.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 57/2560
ศธ.จัดประชุมสัมมนา "
การขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการ" แก่ศึกษาธิการภาคและคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด


กระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมสัมมนา "การขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา และการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการ" เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ศึกษาธิการภาค และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เข้าร่วมประชุมสัมมนาในครั้งนี้

น้อมนำแนวพระราชดำริ และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ใส่เกล้าฯ และมอบเป็นนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติแก่หน่วยงานในสังกัด

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระประชวรนั้น พระองค์ทรงมีความเป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับการศึกษา เพื่อต้องการให้การศึกษาไทยมี "คุณภาพและคุณธรรม" แต่รัฐบาลสมัยนั้นไม่มีใครนำพระราชกระแสรับสั่งของพระองค์ใส่เกล้าฯ นำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

จนกระทั่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตนได้กลับมาประเทศไทยเพื่อมาทำงานด้านนี้ และเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริ และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ใส่เกล้าฯ และมอบเป็นนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติแก่หน่วยงานในสังกัด โดยได้แถลงเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว เมื่อครั้งรับตำแหน่งวันอังคารที่ 20 ธันวาคม 2559

นอกจากนี้ จากการที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่รัฐมนตรีนั้น พระองค์ทรงขอให้ผู้บริหารทุกคนสืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาให้เกิดเป็นรูปธรรม เพราะพระราชปณิธานของพระองค์ท่านถือเป็นพรอันสูงสุด รวมทั้งพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจะน้อมนำแนวพระราชดำริ และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 ใส่เกล้าฯ และมอบเป็นนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติแก่หน่วยงานในสังกัดต่อไป

ในการสืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น พระองค์ได้ทรงมีแนวพระราชกระแสฯ ที่ได้ทรงพระราชทานในวโรกาสต่าง ๆ เกี่ยวกับนักเรียน ครู และการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้



สำหรับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีใจความสำคัญว่า "การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนใน 2 ด้าน คือ ส่งเสริมให้นักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้อง 2) การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานชีวิตหรืออุปนิสัยที่มั่นคงเข้มแข็ง อาทิ การสร้างบุคลิกและอุปนิสัยที่ดีงาม (Character Education)"

● การดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี

นอกจากการน้อมนำแนวพระราชกระแสฯ ด้านการศึกษา และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา มาปรับใช้กับนโยบายด้านการศึกษาแล้ว กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ใน 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

มอบหมายภารกิจและหน่วยงานในความรับผิดชอบของ รมช.ศึกษาธิการ

ในการมอบหมายภารกิจและหน่วยงานที่รับผิดชอบให้กับ รมช.ศึกษาธิการ ได้แบ่งงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี โดยคำนึงถึงความถนัดของ รมช.ศึกษาธิการ ดังนี้

1) พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์  รับผิดชอบเรื่องความมั่นคงทางการศึกษาและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 10 เขตของไทย การจัดการศึกษาแบบบูรณาการเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ใน 3 เมือง ที่สุไหงโก-ลก เบตง และหนองจิก รวมทั้งโรงเรียนในบริเวณเขตพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือ หรือพื้นที่ชายขอบ การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง และมอบหมายภารกิจให้ดูแลหน่วยงาน 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.)

2) ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล  รับผิดชอบเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานเกี่ยวกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) รวมทั้งศึกษาธิการภาค, โครงการเศรษฐกิจพอเพียง, โรงเรียนคุณธรรม, โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติและโรงเรียนตามโครงการในพระราชดำริ, คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ, สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) (ITD), งานด้านการประชาสัมพันธ์ของกระทรวงศึกษาธิการ และมอบหมายภารกิจให้ดูแลหน่วยงานสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

สำหรับองค์กรวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน กคศ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.), สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทศ.), สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (องค์การมหาชน) นั้น รมว.ศึกษาธิการ รับผิดชอบและดูแลด้วยตนเอง ยกเว้นบางเรื่องใน สกอ. เช่น การ Reprofile สถาบันอุดมศึกษา การจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา ได้มอบให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบเพิ่มเติม

ขอให้ กศจ.เน้นการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ได้ยกพระราชดำรัสฯ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2556 ซึ่งขอให้ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย ที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นกระทรวงอมตะที่เคยมีเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมากเป็นอันดับ 1-2 ของทุกกระทรวง โดยขอให้นำพระราชดำรัสของพระองค์ไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ห้ามไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น

PISA in Thailand

จากการที่ได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุม Education World Forum 2017 ที่สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 23-28 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีรัฐมนตรีด้านการศึกษากว่า 70 ประเทศทั่วโลก มาประชุมร่วมกันมากที่สุด ได้มีโอกาสพบปะและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเชิงนโยบายกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจากสหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งผู้แทนจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ โออีซีดี (Organisation for Economic Co-operation and Development - OECD) ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ PISA (The Programme for International Student Assessment) ก็เห็นตรงกันว่าผลการสอบ PISA ในกลุ่มโรงเรียนของไทยมีการกระจายใกล้เคียงกับผลสอบ O-NET และจากข้อมูลความจริงกลับพบด้วยว่า ผลการประเมิน PISA ของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาไม่ได้แพ้โรงเรียนทั่วไป แต่คะแนนต่ำที่สุด กลับเป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งอยู่ในอันดับท้ายของคะแนนมาตรฐาน PISA ต่างจากโรงเรียนชั้นนำ เช่น มหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งมีคะแนนชนะสิงคโปร์ขาดลอย และติดอันดับต้นของโลกด้วย

ส่วนผลสอบ PISA ของเวียดนาม ซึ่งสูงขึ้นมาติดอันดับ 8 ของโลก ในขณะที่ไทยได้อันดับ 54 จาก 72 ประเทศ วิเคราะห์ได้ว่าเด็กที่ยากจนที่สุด 10% สุดท้ายของเวียดนาม ก็ยังได้คะแนนสอบสูงกว่าทุกประเทศของยุโรปที่ถือว่ารวยที่สุดของประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งผลวิเคราะห์เห็นว่า "ความอยากรู้อยากเห็น" ในการเรียนหนังสือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่จะทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนอยากมาโรงเรียน และอยากเรียนหนังสือ ซึ่งสามารถใช้บทเรียนนี้เป็นแนวทางในการพัฒนาการศึกษาได้

นโยบายการพัฒนาโรงเรียน ICU

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า จากการเดินทางไปรับฟังสภาพปัญหาและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกับครูและผู้บริหารของโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ "โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน" หรือโรงเรียน ICU (Intensive Care Unit) ที่จังหวัดเชียงใหม่ สกลนคร นนทบุรี ทำให้ทราบปัญหาของโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลายรูปแบบ มีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ระดับจังหวัด เช่น อนุบาลนนทบุรี จนถึงโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ป่วย ICU ที่สามารถเป็นใครก็ได้ หากมีปัญหารุนแรงจนยากที่จะแก้ไข ซึ่งขณะนี้มีสมัครเข้ามาแล้วกว่า 5,000 โรง บางโรงเรียนที่จังหวัดสกลนคร ขอเพียงแค่ได้ห้องสมุดใหม่ก็พ้นจาก ICU แล้ว หรือบางโรงบอกว่า เพียงเปลี่ยนผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนก็พ้นจาก ICU แล้ว

นโยบายงบประมาณ

นโยบายโรงเรียน ICU ถือเป็นตัวอย่างแรกของการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยจะเน้นพัฒนาจากจุดที่สำคัญที่สุด คือ โรงเรียน ในรูปแบบที่ไม่ตายตัวปรับเปลี่ยนได้ตามบริบท (No One Size Fits All) พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากระดับล่างขึ้นมาสู่ระดับบน (Bottom Up) เป็นการรับฟังปัญหามาจากพื้นที่ ไม่ใช่เป็นสั่งการลงไปจากส่วนกลาง หรือการจัดอบรมสัมมนาจะดูจากความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ และแนวทางนี้จะสอดรับกับระบบการจัดสรรงบประมาณแบบใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการด้วย โดยจะจัดสรรแบบ Bottom Up หรือนโยบายตำราเรียนก็จะเปลี่ยนใหม่ที่จะช่วยให้ประหยัดงบประมาณได้อีกปีละ 2,000 ล้านบาท

วัฒนธรรมในกระทรวงศึกษาธิการ

จะเริ่มต้นโดยเน้นไปที่ "การตรงต่อเวลา และมีวินัย" เป็นลำดับแรก โดยการตรงต่อเวลาได้เริ่มใช้ในการประชุมของกระทรวงศึกษาธิการทุกครั้ง และการประชุมแต่ละครั้งหากเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ จะใช้เวลาไม่เกิน 1.30 ชั่วโมงเท่านั้น จะไม่ให้เสียเวลามานั่งประชุมกันนาน ๆ อีกต่อไป จึงฝากหน่วยงานต่าง ๆ บริหารจัดการประชุมให้มีประสิทธิภาพด้วย และหากเรื่องใดที่สำคัญมาก ขอให้ผู้บริหารเบอร์ 1 ลงไปดูเอง เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม “รวมพลังสร้างสรรค์ทีม” (The Synergy Teamwork for education: Transformation Ministry of Education in collaboration with C.P. Group) ภายใต้คอนเซ็ปท์ "MOE One Team" จะมีเบอร์ 1 คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ลงไปดูเอง ส่วนการสร้างวินัย ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีกิจกรรมโครงการต่าง ๆ เช่น นโยบายตำราเรียน ที่จะช่วยให้เด็กมีวินัยใช้หนังสือเรียนมากขึ้น

"ปนัดดา" ให้นโยบายพัฒนาศึกษาธิการภาคและศึกษาธิการจังหวัด

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรับผิดชอบเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานเกี่ยวกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) รวมทั้งศึกษาธิการภาค กล่าวให้นโยบายพัฒนาศึกษาธิการภาค และศึกษาธิการจังหวัดใน 7 ประเด็น คือ

  • กศจ. มีหน้าที่สำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทาง การจัดการศึกษา และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาทุกระดับทุกประเภท ซึ่งเป็นหน้าที่ที่สามารถกำหนดทิศทางการศึกษาของจังหวัดให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของสังคมของจังหวัด

  • การจัดการศึกษาในลักษณะ กศจ. ไม่ใช่การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการแต่เพียงหน่วยงานเดียวอีกต่อไป แต่ยังคงหมายถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน ภาคเอกชนในจังหวัด เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการศึกษาของจังหวัดอีกด้วย

  • เป้าหมายของการจัดการศึกษา คือ การทำให้เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ และมีน้ำใจ

  • การสร้างเด็กไทยให้เป็นคนดีให้สำเร็จ บทบาทของชุมชนจะเข้ามามีส่วนสำคัญ โดยความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน ศาสนสถาน และโรงพยาบาล เพื่อให้เด็กเป็นคนดี มีสุขภาพอนามัยที่ดี

  • จังหวัดจะต้องร่วมกับสถานศึกษา ในการสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้มีทัศนคติที่ถูกต้อง (Basic Attitude) มีพื้นฐานชีวิตที่เข้มแข็ง (อุปนิสัย) และส่งเสริมให้เด็กสามารถเลือกเส้นทางชีวิต เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทักษะในการทำงาน

  • การส่งเสริมกิจการลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเป็นประธานกรรมการลูกเสือจังหวัด/อำเภอ ขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และการบำเพ็ญประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครอบครัว สังคม และชาติบ้านเมือง

  • สถานศึกษาที่อยู่ในความรับผิดชอบในจังหวัด ขอให้มีการติดตาม ตรวจสอบความพร้อมของสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอน ทั้งในด้านอาคาร สถานที่ บุคลากร หากพบแห่งใดมีปัญหาให้ กศจ.พิจารณาดำเนินการแก้ไข โดยบริหารจัดการในระดับพื้นที่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนก่อน หากมีข้อปัญหาอุปสรรคที่เกินกำลัง ขอให้รายงานและปรึกษามายังส่วนกลางต่อไป


บัลลังก์ โรหิตเสถียร : สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี : ถ่ายภาพ
6/2/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาและบริหารราชการของ ศธ.ในภูมิภาค

   
  436 เห็นชอบปรับองค์ประกอบ อกศจ.
  294 คสช.ออกคำสั่งแก้ไขคำสั่งที่ 10/2559 และ 11/2559
  241 ประชุม ศธ.ภาค
  217 แต่งตั้ง 3 คณะอนุกรรมการใน กศจ.
  205 ตัวชี้วัด ศธ.ในภูมิภาค
  199 ประชุม กศจ.ปทุมธานี
  190 ประชุมร่วมกับศึกษาธิการภาค
  168 ศธ.มีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจ ศธจ.
  152 ประชุม VDO Conference กับ ผวจ.
  151 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค
  146 ประชุมประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดทั่วประเทศ
  143 ความคืบหน้าขับเคลื่อนบริหารราชการ ศธ.ในภูมิภาค
  137 แต่งตั้งศึกษาธิการภาคและรองฯ 18 ภาค
  136 ประชุมชี้แจงกับ ผอ.สพท.ในการบริหารราชการ ศธ.ในภูมิภาค
  135 แถลงข่าวการบริหารราชการ ศธ.ในภูมิภาค
  134 คสช.ใช้ม.44 ปฏิรูปการศึกษาและบริหารราชการ ศธ.ในภูมิภาค
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ