.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 139/2559
ตรวจเยี่ยม
โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร จ.หนองบัวลำภู


จังหวัดหนองบัวลำภู - นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายพะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดินทางไปตรวจเยี่ยมการรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2559 รวมทั้งโครงการนำร่องรูปแบบ EIS (English for Integrated Studies) ของโรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร อ.เมืองหนองบัวลำภู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19 เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม 2559 โดยมีนางวิลาวัณย์ พรหมโส ผู้อำนวยการโรงเรียน รวมทั้งคณะครู นักเรียน ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม

  • ตรวจเยี่ยมการรับสมัครนักเรียน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การเดินทางไปตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ไม่มีพิธีรีตองใดๆ อย่างเป็นทางการ แต่ต้องการมาให้กำลังใจคณะครู รวมทั้งพบปะพูดคุยกับผู้ปกครองในการพาลูกหลานมาสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด

โดยในปีการศึกษานี้ ระดับชั้น ม.1 เปิดรับสมัครนักเรียนทั้งห้องเรียนทั่วไป ห้องเรียน EIS และห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ รวม 13 ห้องเรียน จำนวน 510 คน ส่วนชั้น ม.4 มีทั้งห้องเรียนทั่วไป ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ห้องเรียนวิทย์-คณิต (EIS) ห้องเรียนวิทย์-คณิต ห้องเรียนภาษา-คณิต รวม 12 ห้องเรียน รวม 470 คน

จากการตรวจเยี่ยมและได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับนักเรียนและผู้ปกครอง ถือว่าโรงเรียนนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของโรงเรียนมัธยมศึกษาชั้นนำของจังหวัด รวมทั้งได้พูดคุยกับครูวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน ซึ่งพบว่าโรงเรียนมีครูวิทยาศาสตร์ที่เก่ง มีความรู้พื้นฐานที่ดีมาก จึงฝากข้อคิดในการเรียนทุกวิชาว่า หากเราเรียนรู้เรื่อง จบออกไปกี่ปีก็ไม่มีวันลืม ในขณะเดียวกันครูผู้สอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนนี้ก็อยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม ถือว่ามีความหวังต่อการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะนโยบายยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นความสำคัญและความจำเป็นที่เราจะเลี่ยงไม่ได้ในยุคปัจจุบันนี้


  • ตรวจเยี่ยมโครงการนำร่องรูปแบบ EIS (English for Integrated Studies)

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หลายครั้ง ทราบว่าพระองค์ได้ทรงมีพระราชดำรัสถึงการใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ผล 3 ข้อว่า ต้องมีความจำเป็นในการใช้ภาษาอังกฤษ ต้องขยันเพราะไม่มีทางลัด และต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเด็ก

1) ต้องมีความจำเป็นในการใช้ภาษาอังกฤษ  รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้แปลงสิ่งที่พระองค์ตรัสให้เป็นภาคปฏิบัติ และกลายมาเป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบันนี้ ที่เริ่มต้นจากการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยจัดทำคลิปวีดิโอ “I SPEAK ENGLISH เพื่อชีวิตที่ BETTER” เพื่อให้เยาวชนเห็นถึงความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องใช้ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ พระองค์เคยตรัสว่าแม้จะสำเร็จการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ใหม่ๆ ก็ยังพูดภาษาอังกฤษได้ไม่เก่งนัก จนกระทั่งมีความจำเป็นที่จะต้องสื่อสารกับชาวต่างประเทศ และปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องบังคับตัวเองในการเรียนรู้และฝึกฝนด้านภาษาอังกฤษให้มากขึ้น

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า แม้กระทั่งตำราแพทย์ในมหาวิทยาลัยของไทยหลายแห่ง ก็พยายามพัฒนาให้เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้เป็นความจำเป็นที่จะต้องใช้ หรือบริษัทชั้นนำเช่น Honda ของญี่ปุ่น หรือ SCG ของไทย ก็เริ่มใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสื่อสารในองค์กรแล้ว  ดังนั้น โรงเรียนต้องนำไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้เด็กนักเรียนได้ฝึกใช้ ฝึกอ่านภาษาอังกฤษเป็นประจำ เช่น ป้ายต่างๆ อาจจะติดเป็นสองภาษาก็ได้

2) ต้องขยันเพราะไม่มีทางลัดที่จะรู้ภาษาอังกฤษ  รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า หากเราเจอคำศัพท์ใดที่ไม่รู้ จะต้องเปิดดิกชันนารีอยู่ตลอดเวลา และเริ่มต้นฝึกฝนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันเราด้วย

3) การที่ครูไทยไม่เก่งภาษาอังกฤษส่วนหนึ่ง เพราะเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร  เพราะฉะนั้นครูทุกคนจึงต้องทำตัวเป็นนักเรียน ต้องถ่อมตัว ต้องไม่อายที่จะเรียนไปพร้อมๆ กับเด็กนักเรียน พร้อมกับการเรียนรู้ที่จะต้องมี Feedback ให้เกิดด้วย แม้กระทั่งครูจากต่างประเทศบางคนที่มาจากฟิลิปปินส์ อาจไม่ได้พูดในแง่ความถูกต้องด้านภาษา แต่สามารถพูดเพื่อสื่อสารได้ ดังนั้นขอให้ครูและนักเรียนไทยกล้าที่จะพูด

รมช.ศึกษาธิการ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงโรงเรียน English Program (EP) หลายแห่งของไทยที่ยังคงมีการจัดการเรียนการสอนในวิชาวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก เพราะหากครูและเด็กไม่เก่งภาษาอังกฤษ ก็จะยิ่งแย่ทั้งภาษาอังกฤษ วิทย์ และคณิตด้วยกันหมด แม้กระทั่งมาเลเซียก็เลิกระบบนี้ไปแล้วเพราะไม่ได้ผล ซึ่งความจริงการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลควรเริ่มต้นเรียนในวิชาที่ใช้ในชีวิตประจำวันก่อน เช่น พลศึกษา สังคมศึกษา สุขศึกษา ดังนั้นโรงเรียนต่างๆ ที่เปิด EP จึงไม่ควรสร้างความหวังผิดๆ ให้ผู้ปกครองส่งลูกเข้ามาเรียนด้วยระบบนี้อีก

ในส่วนของการพัฒนาครูผู้สอนเพื่อยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษในทุกหลักสูตร ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้มีการพัฒนาความสามารถภาษาอังกฤษและเทคนิคการสอนของครูสอนภาษาอังกฤษ ด้วยการจัดค่ายภาษาอังกฤษแบบเข้ม (Boot Camp) ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการอบรมทั้งทักษะภาษาและเทคนิคการสอน รวมทั้งจัดกิจกรรมและบริบทในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารตลอดระยะเวลาอบรม 37 วัน (5 สัปดาห์) ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม – 11 เมษายน 2559 โดยใช้วิทยากรชาวต่างประเทศที่เป็นเจ้าของภาษาจำนวน 30 คน ที่มีความสามารถภาษาอังกฤษสูงและมีความสามารถในการใช้เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษ หรือจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่เป็นแม่แบบได้ ซึ่งถือเป็นการคิดใหม่ของระบบการอบรม แทนที่จะส่งไปอบรมเมืองนอก ก็ส่งชาวต่างประเทศที่เป็น Native Speaker เข้ามาสอน เพื่อให้ได้องค์ความรู้มากกว่าวิธีการสอน

นอกจากนี้ รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนแอพพลิเคชั่นภาษาอังกฤษ "Echo English" ซึ่งผลิตโดยคนไทย เพื่อมอบให้คนไทยทุกคนสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี (EchoEnglish) ทำให้สามารถเรียนภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาได้ฟรี ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางมือถือและแท็บเล็ต โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน เพราะบทเรียนได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามหลักการเรียนรู้ภาษาตามธรรมชาติทั้ง 200 บทเรียน ให้ฝึกฟัง พูด อ่าน เขียน โดยจำลองสถานการณ์ต่างๆ ที่คนไทยจำเป็นต้องใช้ในชีวิตจริง อาทิ บทสนทนาทั่วไป ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจการค้าและการบริการ ภาษาอังกฤษสำหรับวิชาชีพต่างๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน รมช.ศึกษาธิการ ได้ร่วมเฝ้ารับเสด็จและกราบบังคมทูลรายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ หนองบัวลำภู ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


บัลลังก์ โรหิตเสถียร : สรุป/รายงาน/ถ่ายภาพ
นวรัตน์ รามสูต : ถ่ายภาพ
24/3/2559

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  128 ประชุม คกก.สานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานฯ 5/2559
  121 ขยาย รร.หลักสูตรวิทย์/ศิลป์-กีฬา จชต.
  115 มหกรรมภาพแห่งความสำเร็จ รร.ไทยรัฐวิทยา
  103 MoU สานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ
  102 ประชุมชี้แจง ผอ.สพท.โครงการโรงเรียนประชารัฐ
  101 ประชุมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร TEPE Online
  088 มหกรรมการศึกษาพิจิตร
  087 FIFA11 for Health
  082 ตรวจเยี่ยม รร.มหิดลวิทยานุสรณ์
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ