.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 207/2560
อศ.ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมการผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก


สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุมพิจารณากรอบแนวทางการผลิตและพัฒนากำลังคนตามโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) โดย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 10 หน่วยงานเข้าร่วมประชุม เมื่อวันจันทร์ที่ 24 เมษายน 2560 ณ กระทรวงศึกษาธิการ

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2559 เห็นชอบหลักการ "โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development : EEC)" ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน เพื่อส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) โดยมีกรอบแนวคิดในการดำเนินโครงการ ดังนี้

  • พื้นที่ดำเนินการ โดยดำเนินการใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดฉะเชิงเทรา แบ่งเป็นเขตอุตสาหกรรม เขตพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเขตพัฒนาเมือง

  • การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วย ทางอากาศ ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ทางเรือ ได้แก่ ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด ทางถนน ได้แก่ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรุงเทพฯ-ชลบุรี พัทยา-มาบตาพุด และแหลมฉบัง-นครราชสีมา และทางราง ได้แก่ รถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และช่วงกรุงเทพฯ-ระยอง

  • การดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน ประกอบด้วย การให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนเพิ่มขึ้นจากเดิม การจัดตั้งกองทุนพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ การจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จการลงทุน (One Stop Service) การอำนวยความสะดวกในการอนุมัติเรื่องการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและผังเมือง ความรวดเร็วในการออกใบอนุญาต การประกาศเป็นเขตปลอดภาษี การจัดหาที่ดินและระยะเวลาเช่าที่ดิน ระยะเวลาพำนักและทำงานของนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ สิทธิในการทำธุรกรรมทางการเงิน การใช้เงินตราต่างประเทศ การจัดตั้งศูนย์ธุรกรรมการเงิน และการจัดตั้งกองทุนในพื้นที่ร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น

ในส่วนของ "ภาคการศึกษา" ได้มีการเตรียมการวางแผนผลิตและพัฒนากำลังคนให้รองรับ EEC โดยเริ่มต้นที่ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ระยอง ฉะเชิงเทรา และชลบุรี ได้จัดการประชุมการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบบูรณาการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์, 6 กุมภาพันธ์ และ 23 มกราคม 2560 ตามลำดับ

จากนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดการประชุมสัมมนาทางวิชาการการจัดทำแผนจัดการศึกษาแบบบูรณาการเพื่อรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 24-25 มีนาคม 2560 ณ จังหวัดชลบุรี เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วางแผนดำเนินงานร่วมกันในการจัดการศึกษาเพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกใน 3 จังหวัดดังกล่าวและจังหวัดอื่นที่ติดต่อ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" เป็นประธานเปิด และ "พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง" ร่วมรับฟังแผนการจัดการศึกษาในพิธีปิดการประชุมสัมมนา

นอกจากนี้ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการวางแผนผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ให้เสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมเดิม (First S-Curve) และอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการต่อยอดมากขึ้น กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นเจ้าภาพจัดประชุมในครั้งนี้ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก

จากการประชุมครั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้รับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากหลากหลายหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม จึงได้มอบให้ สอศ. รวบรวมข้อคิดเห็นทั้งหมดไปประกอบการพิจารณาจัดทำกรอบแนวทางการผลิตและพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ข้อมูลเชิงความต้องการ (Demand-side)" ของภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนผลิตและพัฒนากำลังคนทั้งจำนวนและความต้องการสาขาต่าง ๆ ให้ตรงกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่าข้อมูลในการวางแผนผลิตกำลังคนเป็นเรื่องยากมากที่จะได้ข้อมูลตรงกัน เพราะมีหลากหลายหน่วยงานต่างรับผิดชอบ แต่การประชุมครั้งนี้ได้มองเห็นความแม่นยำของข้อมูลการวางแผนผลิตกำลังคนใน 3 จังหวัด EEC ที่หลายหน่วยงานนำเสนอ จึงขอให้ สอศ. รวบรวมข้อมูลให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ เพื่อนำไปกำหนดเป็นร่างแผนงานต่าง ๆ และเชิญหน่วยงานทั้งหมดมาประชุมร่วมกันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เตรียมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อให้กรอบการทำงานเป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐบาลกำหนด ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่างานใดที่เตรียมการไว้แล้วซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที ก็ขอให้ดำเนินการได้เลย เพราะต้องเร่งขับเคลื่อนแผนจัดการศึกษาแบบบูรณาการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้คือช่วงเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2560

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า จากการประชุมครั้งนี้ มีหน่วยงานต่าง ๆ ได้มารายงานให้ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก เช่น แนวทางการผลิตและพัฒนากำลังคน  สถานการณ์แรงงาน การจัดเตรียมหลักสูตรร่วมกับสถานศึกษาอาชีวะภายในจังหวัด การผลิตให้ตรงตามมาตรฐาน Cluster ที่เป็นจุดเน้นใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ คือ 1) การต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) ประกอบด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next – Generation Automotive) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affluent, Medical and Wellness Tourism) การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnolgy) และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for the Future) รวมทั้งการเติม 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) ประกอบด้วยอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotics) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Biochemicals) อุตสาหกรรมดิจิตอล (Digital) และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) ซึ่งทั้ง 10 อุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก อันจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของไทยในอนาคต

ทั้งนี้ สอศ. ได้มอบให้ นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการ กอศ. รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่นำเสนอในการประชุมครั้งนี้ คือ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน (กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) กรมโรงงานอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จากนั้นจะเชิญหน่วยงานทั้งหมด รวมทั้งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้ามาประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคมนี้ เวลา 9.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อคณะรัฐมนตรีรับทราบต่อไป


บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
24/4/2560

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สอศ.

   
  187 อาชีวะอาสา เทศกาลสงกรานต์
  169 ศธ.-CP ร่วมอบรมพัฒนาผู้นำอาชีวะเกษตร
  104 เปิดตัวโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ
  089 สอศ.เตรียมฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ Vocational Boot Camp ทั่วประเทศ
  051 การประชุมวิชาการระดับชาติ อกท. ครั้งที่ 38 จ.อทัยธานี
  028 ผลประชุมคณะทำงานสานพลังประชารัฐ E2 และ E5
  012 รับมอบข้าวจาก วท.สุรินทร์
  532 ตรวจเยี่ยมศูนย์อาชีวะอาสา และ กศน.ตำบลสารภี ที่เชียงใหม่
  520 ลงนามความร่วมมือสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี สานพลังประชารัฐ
  492 เปิดสถาบันโคเซ็น (KOSEN)
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932 2016 2,673,943
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ