย และโครงการความสามารถพิเศษต่าง ๆ ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาจะประกาศเกณฑ์การสอบให้นักเรียนยื่นสมัครโดยตรงกับสถาบันอุดมศึกษาและเข้ารับการคัดเลือกตามเกณฑ์การสอบ

รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน:  สำหรับนักเรียนในโครงการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) โครงการอื่น ๆ และนักเรียนทั่วไป โดย ทปอ.เป็นหน่วยกลางในการรับสมัคร นักเรียนสามารถเลือกได้ 4 สาขาวิชาโดยไม่เรียงลำดับ สถาบันอุดมศึกษาจัดให้มีการสอบกลางร่วมกันในเวลาเดียวกัน แต่ละสถาบันอุดมศึกษากำหนดเกณฑ์ที่เป็นอิสระของตนเอง

รอบที่ 4 การรับแบบ Admission: สำหรับนักเรียนทั่วไป โดย ทปอ.เป็นหน่วยกลางในการรับสมัคร นักเรียนสามารถเลือกสมัครได้ 4 สาขาวิชา แบบมีลำดับ โดยใช้เกณฑ์ค่าน้ำหนักตามที่ประกาศไว้ล่วงหน้า 3 ปี

รอบที่ 5 การรับตรงอิสระ: สถาบันอุดมศึกษารับโดยตรงด้วยวิธีการของสถาบันเอง เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนต่อ

การสอบคัดเลือกในแต่ละรอบเมื่อรับเสร็จจะทำการ Clearing กล่าวคือ นักเรียน 1 คน มี 1 สิทธิ์ในการยืนยันการเข้าศึกษาต่อในสาขาที่สอบได้ เมื่อยืนยันแล้วระบบจะตัดชื่อออกจากการมีสิทธิ์สมัครสอบรอบต่อไป หากต้องการสมัครสอบรอบต่อไปต้องสละสิทธิ์ก่อน แต่หากมีการลักไก่สมัครสอบครั้งต่อไปโดยไม่สละสิทธิ์และสอบได้จะถือเป็นโมฆะทันที

การเปลี่ยนแปลงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาครั้งนี้ จะทำให้นักเรียนไม่ต้องวิ่งรอกสอบ มีเวลาเตรียมความพร้อมสำหรับตนเองมากขึ้น ไม่เป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่าย ลดความเครียดให้นักเรียนและผู้ปกครองได้อย่างแท้จริง สำหรับนักเรียนนักศึกษาหลักสูตรนานาชาติก็ต้องนำเข้าระบบ Clearing House ด้วยเช่นกัน ส่วนเด็กซิ่วก็สามารถเข้าสู่ระบบการคัดเลือกแบบใหม่นี้ได้เช่นกัน ส่วนกลางไม่ได้ปิดกั้น แต่ขอให้ศึกษาดี ๆ เนื่องจากมีบางสาขาวิชาที่เด็กต้องลาออกก่อนถ้าต้องการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยใหม่

นอกจากนี้ ทปอ.จะชี้แจงรายละเอียดของแต่ละสาขาวิชาว่าจะเปิดรับนักศึกษาในรอบใดบ้าง ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏเข้าร่วมระบบการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อแบบใหม่ในรอบ 1-3 และรอบ 5 และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลจะเข้าร่วมรอบ 1-3 ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนมีบางส่วนที่เข้าร่วมด้วยความสมัครใจ

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นักเรียนที่ใช้วุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ รวมทั้งที่จบหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย ซึ่งเมื่อก่อนต้องเทียบวุฒิในการสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัย ต่อไปนี้ไม่ต้องเทียบวุฒิ แต่ให้เป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในการกำหนดวุฒิที่ต้องการว่าจะรับนักศึกษาแบบใด ทั้งนี้ ให้ ทปอ. นำรายละเอียดการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาแบบใหม่ขึ้นเว็บไซต์ พร้อมคำถามหรือข้อสงสัยที่เด็กอยากรู้ และให้ชี้แจงคำตอบที่ชัดเจน เพื่อให้ระบบสอบคัดเลือกแบบใหม่นี้มีความกระจ่าง และนักเรียนจะได้เตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
นวรัตน์ รามสูต: ถ่ายภาพ
19/2/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี  เกี่ยวกับ สกอ.

   
  077 ปนัดดา บรรยาย มบน. ที่เชียงใหม่
  073 เสวนาการศึกษาเพื่ออนาคตเยาวชนไทย
  056 ให้โอวาท นศ.ทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาตังหวัดชายแดนภาคใต้
  053 ให้แนวทางเกียรติและศักดิ์ศรีของประเทศไทย
  040 พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มรภ.เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  032 ผลประชุม ก.พ.อ.1/2560
  007 พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มรภ.เขตภาคเหนือ
  529 ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก 2016-17
  528 ข้อมูลสมรรถนะด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยไทยในประเทศ
  526 ผลประชุม ก.พ.อ. 8/2559
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ