.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวที่ 660/2560
สกอ.จัดประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษาฝ่ายผลิตครู ร่วมกับประเทศฟินแลนด์


ศธ.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ด้านแนวคิด  หลักการ และนโยบาย ในการผลิตและพัฒนาครูร่วมกับประเทศฟินแลนด์ รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการศึกษากับฟินแลนด์ วิเคราะห์สถานการณ์การจัดการศึกษา และสำรวจความต้องการของการพัฒนาระบบการเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษา มุ่งหวังให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือและสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาอาจารย์ฝ่ายผลิตครูของไทย

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา – เมื่อวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2560 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน ชั้น 5 อาคารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาระบบการเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษาฝ่ายผลิตครู ร่วมกับประเทศฟินแลนด์” และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “แนวทางความร่วมมือการพัฒนาระบบการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาไทย ที่จัดการเรียนการสอนด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์”

ม.ล.ปริยดา ดิศกุล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ ทำเนียบองคมนตรี บริเวณพระราชอุทยานสราญรมย์ ได้เข้าร่วมประชุมรับฟังข้อเสนอแนะและแนวทางจัดการศึกษาจากองคมนตรีทั้ง 3 ท่าน คือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นพ.เกษม วัฒนชัย และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ โดยมี รมว.ศึกษาธิการ รมช.ศึกษาธิการ และ ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ได้เข้าร่วมรับฟังด้วย จึงขอแจ้งข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏในด้านต่าง ๆ จากการหารือร่วมกันครั้งนั้น ดังนี้

1) การทำงานต้องมีตัวชี้วัด ฐานข้อมูล และเป้าหมายชัดเจน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชดำรัสตรัสกับคณะองคมนตรีและคณะรัฐมนตรี เมื่อครั้งเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพระองค์ทรงมีข้อเสนอแนะในการทำงานต่าง ๆ ต้องมีตัวชี้วัด (KPI) มีฐานข้อมูล และมีเป้าหมายในการดำเนินงานที่ชัดเจน เช่น การของบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยราชภัฏให้มีความสมบูรณ์ อาทิ การระบุว่ามีจำนวนนักเรียนกี่คน, เปิดทำการเรียนการสอนในสาขาวิชาใดบ้าง, เมื่อจบการศึกษาแล้วนักศึกษาไปประกอบอาชีพอะไร หรือได้ทำงานอยู่ในท้องถิ่นตามเป้าหมายของมหาวิทยาลัยราชภัฎที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อท้องถิ่นหรือไม่ เนื่องจากฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยราชภัฏปัจจุบันยังไม่ครบถ้วน ในขณะที่ฐานข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรามีทิศทางในการดำเนินงาน สามารถวางแผนการทำงานในด้านต่าง ๆ ได้ต่อไป

2) การอบรมครูโดยใช้คูปองครู ซึ่งเป็นการพัฒนาครูประจำการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่เน้นแบบ Professional Learning Community (PLC) เพื่อพัฒนาตนเอง ด้วยการลงทะเบียนเข้ารับการอบรมและนับชั่วโมง สอดคล้องกับการเปลี่ยนระบบในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ที่ไม่มุ่งเน้นการทำผลงาน จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่ผ่านการพิจารณาของสถาบันคุรุพัฒนา สามารถเข้ามาจัดหลักสูตรอบรมได้ ซึ่งพบว่าขณะนี้มีครูลงทะเบียนเข้าอบรมกว่า 320,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 80 ของครูทั้งหมด โดย ศธ. จัดสรรงบประมาณสำหรับคูปองครู เพื่อให้ครูไปเลือกเข้ารับการอบรมประมาณ 3-4 พันล้านบาทต่อปี ดังนั้น หากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง สามารถจัดหลักสูตรอบรมที่มีคุณภาพ ซึ่งนอกจากจะเป็นรายได้เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีส่วนช่วยพัฒนาหลักสูตรทั้งระบบให้มีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งครูก็มีกิจกรรมการอบรมที่มีคุณภาพหลากหลายมากขึ้นอีกด้วย

3) การยกระดับภาษาอังกฤษครั้งใหญ่ด้วยการจัดตั้งศูนย์การอบรมภาษาอังกฤษแบบเข้ม หรือ Boot Camp ซึ่งเป็นโครงการอบรมครูรูปแบบใหม่ที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการร่วมกับ British Council ปัจจุบันมีจำนวน 18 ศูนย์ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ แต่ระยะต่อไปจะขยายการตั้งศูนย์ Boot Camp ไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยดำเนินการในลักษณะของการทำ G2G ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏกับ British Council โดยตรง นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏอาจใช้ประโยชน์ในส่วนนี้ เช่น ส่งนักศึกษาที่จะเป็นครูภาษาอังกฤษในอนาคตเข้าศึกษาเรียนรู้วิธีการสอนภาษาอังกฤษรูปแบบใหม่กับ British Council เพื่อให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏได้เรียนรู้วิธีการสอนภาษาอังกฤษแนวใหม่ ถือเป็นการพัฒนาคุณภาพครูร่วมกัน

4) ความร่วมมือด้านการศึกษากับฟินแลนด์ ซึ่งได้มีการดำเนินการความร่วมมือกันตั้งแต่ปีที่แล้วใน 3 สถาบันการศึกษา ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยในปีนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณการทำวิจัยในรูปแบบ Action Research ซึ่งประเทศฟินแลนด์จะเข้ามาช่วยพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีกด้วย

5) การพัฒนาท้องถิ่น ขณะนี้มีโรงเรียนโครงการสานพลังประชารัฐ ซึ่ง สพฐ.ดำเนินการร่วมกับ 12 ภาคเอกชนที่สนับสนุนโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) (Basic Education and Human Capital Development) ซึ่งขณะนี้กำลังพัฒนาโรงเรียนประชารัฐ 3,351 โรงเรียน และจะเพิ่มมากขึ้นในปีต่อไป จึงต้องการให้มหาวิทยาลัยราชภัฎเข้ามาช่วยเป็น School Partner เพื่อร่วมกันพัฒนาให้ครูได้ประสบการณ์จริงในเรื่องของการเข้าไปเติมเต็มการพัฒนาโรงเรียนของโครงการซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง สามารถร่วมมือกับสำนักงาน กศน. ในการนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในการสร้างอาชีพให้ประชาชนทุกกลุ่มให้มากขึ้น รวมทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณเพิ่มเติมด้วย

6) การส่งเสริมคุณธรรมให้กับผู้เรียน คุณธรรมไม่ได้เกิดจากการที่ให้เด็กนั่งฟังการบรรยายในห้องเรียน แต่เกิดจากการจัดกิจกรรมที่ให้เด็กออกไปทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องง่ายที่สามารถดำเนินการได้โดยไม่ใช้เงินมหาศาล รวมทั้งการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณธรรมในสถานศึกษา ซึ่งทุกศาสนาสามารถเข้าร่วมโครงการได้ ที่สำคัญคือมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งควรเป็นสถาบันคุณธรรม โดยการนำกระบวนการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมไปสอดแทรกในหลักสูตรการเรียนการสอนบัณฑิตที่จะจบไปเป็นครูในอนาคต

7) โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ขณะนี้มีนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเข้าร่วมโครงการนี้จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำเร็จในการผลิตผู้เรียนของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาที่มีนักศึกษาผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นได้มากที่สุดในประเทศ รองลงมาเป็น มศว ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่สำคัญ เพื่อให้ได้ครูเก่ง ๆ เข้ามาในระบบการศึกษา เป็นการทดแทนอัตรากำลังครูที่จะเกษียณอายุในอีก 10 ปีข้างหน้ากว่า 270,000 คน อีกด้วย

วาระเหล่านี้ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะให้ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏรับทราบ และมีส่วนร่วมในการดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จตามแนวทางที่ได้วางไว้ เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืนในการพัฒนาระบบการศึกษาไทยต่อไป

นายปราโมทย์ โชติมงคล ผู้อำนวยการศูนย์โรงเรียนคุณธรรม มูลนิธิยุวสถิรคุณ กล่าวว่า โลกปัจจุบันเป็นโลกของดิจิทัล ซึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย การศึกษาก็เช่นเดียวกัน อีกไม่นานมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลง นิสิตนักศึกษาในยุคต่อไปสามารถเรียนรู้ได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน การเรียนรู้ในห้องเรียนจะค่อย ๆ หายไป ฉะนั้น คนเป็นครู ผู้ที่ผลิตครู จะต้องปรับเปลี่ยนเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ของโลก ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่คงอยู่คือคุณธรรม คนที่เป็นครู ต้องเป็นครูที่ดี มีคุณธรรมนำชีวิต และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน เมื่อนักเรียนเห็นครูปฏิบัติดี นักเรียนก็จะปฏิบัติตาม

ครูจึงมีหน้าที่สอนให้เด็กมีคุณธรรม และปฏิบัติตนให้เป็นคนมีคุณธรรมไปพร้อมกันด้วย การพัฒนาจึงจะเกิดขึ้น เพราะได้เรียนรู้ไปพร้อมกันทั้งครูผู้สอนและผู้เรียน ต้องลงมือทำ ต้องมีใจที่จะทำ ผลที่ออกมาถึงจะชัดเจน

ศาสตราจารย์ก้องกิติ พูลสวัสดิ์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ฟินแลนด์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยกย่องว่ามีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก จัดการระบบการศึกษาของประเทศได้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการสอนเพื่อส่งเสริมด้านทักษะและเทคโนโลยีให้แก่เยาวชน ประเทศฟินแลนด์ให้ความสำคัญกับการผลิตครูที่มีคุณภาพสูง โดยมียุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การจัดระบบกระตุ้นให้ครูเป็นผู้นำทางการศึกษา สามารถจัดการศึกษาและออกแบบการศึกษาได้เองตามศักยภาพ โดยนำนักเรียนที่เก่งในด้านต่าง ๆ เข้ามาสู่ระบบครู เพื่อสร้างเยาวชนให้เป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ

สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ คือ

  • แนวทางการพัฒนาวิธี Pre-service Teacher Training

  • กระบวนการวิจัยด้านการพัฒนา Pedagogy

  • การพัฒนาการเรียนการสอนแบบบูรณาการ Integrated Lesson Plan

  • Professional Development

  • งานวิจัยด้านการประเมินผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน Benchmarking

  • Dealing with Slow Learners

  • Dealing with Cyber Bullying

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ในฐานะของตัวแทนจากสถาบันการศึกษาที่ได้การจัดการเรียนการสอนร่วมกับประเทศฟินแลนด์ ได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากประเทศฟินแลนด์ว่า การทำความร่วมมือกับประเทศฟินแลนด์ทำให้ได้ประสบการณ์หลายอย่างในมุมมองของการพัฒนาระบบการศึกษา การร่วมมือฟินแลนด์ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีและการสนับสนุนทางวิชาการที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ได้เรียนรู้การวิเคราะห์และประเมินองค์กรเพื่อการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาครุศึกษา และการได้ร่วม Workshop การพัฒนาครุศึกษา ได้อบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “Phenomenon Based Teaching and Learning – Teachers’ Professional Development Program”และการนำไปใช้ในชั้นเรียนระดับอุดมศึกษา และได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมวิชาการและศึกษาดูงานเชิงวิชาการ ณ ประเทศฟินแลนด์ ทำให้เห็นการจัดการศึกษาที่เป็นระบบ

ทั้งนี้ ฟินแลนด์ไม่ได้มองการศึกษาเพื่อการสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือการมีงานทำ แต่เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน และครูเป็นอาชีพที่มีคุณค่า ทำให้ประเทศฟินแลนด์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและผลิตครูเข้าสู่ระบบการศึกษา การร่วมมือกับประเทศฟินแลนด์จะทำให้เรามีตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจนขึ้น ทำให้สามารถดึงเอาจุดเด่นที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และปรับเปลี่ยนจุดด้อยที่ส่งผลกระทบต่อระบบการเรียนการสอนของเรา ทำให้เกิดการบูรณาการในการพัฒนาการศึกษาให้เกิดความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

อนึ่ง ในการประชุมครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นายปราโมทย์ โชติมงคล ผู้อำนวยการศูนย์โรงเรียนคุณธรรม มูลนิธิยุวสถิรคุณ, นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, ศาสตราจารย์ ก้องกิติ พูลสวัสดิ์ ภาควิชาวิศวกรรม อุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย, ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ, คณบดีคณะคณบดีครุศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง, ผู้แทนในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ผู้แทนจากสถาบันคลังสมอง, ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และสถาบันการศึกษาที่มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนร่วมกับประเทศฟินแลนด์ ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ โรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์


จงจิตร ฟองละแอ, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/เรียบเรียง
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า: ถ่ายภาพ
กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป.: รายงาน
26/12/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี  เกี่ยวกับ สกอ.

   
  651 รับมอบเงินจาก MK เพื่อสนับสนุนสร้างอาคาร ม.มหิดล
  645 มอบนโยบายมหาวิทยาลัยเปลี่ยน 4 ข้อ
  638 หารือกับฟินแลนด์
  632 ลั่น 1 ปีผุดกระทรวงการอุดมศึกษา
  624 นพ.อุดม เข้าหารือภายในก่อนเข้าทำงานวันแรก 5 ธค.นี้
  622 ประชุม ก.พ.อ. 11/2560
  621 ทปอ.มรภ.พบองคมนตรี-รัฐมนตรี
  609 ประชุมสภา สจล.
  607 พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มรภ.เขตภาคใต้
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ