.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 362/2559
แนวทาง
ของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนากิจการลูกเสือไทย


พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการลูกเสือไทย ในการประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บังคับบัญชาลูกเสือวิชาพิเศษลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสืออาสา กกต. เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โดยมี ดร.ประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการและเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ, นายเดช วรเจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ตลอดจนผู้บังคับบัญชาลูกเสือ กกต.และลูกเสืออาสา กกต.จาก 844 โรงเรียนที่มีหน่วยลูกเสืออาสา กกต. เข้าร่วมประชุมจำนวน 270 คน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจวิชาพิเศษใหม่เกี่ยวกับลูกเสือ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ที่จะช่วยปลูกฝังให้เด็ก เยาวชน และคนไทย ซึ่งในปัจจุบันรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องของประชาธิปไตยแบบไม่ครบถ้วนและไม่มีความเข้าใจทั้งหมด หากนำวิชาเหล่านี้ปลูกฝังให้กับเด็กๆ ทั้งในช่วงของการเรียนกิจกรรมลูกเสือ และช่วงลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ก็จะช่วยปูพื้นฐานเรื่องของประชาธิปไตยได้อย่างต่อเนื่อง ดังคำกล่าวของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Robert Stephenson Smyth Baden-Powell) ผู้ให้กำเนิดกิจการลูกเสือ ที่กล่าวว่า "วิชาลูกเสือไม่ใช่วิชาที่เรียนอยู่ในห้องเรียน แต่ต้องพาเด็กออกไปผจญภัยและเรียนรู้นอกห้องเรียน" ซึ่งจะช่วยทำให้เด็กมีความสุขและสนุกกับการเรียนมากขึ้น

โดยส่วนตัวมีความตั้งใจที่จะปรับปรุงพัฒนากิจการลูกเสือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เพราะมีความผูกพันกับพระองค์ตั้งแต่สมัยรับราชการในตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ จนกระทั่งมาทำงานที่กระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้ดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการลูกเสือ ซึ่งในระยะหลัง ภาพของลูกเสือที่ออกมาช่วยเหลือหรือทำประโยชน์ต่างๆ ได้ขาดหายไปจากสังคม แม้ทุกฝ่ายทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจะทำงานอย่างเข้มแข็งแล้วก็ตาม

ประกอบกับในรอบหลายปีที่ผ่านมา บ้านเมืองมีความวุ่นวาย เพราะคนในสังคมขาดสติ ใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล และไม่มีความเป็นระเบียบวินัย ในขณะที่ในโรงเรียนทุกโรงเรียนพยายามที่จะฝึกเด็กให้มีระเบียบวินัยตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการตรงต่อเวลา การเข้าคิวทานอาหาร การเข้าร่วมกิจกรรม แต่เมื่อออกมานอกรั้วโรงเรียน ต้องยอมรับว่าในสังคมไม่ได้มีสภาพเช่นเดียวกับในโรงเรียน รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ใหญ่ทั้งหลายที่เป็นแบบอย่างของเด็กด้วย ดังนั้นการจะปลูกฝังเด็กไทยให้มีวินัยคงเป็นได้ยาก หากสภาพนอกโรงเรียนยังไม่เอื้ออำนวยและทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน

ดังนั้น จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนากิจการลูกเสือให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยในเบื้องต้นมอบให้เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เร่งศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานของลูกเสือตามหลักอริยสัจ 4 (ทุกข์-ปัญหา, สมุทัย-สาเหตุของปัญหา, นิโรธ-แนวทางแก้ไขปัญหา, มรรค-วิธีแก้ปัญหา) เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้กิจการลูกเสือซบเซา รวมทั้งรับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่ อาทิ งบประมาณ, หลักสูตร, ความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ, การดูแลและพัฒนาผู้กำกับลูกเสือในโรงเรียน ซึ่งไม่ได้รับเงินเดือนค่าตอบแทนใดๆ จำนวนกว่า 1.4 แสนคน ฯลฯ เพื่อจะได้หาแนวทางแก้ไขร่วมกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินงานพัฒนากิจการลูกเสือให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นใน 2 ส่วน คือ

  • การปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งจะประกาศแต่งตั้งใหม่จำนวน 15 คน โดยได้เพิ่มองค์ประกอบจากผู้แทนผู้ปฏิบัติ อาทิ ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, ผู้แทนผู้อำนวยการโรงเรียน, ผู้แทนครู ตลอดจนผู้แทนทหารบก

  • การปรับปรุงระบบสิทธิประโยชน์จากเครื่องหมายลิขสิทธิ์/ตราสัญลักษณ์ของกิจการลูกเสือ ซึ่งที่ผ่านมามอบให้องค์การค้าของ สกสค.เป็นผู้จำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อย แต่พบว่าไม่มีการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ทำให้สูญเสียงบประมาณสำหรับการดำเนินกิจการลูกเสือไทยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงได้เชิญร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าลูกเสือทั้งหมดมาประชุมชี้แจงและขอความร่วมมือให้ขายสินค้าที่มีอยู่ให้หมด เพราะในปี 2560 จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ และนำเงินส่วนนี้ส่งให้สำนักงานเลขาธิการลูกเสือแห่งชาติ เพื่อใช้ประโยชน์ในพัฒนากิจการลูกเสือต่อไป เช่น จัดกิจกรรมลูกเสือ ปรับปรุงค่ายลูกเสือ เป็นต้น

ดร.ประวิช รัตนเพียร กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ลูกเสืออาสา กกต. ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 โดยความเห็นพ้องร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และ กกต. เพื่อสร้างเยาวชนให้เข้าใจวิถีประชาธิปไตยโดยใช้กระบวนการลูกเสือในการจัดกิจกรรม โดยตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมาได้เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ทำงานเพื่อสังคม เพื่อชาติ ซึ่งเป็นการค่อยๆ ซึมซับประชาธิปไตยจากการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการดูแลบรรยากาศการเลือกตั้ง การให้ความช่วยเหลือผู้พิการและผู้สูงอายุในการเลือกตั้ง ซึ่งในอนาคตจะขยายการจัดตั้งกองอาสาลูกเสือ กกต. จาก 844 โรงเรียนให้กระจายออกไปทั่วทั้งประเทศต่อไป

ส่วนการดำเนินงานของ กกต. ในการลงคะแนนเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 และประเด็นเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นที่น่ายินดีที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้น รวมทั้งไม่มีเรื่องร้องเรียนแต่อย่างใด จึงขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เป็นเครือข่ายของ กกต. โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการที่มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งมีส่วนร่วมทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จอย่างดี


ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจการลูกเสือว่า ลูกเสือเป็นกิจกรรมที่มีมายาวนานและไม่ตกยุคตกสมัย เป็นกิจกรรมที่มอบความสุขและตอบสนองจิตวิญญาณของเด็กและเยาวชน (Play and Learn) ในการฝึกที่จะได้อยู่ร่วมกัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าร่วมกัน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม ตลอดจนเป็นจุดกำเนิดประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข และมองบ้านเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง

ดังนั้น ลูกเสือต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานประชาธิปไตย มีจิตอาสา และมองว่าสังคมเป็นเรื่องของบ้านเมืองเป็นเรื่องของพวกเรา พร้อมทั้งกล่าวที่จะสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนหน่วยลูกเสืออาสา กกต.ให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

"การประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บังคับบัญชาลูกเสือวิชาพิเศษลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสืออาสา กกต. จัดขึ้นเพื่อแนะนำหลักสูตรวิชาพิเศษลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสืออาสา กกต. เป็นวิชาเสริมในโรงเรียน ประกอบด้วย 1) วิชานักประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง 2) วิชานักบริหารการเลือกตั้ง 3) วิชานักสร้างเครือข่ายการเลือกตั้ง รวมทั้งมีการชี้แจงการได้มาซึ่งเครื่องหมายพิเศษลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ลูกเสืออาสา กกต. ซึ่งเป็นความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ในการจัดทำหลักสูตรคู่มือสำหรับผู้บังคับบัญชาลูกเสือและสำหรับลูกเสือ สำหรับครูผู้สอนและนักเรียนที่สนใจวิชาพิเศษ จำนวน 2 เล่ม เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการจัดฝึกอบรมหลักสูตรลูกเสืออาสา กกต."


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี : ถ่ายภาพ
1/9/2559
ขอบคุณภาพประกอบ : Campus-Star, Blog-Eduzone

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สป.

   
  359 ก.ค.ศ.อนุมัติเชี่ยวชาญ
  349 มอบนโยบายการศึกษาเอกชน จชต. ที่นราธิวาส
  347 มหกรรมการจัดการเรียนรู้สู่สถาบันศึกษาปอเนาะ ที่ปัตตานี
  342 มอบนโยบายการศึกษาเอกชน จชต.ที่ยะลา
  341 มอบนโยบายการศึกษาเอกชน จชต.ที่ปัตตานี
  329 ผลประชุม ก.ค.ศ.7/2559
  316 ผลดำเนินการ กศน.รอบ 9 เดือน
  308 อนุมัติเชี่ยวชาญ 7 ราย
  305 รับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่อุทัยธานี
  283 วางศิลาฤกษ์อาคารสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ