.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 50/2560
ศธ.ร่วมกับ C.P.Group จัดอบรมโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม "
รวมพลังสร้างสรรค์ทีม” (The Synergy Teamwork) กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา ครั้งที่ 2


จังหวัดนครราชสีมา - กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.Group) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มผู้บริหารสถานศึกษาและทีมงาน ครั้งที่ 2 ตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม “รวมพลังสร้างสรรค์ทีม” (The Synergy Teamwork for education: Transformation Ministry of Education in collaboration with C.P. Group) ภายใต้คอนเซ็ปท์ "MOE One Team" เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีมให้เกิดพลังขององค์กร (Synergy) รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะการสร้างทีมงานที่มีประสิทธิผล (Effective Team Building Skill) ตลอดจนทักษะภาวะผู้นำที่จำเป็นสำหรับผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 (Essential Leadership Skills in the 21st Century) โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน/ครูวิชาการ และครู ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมในรุ่นนี้ 20 Cluster แยกเป็นส่วนกลาง/18 เขตตรวจราชการ/การศึกษาพิเศษ จำนวน 60 คน พร้อมทั้งคณะทำงาน (Observer) จำนวน 39 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ 2560 ณ สถาบันพัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.Leadership Institute หรือ CPLI) อำเภอปากช่อง

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นประธานพิธีเปิดในครั้งนี้ กล่าวว่า เป็นวันหนึ่งที่รู้สึกดีใจมาก เพราะเคยผ่านการอบรมโครงการนี้มาแล้วร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงสุดของกระทรวงศึกษาธิการเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2559 โดยร่วมกับ CP ในการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม และรวมพลังสร้างสรรค์ทีมงานในการพัฒนาการศึกษาทุกระดับ ตามโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (Human Capital Development) : E5

ทั้งนี้ ได้ย้ำให้ผู้บริหารและครูที่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมในครั้งนี้ทั้ง 20 โรงเรียน ให้น้อมนำแนวพระราชดำริ และพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ใส่เกล้าฯ เป็นแนวทางในการปฏิบัติ

นอกจากี้ สพฐ. จะดำเนินการตาม แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยมียุทธศาสตร์ด้านการศึกษาที่จะดำเนินการ 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

1) ความมั่นคง (Security)  สพฐ. ถือเป็นแกนหลักในการให้องค์ความรู้ การจัดกิจกรรม/โครงการสำหรับนักเรียน เพื่อทำให้ชาติบ้านเมืองมีความมั่นคง เช่น การให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องสถาบันหลักของชาติ  หรือการปลูกฝังเรื่องผลกระทบและปัญหาด้านยาเสพติด ฯลฯ นอกจากนี้ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ฝากให้ไปคิดว่าเราจะดำเนินการอย่างไรบ้างในระดับสถานศึกษา เริ่มต้นด้วยการทลาย "ไซโล" ที่มีอยู่ในโรงเรียนของเราก่อนเป็นลำดับแรก แม้แต่ สพฐ. ก็มีกลุ่มที่หลากหลายทั้งประถมศึกษา มัธยมศึกษา และการศึกษาพิเศษ หรือกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่มีทั้งการอุดมศึกษา อาชีวศึกษา การศึกษานอกระบบฯ การศึกษาเอกชน ก็ต้องมาทลายไซโลให้ได้ โดยขอให้ สพฐ.เป็นแบบอย่างในการทลายไซโล เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างแท้จริง

2) การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Competitiveness Enhancement) สิ่งสำคัญที่ สพฐ.ต้องเร่งดำเนินการคือ "เส้นทางชีวิตของนักเรียน" โดยครูและผู้บริหารต้องคิดว่านักเรียนเปรียบเสมือนเป็นลูกของเรา ต้องเริ่มต้นสร้างเส้นทางชีวิตสำหรับนักเรียนให้ได้ โครงการนี้ สพฐ.จะกำหนดออกมาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล คือ นอกจากเรียนเก่งแล้ว ต้องมีอาชีพ มีงานทำด้วย จึงฝากผู้บริหารและครูประจำชั้นช่วยกันสร้างกิจกรรมและแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นกับเด็ก เพื่อส่งต่อเด็กตั้งแต่ชั้น ป.1 เป็นต้นไปอย่างต่อเนื่องจนจบการศึกษาตามเส้นทางชีวิตของแต่ละคน นอกจากนี้ เรื่องทวิภาคีและทวิศึกษา ก็ดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะ CP ที่เข้ามาร่วมมือกับ สพฐ. หลายเรื่อง เช่น การให้นักเรียนไปฝึกงานในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งนอกจากจะมีรายได้แล้ว สิ่งสำคัญที่เคยได้รับฟังจากเด็กที่ไปฝึกงานคือ "ได้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น" กล่าวคือ เมื่อหาเงินมาได้เอง ต้องใช้เงินอย่างคุ้มค่า และการไปฝึกงานช่วยสร้างความรับผิดชอบทั้งระบบให้เกิดขึ้นในตัวเด็ก

นอกจากนี้ ในเรื่องของภาษาต่างประเทศ ก็เป็นเรื่องสำคัญต่อการส่งเสริมให้คนไทยมีความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศได้ เช่น การส่งเสริมทักษะการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษ การสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นในการเรียนภาษาอังกฤษ ฯลฯ

3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Development) เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่ง สพฐ. จะเน้นการเสริมสร้างศักยภาพเด็กให้เกิดขึ้นตามช่วงวัย โดย สพฐ.จะเริ่มต้นตั้งแต่หัวจนท้าย กล่าวคือจะจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล 1-3 เช่นเดียวกับภาคเอกชนซึ่งดำเนินการมาก่อนแล้ว จนกระทั่งเด็กจบชั้น ม.6 รวมไปถึงการศึกษาเพื่อคนสูงวัยด้วย ดังนั้น การดูแลพัฒนาตั้งแต่เด็กอนุบาล 1 ขึ้นไป จะทำให้ สพฐ. ดูแลพัฒนาเด็กได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนประเด็นการยกระดับคุณภาพการศึกษา เช่น การยกระดับผลสอบ O-NET ให้สูงขึ้น สพฐ.จะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างให้เด็กมีอาชีพ มีงานทำ

4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม (Social Equality) การจัดการศึกษาในเขตพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือ (ชายขอบ) หรือการจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของ สพฐ. เพราะมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาก โดยโครงการสำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ดำเนินการ คือ การจัดหา "ผู้ช่วยสอน หรือติวเตอร์ Tutor)" ที่เก่งที่สุดและมีชื่อเสียงระดับประเทศในหลากหลายวิชา เช่น ครูอุ๊ เข้ามาช่วยบันทึกลงแผ่น CD เพื่อสำเนาให้โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศนำไปช่วยสอนให้แก่เด็ก รวมทั้งปรับพื้นฐานเด็กที่เรียนอ่อนให้มีความรู้พร้อมที่จะเรียนอย่างเข้มต่อไป และพื้นที่ใดที่ขาดแคลนครูผู้สอน หรือครูไม่ครบทุกวิชาเอกในโรงเรียน ก็จะใช้ CD เป็นตัวขับเคลื่อนได้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้เด็กมีความเพลิดเพลินในการเรียนการสอนกับครูที่เก่ง ๆ ในขณะเดียวกัน ครูผู้สอนในแต่ละโรงเรียนก็จะได้เทคนิควิธีการจากครูที่เก่ง ๆ เหล่านี้ ถือเป็นตัวอย่างโครงการที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อีกแนวทางหนึ่ง

5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Growth) มีหลายโครงการที่สำคัญ เช่น โครงการเศรษฐกิจพอเพียง นโยบายโรงเรียนคุณธรรม เป็นต้น ซึ่งโรงเรียน สพฐ. จะเป็นรากฐานในการส่งเสริมและปลูกฝังให้นักเรียนได้เรียนรู้ มีความเข้าใจ และตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อม

6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ (Rebalancing and Public Sector Development) สพฐ.มีความร่วมมือกับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ในหลายโครงการ หนึ่งในโครงการที่สำคัญคือ "สานพลังประชารัฐ" ซึ่งภาคเอกชนได้เข้ามาช่วยสนับสนุนสื่อต่าง ๆ มีทีมงานร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมทำงานกับ สพฐ. ที่สำคัญโครงการอบรมครั้งนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ซึ่งเป็นการพัฒนาผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXT ED (Leadership Program for Sustainable Education)

นอกจากยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่ง สพฐ.ได้กำหนดแผนงานโครงการไว้แล้ว มีโครงการที่สำคัญอื่น ๆ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องเร่งดำเนินการในปีงบประมาณนี้ คือ โครงการพัฒนาโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน หรือโรงเรียน ICU (Intensive Care Unit) ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ดีมาก สพฐ. ต้องกลับมาพิจารณาว่า วิกฤตของการเป็นโรงเรียน ICU มีเรื่องอะไรบ้าง ในขณะเดียวกันผู้บริหารสถานศึกษาก็ต้องกลับไปมองโรงเรียนตนเองด้วยว่าโรงเรียนของเราเข้าขั้น ICU จริงหรือไม่ และโรงเรียนที่เข้าร่วมการอบรมครั้งนี้ทั้ง 20 โรงเรียน ก็ต้องช่วยคิดวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาโรงเรียน ICU ให้มีความเข้มข้น เพื่อให้โรงเรียนเหล่านั้นหลุดจากโครงการ ICU เพื่อพักฟื้นต่อไปด้วย

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ ต้องการให้มีการอบรม "ผู้นำการตลาด" โดยมุ่งหวังให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูได้เข้าใจการประชาสัมพันธ์โรงเรียนของตนเองว่า ได้จัดการศึกษาในเรื่องต่าง ๆ แล้วส่งผลดีต่อชุมชนอย่างไรบ้าง ซึ่งโรงเรียนที่ดี ๆ จำนวนมากส่วนใหญ่ไม่ได้แบมือขอเงินจากรัฐบาลเท่านั้น แต่ได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือโรงเรียนอยู่แล้ว เพียงแต่หากเราไม่เดินเข้าไปหา ก็จะไม่ได้รับความช่วยเหลือ จึงฝากประเด็นการเป็นนักการตลาด เพราะการตลาดในความหมายนี้ก็ทำเพื่อลูกหลานของเราทั้งสิ้น

อีกประเด็นที่เป็นปัญหาวิกฤตในบ้านเมืองของเราในเวลานี้ คือ "การไม่เคารพกฎจราจร" ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ต้องการให้ สพฐ. เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ นอกเหนือไปจากหน่วยงานอื่น ๆ ที่ดำเนินการอยู่แล้ว เนื่องจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในบ้านเราสูงมาก ส่งผลให้มีคนเจ็บคนตายจำนวนมากมายในแต่ละปี คณะรัฐมนตรีจึงมอบกระทรวงศึกษาธิการช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนต้องจัดกิจกรรมและการเรียนการสอน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร ให้เด็กซึมซับการมีวินัยจราจรตั้งแต่เด็ก สามารถช่วยเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองได้หากขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพราะการไม่เคารพกฎจราจร นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตนเองแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างอีกด้วย

ด้านการใช้จ่ายงบประมาณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต้องการให้ สพฐ. ใช้จ่ายเงินทุกบาทให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด เช่น การฝึกอบรมจะต้องตรงกับความต้องการของครู และสอดคล้องแต่ละสภาพพื้นที่อย่างแท้จริง ดังนั้น โครงการฝึกอบรมประชุมสัมมนาต่าง ๆ ที่ได้วางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว คงจะต้องรอก่อน เพื่อจัดให้มี Focus Group รับฟังความต้องการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้เสียก่อน

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ได้กล่าวย้ำให้บุคลากรของ สพฐ. ได้รวมพลังสร้างสรรค์การขับเคลื่อนงานให้เกิดผลสำเร็จ เริ่มต้นที่โรงเรียนของเราที่จะต้องสลาย "ไซโล" ในโรงเรียนให้ได้ ขอให้หันหน้าเข้าหากัน  อย่าขัดแย้งกัน เพราะเด็ก ๆ จะได้รับประโยชน์หรือผลกระทบ ก็ล้วนมาจากความคิดและการกระทำของพวกเราทั้งสิ้น

  การอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม “รวมพลังสร้างสรรค์ทีม” หรือ MOE One Team ครั้งที่ 2  เป็นการอบรมต่อเนื่องจากรุ่นแรก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2559 และก่อนหน้านั้นได้จัดการอบรมแก่ผู้บริหารระดับ Top Team กว่า 80 คน ของทั้งสององค์กร คือ กระทรวงศึกษาธิการ และ C.P.Group ระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2559 โดยผู้บริหารระดับสูงสุดได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันผ่านรูปแบบ Action Learning หรือการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง

ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ C.P.Group ใช้ฝึกอบรมพัฒนาผู้นำในองค์กร โดยเริ่มจากการคัดเลือกผู้นำจากแต่ละฝ่ายมาร่วมทำโครงการเป็นทีม ให้แต่ละทีมได้ลงมือทำโครงการที่คิดขึ้นจริงเป็นเวลา 6 เดือน หรือ 9 เดือน และระหว่างทำโครงการจะมีการประเมินผลจากเจ้าของโครงการ (Project Owner: ผู้ให้ความรู้ความเข้าใจกับทีม) กับผู้สนับสนุนโครงการ (Project Sponsor: เปรียบเสมือนโค้ชบุกเบิกทางให้ทีม) รวมทั้งการประเมินจากสมาชิกภายในทีม

รูปแบบการประเมิน เน้น 2 แกนหลัก คือ แกนสมรรถนะและศักยภาพ ทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจ และความทุ่มเท และแกนคุณค่า (Values) ซึ่งเป็นพฤติกรรมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเป็นผู้นำที่ดี นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี เช่น การรู้จักเป็นผู้นำในเรื่องที่เหมาะสม การเป็นผู้ตาม การทำงานร่วมกัน เป็นต้น ซึ่งสุดท้ายแล้วแต่ละทีมก็จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการเรียนรู้และองค์ความรู้ร่วมกัน อันจะนำไปสู่การสลาย "ไซโล" (Cross Functional) ที่เป็นกระบวนการที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงโดยใช้โครงการเป็นฐาน และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาหรือเสาะหาผู้นำที่ดีให้แก่องค์กร

นายศุภชัย เจียรวนนท์
กรรมการผู้จัดการใหญ่
และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

กล่าวถึงโครงการนี้ เมื่อ 16 ธันวาคม 2559

 

ในพิธีปิดการอบรม วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 - นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายอัมพร พินะสา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ. ได้พบปะพูดคุยกับผู้เข้ารับการอบรม พร้อมรับฟังการนำเสนอโครงการที่ต้องการให้ C.P. เข้าไปดูแลช่วยเหลือสนับสนุนสถานศึกษา ซึ่งนายธนินท์ เจียรวนนท์ ได้ให้ข้อคิด คำแนะนำ และแนวทาง และพร้อมให้การเข้าไปดูแลช่วยเหลือสนับสนุนต่อไป

โอกาสนี้ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กล่าวขอบคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์ และกล่าวปิดการอบรมในครั้งนี้


บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี: ถ่ายภาพ
ขอบคุณภาพหมู่: กวพ.สพร.สพฐ.
ภาพเพิ่มเติม: facebook "ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี"

3
/2/2560
update 6/2/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  049 ให้โอวาทพิธีปิดค่ายพัฒนาผู้นำเยาวชนเทพศิรินทร์
  044 บรรยายสืบสานพระราชปณิธานฯ ที่อุดรธานี หนองคาย และสกลนคร
  043 รับฟังปัญหา รร.ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ICU ี่สกลนคร
  042 บรรยาย "ศาสตร์พระราชา" ที่เชียงใหม่
  041 การประชุมวิชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ ที่เชียงใหม่
  025 จัดคลินิกพิเศษห้องเรียนกีฬา ที่กระบี่
  021 บรรยายที่ รร.ศรีอยุธยา
  014 ศธ.จัดอบรม Boot Camp ระดับภูมิภาค
  010 รมว.ศธ.รับฟังปัญหา รร.ICU ที่เชียงใหม่
  527 111 ปีแห่งการพระราชทานนาม รร.ยุพราชวิทยาลัย
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ