.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 413/2560
รมว.ศธ.เปิด
การประชุมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ เรื่อง "การพัฒนาชนบทเพื่อขจัดความยากจนในเอเชีย" (Revitalizing Rural Development for Poverty Eradication in Asia)


นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ เรื่อง "การพัฒนาชนบทเพื่อขจัดความยากจนในเอเชีย : Revitalizing Rural Development for Poverty Eradication in Asia" จัดโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม อาทิ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสมหวัง พ่วงบางโพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, ผศ.นิธินันท์ วิศเวศวร รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และคณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์, ผศ.จิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมทั้งนักวิชาการจากนานาประเทศในทวีปเอเชียเข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน เมื่อวันพุธที่ 2 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมเซ็นทาราฯ จังหวัดอุดรธานี

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวตอนหนึ่งว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีที่สำคัญในการทำความเข้าใจในการพัฒนาชนบทของประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดขึ้นในโอกาสรำลึก 100 ปีชาตกาล "ป๋วย อึ๊งภากรณ์" ที่ยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกเมื่อปี 2558 โดย ดร.ป๋วย เป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผลงานสำคัญในด้านการริเริ่มพัฒนาชนบท พัฒนาระบบการศึกษาของชาติ ผลักดันแนวความคิดในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในสังคมไทยอย่างมากมาย เป็นต้น

ดร.ป๋วย ถือเป็นตัวอย่างของบุคคลในอุดมคติ มีอิทธิพลต่อตนเองเป็นอย่างมาก เคยอ่านหนังสือต่าง ๆ รวมทั้งได้ศึกษาประวัติชีวิตของท่าน เมื่อครั้งท่านดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ พร้อมกันหลายตำแหน่ง เป็นตัวอย่างที่ดีที่ไม่ขอรับเงินเดือนซ้อนกันในหลายตำแหน่ง จึงถือเป็นส่วนหนึ่งที่ขอยกย่องและภูมิใจที่การจัดงานครั้งนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งในโอกาสรำลึก 100 ปีชาตกาลที่คนรุ่นหลังได้มีโอกาสยกย่องท่าน

อีกส่วนหนึ่งที่จะกล่าวคือนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งแม้ว่ารัฐส่งเสริมจัดการศึกษาให้ผู้เรียนจบออกมาได้รับปริญญาและมีงานทำ แต่สิ่งสำคัญอีกประการคือควรเป็นคนที่ใช้ชีวิตที่คุ้มค่าต่อสังคม ดังเช่น อ.ป๋วย ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงได้ให้ความสำคัญในแนวทางจัดการศึกษา 3 ประการที่สำคัญ คือ การให้โอกาสที่ดีที่สุดแก่เด็กและเยาวชนของไทย ลดความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษา และพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มต้นการปฏิรูปการศึกษา มักจะมีคำถามเสมอว่า ทำไมไทยไม่ทำตามประเทศที่ประสบความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษา เช่น สิงคโปร์ ฟินแลนด์ ฯลฯ ซึ่งจะเห็นว่าประเทศเหล่านี้หน่วยงานต่าง ๆ ทางการศึกษามีความเป็นอิสระสูงมาก อาจจะยังไม่เหมาะสมกับบริบทของไทย แต่สิ่งสำคัญที่ไทยนำแนวคิดของทั้ง 2 ประเทศมาเป็นบทเรียนสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา คือ พยายาม "ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา" ก่อนเป็นลำดับแรก ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องคุณภาพ

โอกาสนี้ นพ.ธีระเกียรติ ได้นำเสนอข้อมูลพื้นฐานระบบการศึกษาของประเทศ (Education in THAILAND) ในที่ประชุม โดยกล่าวว่าหากพิจารณาจากข้อมูลสนับสนุนเชิงประจักษ์ (Evidence-based Policy) ที่ได้อ้างอิงจากผลประเมินจากการทดสอบ PISA (Programme for International Student Assessment) จัดโดยองค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่า OECD (Organization for Economic Cooperation and Development) ในวิชาที่เป็นหัวใจของการพัฒนา 3 วิชา คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน

ซึ่งปี พ.ศ.2543 (ค.ศ.2000) เป็นปีที่ประเทศไทยเริ่มมีการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของประเทศ และเป็นปีที่ไทยเข้าร่วม PISA ซึ่งผลคะแนนของการทดสอบ PISA ทุก ๆ 30 คะแนนที่ห่างจากค่าเฉลี่ย PISA จะเท่ากับ 1 ปีการศึกษา นั่นก็คือผลสอบปีล่าสุด พบว่าเด็กไทยอายุ 15 ปีที่เข้ารับการทดสอบ PISA มีความรู้ใน 3 วิชาดังกล่าว ห่างจากประเทศที่พัฒนาแล้วโดยเฉลี่ยเกือบ 3 ปีการศึกษา หรือยังคงอยู่ห่างจากคุณภาพของเด็กสิงคโปร์ 5 ปีการศึกษา นอกจากนี้ ข้อมูลการสอบ PISA ในช่วงเวลา 16 ปีที่ผ่านมาก็พบด้วยว่า เด็กที่ติดอันดับสูงสุดของไทย 10% ได้คะแนนเฉลี่ยเกือบ 550 คะแนน แต่เด็กที่อ่อนที่สุดได้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 350 คะแนน เท่ากับว่าเด็กไทยที่ได้คะแนนในกลุ่มสูงสุดกับกลุ่มต่ำสุดมีความเหลื่อมล้ำกันเองภายในประเทศถึง 7 ปี ซึ่งมีความเหลื่อมล้ำมากกว่าที่เราห่างจากสิงคโปร์เสียอีก และสะท้อนให้เห็นว่าทิศทางปฏิรูปการศึกษาในช่วง 16 ปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ วิธีการและการลงทุนในการปฏิรูปการศึกษาด้านต่าง ๆ ของไทยล้มเหลว เพราะช่องว่างทางการศึกษาไม่ได้ลดลงเลย

ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์กลุ่มโรงเรียนที่เข้ารับการทดสอบ PISA ของไทย พบว่าโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้คะแนนต่ำที่สุด ถัดมาตามลำดับคือโรงเรียนในสังกัด อบต./อบจ., โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา, โรงเรียนเอกชน, โรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไป, โรงเรียนสาธิต จนถึงกลุ่มที่ได้คะแนนสูงที่สุดซึ่งเป็นกลุ่มโรงเรียนชั้นนำ เช่น เตรียมอุดมศึกษา สวนกุหลาบวิทยาลัย และกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์ คือ จุฬาภรณราชวิทยาลัย และมหิดลวิทยานุสรณ์ตามลำดับ

กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา และการจัดสรรทรัพยากรให้แก่โรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและอยู่ในระดับล่างสุด เพื่อยกระดับกลุ่มเด็กที่ได้คะแนนต่ำที่สุดขึ้นมาให้ได้ แต่ในขณะเดียวผลการวิเคราะห์ยังพบว่าหลายประเทศ เช่น มาเก๊า ฮ่องกง เวียดนาม และเอสโตเนีย ได้อันดับ PISA ติดอันดับต้นของโลก โดยเฉพาะเด็กยากจนที่สุดของเวียดนามสามารถเอาชนะเด็กที่มีความพร้อมหรือเด็กรวยที่สุดของ OECD ที่อยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปได้ ทำให้เห็นบทเรียนสำคัญของเวียดนามที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คือ การส่งเสริมให้เด็กกระตือรือร้นหรืออยากที่จะเรียนหนังสือ (Mindset) เพราะสถิติพบว่าเด็กเวียดนามตื่นเต้นกับการเรียนหนังสืออยู่ตลอดเวลา โดยในจำนวนเด็ก 100 คนจะพบเด็กยากจนของเวียดนามอยากเรียนหนังสือมากถึง 77 คน ส่วนเด็กไทยที่อยากเรียนหนังสือใน 100 คนจะพบเพียง 18 คนเท่านั้น

ดังนั้น จึงฝากประเด็นนี้ให้ที่ประชุมร่วมกันขบคิดพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้ช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเราสามารถดึงสิ่งที่ดีที่สุด หรือศักยภาพให้ออกมาจากตัวเด็กให้ได้มากที่สุด เหมือนกับที่ปรัชญาการศึกษาของเกาหลีใต้ คือ “ปลุกมังกรออกมาจากตัว” และที่สำคัญจะต้องไม่ลืมแนวคิดของ อ.ป๋วย คือ "การจัดการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม"


บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
อรพรรณ ฤทธิ์มั่น: ถ่ายภาพ
2/8/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี  เกี่ยวกับ สกอ.

   
  401 บรรยายศาสตร์พระราชา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเตศรีราชา
  397 ผลประชุม ก.พ.อ. 7/2560
  387 การผลิตกำลังคนและนวัตกรรมอุดมศึกษารองรับ EEC
  384 มรภ.อุบลราชธานี จัดหลักสูตรสุขภาวะเป้นฐาน
  359 ประชุมกับที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ
  358 "ปริยดา"เผยข้อมูลมหาวิทยาลัยที่ผลิตครู
  352 ภารกิจที่ ม.สุรนารี จ.นครราชสีมา และสระบุรีวิทยาคม
  341 "ธีระเกียรติ"บรรยายในการประชุมเตรียมความพร้อมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
  340 บรรยายในการประชุมเตรียมความพร้อมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
  332 ทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ