.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 65/2560
นโยบายและจุดเน้นการจัดทำคำของบประมาณของ ศธ.


นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประชุมหารือเกี่ยวกับนโยบายและจุดเน้นการจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เมื่อวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ เพื่อวางแผนการเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยได้ให้หลักการและแนวทางการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการใน 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

  • การจัดสรรงบประมาณ จะต้องจัดสรรในรูปแบบ Bottom Up โดยระดับพื้นที่หรือผู้ปฏิบัติจะเขียนโครงการเพื่อเสนอขอรับงบประมาณมายังส่วนกลาง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้การจัดสรรงบประมาณลงไปยังพื้นที่เป็นไปตามความต้องการและความจำเป็นจริง ๆ

  • จุดเน้นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 6 ด้าน ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) คือ
         1) การเรียนการสอน เพื่อความปรองดอง ความสามัคคี โดยใช้รูปแบบ Active Learning (ความมั่นคง) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ การสร้างความปรองดองและสมานฉันท์, ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้, เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ, สร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาทักษะชีวิต เป็นต้น
         2) สร้างความสามารถในการแข่งขัน พัฒนากำลังคนให้มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน (การผลิต พัฒนากำลังคน และสร้างความสามารถในการแข่งขัน) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ จัดการศึกษาเพื่อความเชี่ยวชาญ/เป็นเลิศเฉพาะด้าน, Echo English Vocational, ผลิตกำลังคนด้านอาชีวะ, ประสานพลังประชารัฐด้านการศึกษา, พัฒนาครูแกนนำด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ (Boot Camp) เป็นต้น
         3) พัฒนาหลักสูตร ผลิต และพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ จัดการศึกษาเด็กปฐมวัย (อนุบาล 1-3), วางแผนให้ผล PISA สูงขึ้น, ประเมินผล O-NET วิชาสังคม วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์, เพิ่มวิชาภูมิศาสตร์ ICT และ Design and Technology, ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม, รณรงค์ “เกลียดการโกง”, ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น (สพฐ. สอศ.), พัฒนาและอบรมครูเชื่อมโยงกับการได้รับวิทยฐานะ เป็นต้น
         4) บริหารสถานศึกษา เพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล (การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ โครงการโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน (ICU : Intensive Care Unit), เสริมสร้างคุณภาพสถานศึกษาขนาดเล็กให้ได้มาตรฐาน, จัดการศึกษาสำหรับกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ, พัฒนาการศึกษาในพื้นที่พิเศษ, ขับเคลื่อนแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา เป็นต้น
         5) สร้างความรู้ ความเข้าใจ จิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมตระหนักในการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตประชาชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ, ปลูกจิตสำนึก/นิสัยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ, ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น
         6) ปรับปรุงโครงสร้างและการบริหารจัดการศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา (การพัฒนาระบบและการบริหารจัดการ) โดยจะต้องดำเนินงานและกิจกรรมสำคัญ อาทิ ปรับปรุง แก้ไข ระเบียบและกฎหมายการศึกษา, เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา, ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา เป็นต้น

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการจะเน้นขับเคลื่อนนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นอันดับแรก เพื่อดูแลการศึกษาในระดับพื้นที่ก่อน และได้ขอให้ทุกคนคำนึงอยู่เสมอว่า “ประชาชนจะได้รับอะไรจากการศึกษาและจากการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ” โดยที่ประชุมได้หารือในประเด็นการดำเนินงานตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 54 ที่ระบุให้ “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาฯ” ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเตรียมการรองรับการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย (3 ขวบ) จำนวนกว่า 7.5 แสนคน

แต่ในความเป็นจริง ขณะนี้รัฐจัดการศึกษาให้กับเด็กอายุ 4-5 ขวบ ได้เพียงครึ่งเดียวคือจำนวน 4 แสนคนจากจำนวนทั้งหมด 8 แสนคน ส่วนที่เหลืออยู่ในความดูแลของเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอยู่ที่บ้าน ดังนั้นหากรัฐจะต้องขยายจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยอีกกว่า 7.5 แสนคนด้วย ก็ต้องพิจารณาและหารือกันต่อไปว่าจะทำอย่างไร ทั้งเรื่องของงบประมาณซึ่งรัฐจะต้องจัดให้ฟรี เรื่องของการลงทุนเพื่อเปิดห้องเรียน การจ้างครู ฯลฯ เพราะรัฐอาจลงทุนเองทั้งหมดไม่ได้ และปัจจุบันเด็กอนุบาล 4 ขวบ รัฐก็จัดให้ได้เพียงครึ่งเดียว โดยคาดว่าลำดับแรกอาจพิจารณาความพร้อมและศักยภาพของสถานศึกษาของรัฐในบางแห่งที่จัดการศึกษาเกินอยู่แล้ว ให้ขยายมาถึงเด็กอายุ 3 ขวบได้หรือไม่ แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่คงจัดเพิ่มไม่ได้ เพราะจัดเต็มที่อยู่แล้ว เช่น โรงเรียนอนุบาลบางแห่งที่จังหวัดสกลนคร จัดการศึกษาให้กับนักเรียนระดับชั้นละ 10 ห้อง ๆ ละ 40 คน เป็นต้น จากนั้นอาจต้องหารือร่วมกับเอกชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดการศึกษาอยู่แล้ว เพื่อสนับสนุนให้จัดการศึกษาได้มากขึ้น โดยรัฐรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องร่วมกันพิจารณาเพื่อเตรียมวางแผนล่วงหน้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องหาทางจัดการศึกษาเพื่อประโยชน์ของเด็กไทย แต่หากจำเป็นก็ต้องเกลี่ยไปเรียนในสังกัดอื่น นอกจากนี้การอบรมครูก็จะมีการปรับปรุงเช่นกัน เพื่อให้ครูสามารถเลือกอบรมในหลักสูตรที่ต้องการ ในรูปแบบระบบ Voucher หรือเครดิต มากกว่าปล่อยให้แต่ละหน่วยงานจัดอบรม โดยในส่วนนี้สำนักงบประมาณแจ้งว่ากระทรวงสามารถบริหารจัดการได้เอง จึงเป็นอีกประเด็นที่จะมีการปรับปรุงและหารือเพื่อวางแผนขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร สรุป/รายงาน
อรพรรณ ฤทธิ์มั่น : ถ่ายภาพ
13/2/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุดของรัฐมนตรี

   
  059 ผลประชุมองค์กรหลัก 6/2560
  058 การประชุมขับเคลื่อนจัดการศึกษาแบบบูรณาการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ จ.ฉะเชิงเทรา
  037 การประชุมขับเคลื่อนจัดการศึกษาแบบบูรณาการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ จ.ชลบุรี
  036 ศธ.ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่สงขลา
  035 "ปนัดดา"บรรยายเรื่องพระผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน
  034 ศธ.ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช
  033 การสรรหาผู้บริหาร ศธ.
  026 วันครู
  022 รัฐบาลโดย ศธ.ช่วยเหลือประชาชน
  020 มอบนโยบายผู้บริหารมหิดลวิทยานุสรณ์
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ