.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 128/2559
ผลประชุมคณะทำงานร่วมรัฐ-เอกชน (ประชารัฐ)
ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ครั้งที่ 5/2559


โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน – พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ คณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (Human Capital Development) ของคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (Public-Private Steering Committee) ประชุมคณะทำงานร่วมรัฐ-เอกชน (ประชารัฐ) ด้านการศึกษาพื้นฐานฯ ครั้งที่ 5/2559 กับนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน ของคณะทำงานดังกล่าว เมื่อวันพุธที่ 16 มีนาคม 2559 ที่ห้อง Platinum โดยมี ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, พล.อ. สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, พ.อ. ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนคณะทำงานกลุ่มย่อยจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมกว่า 100 คน ร่วมประชุมหารือ

รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการรายงานความก้าวหน้าของคณะทำงานทั้ง 5 กลุ่ม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กลุ่มย่อยที่ 1 : คณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับคุณภาพทางการจัดการศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา และการเปิดเผยข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาล (Transparency, Monitoring, Evaluation, Digital Infrastructure and Media High Standard Education Accessibility)

คณะทำงานกลุ่มย่อยที่ 1 ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สรุปข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อแบ่งแยกประเภทและจัดเก็บข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องทุกด้าน เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นจะพัฒนาและออกแบบระบบข้อมูลดังกล่าว พร้อมทั้งจะสำรวจความต้องการของโรงเรียนด้วยว่า ตรงกับสิ่งที่คณะทำงานรวบรวมข้อมูลมาหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน

กลุ่มย่อยที่ 2 : คณะทำงานพัฒนาหลักสูตร ต้นแบบกระบวนการเรียนรู้ การประเมินผลกิจกรรมส่งเสริมด้านคุณธรรม จิตสาธารณะ และด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ (Curriculum, Teaching Technique and Manual, English Language Capability, Health, Heart and Ethics)

คณะทำงานฯ ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่า จะส่งแบบสอบถามไปยังโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายในระยะแรก 3,342 โรง เพื่อสำรวจข้อมูลและความต้องการของสถานศึกษาใน 3 ด้าน คือ 1) การนำแนวคิดโรงเรียนคุณธรรม ของมูลนิธิยุวสถิรคุณมาใช้ในสถานศึกษา 2) การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ 3) รูปแบบการเรียนการสอนที่โรงเรียนใช้อยู่ จากนั้นจะนำข้อมูลมาประมวลผลและดำเนินการสร้างต้นแบบกระบวนการเรียนรู้ และจะสามารถนำไปใช้ได้จริงภายในช่วงเปิดภาคเรียนเดือนพฤษภาคมนี้ โดยขอให้ สพฐ. เร่งทำความเข้าใจกับผู้บริหารสถานศึกษาและครู ในการให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม เพื่อไม่ให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูเกิดความวิตกและตระหนกว่าการให้ข้อมูลในแบบสอบถามดังกล่าวเป็นการเพิ่มภาระงาน

กลุ่มย่อยที่ 3 : คณะทำงานด้านพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครู และการมีส่วนร่วมของชุมชน (Market Mechanism, Engagement Parents and Community, Funds, High Quality Principles and Teachers Leadership)

คณะทำงานฯ ได้เสนอให้มีการจัดหลักสูตรการอบรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา อาทิ การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล, กลยุทธ์การตลาดสำหรับสถานศึกษา, การบริหารความเสี่ยงสำหรับสถานศึกษา, กลยุทธ์การพัฒนาสถานศึกษา เป็นต้น รวมทั้งหลักสูตรการจัดอบรมสำหรับครูผู้สอน อาทิ เทคโนโลยีการศึกษา, การแนะแนวและให้คำปรึกษาอย่างครูมืออาชีพ, เทคนิคและการประเมินผลการจัดการเรียนการสอน เป็นต้น

ทั้งนี้ ขอให้กำหนดช่วงเวลาของการฝึกอบรมประมาณ 1-2 วัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสถานศึกษา อีกทั้งจะมีทีมวิทยากรจากภาคเอกชนและทีมพี่เลี้ยงมาให้คำปรึกษาและการประเมินภายหลังการอบรม ซึ่งอาจจะใช้การอบรมหรือการประเมินผลผ่าน ETV หรือระบบ TEPE ก็ได้

กลุ่มย่อยที่ 4 : คณะทำงานด้านพัฒนาความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และการสร้างแรงจูงใจให้กับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ (Local and International Teachers, University Partnership and Incentive)

คณะทำงานฯ ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ เกี่ยวกับการสร้างแรงจูงใจให้กับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ ควรเริ่มจากการปรับปรุงข้อจำกัดทางภาษี เช่น การกำหนดสิทธิทางภาษีของภาคเอกชน เป็นต้น พร้อมทั้งควรมีแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กใน 5 ประเด็นหลัก คือ การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน, การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน, การลดอุปสรรคจากการบริหารงานของส่วนกลางและกลไกความต่อเนื่องในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก, การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) เพื่อบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน จึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน และขอให้คณะทำงานเน้นการสร้างความเข้าใจกับชุมชนในการเข้ามามีส่วนร่วมกับการศึกษามากขึ้น

กลุ่มย่อยที่ 5 : คณะทำงานพัฒนาความเป็นเลิศในด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัยเทคโนโลยีแห่งอนาคต และสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมของผู้นำเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาค (Technology Mega Trends Hub R&D and Young Leadership Development)

คณะทำงานฯ ได้เสนอแนวทางการพัฒนาผู้บริหารด้านการศึกษา คือ LCI Program (Leadership, Change Management, Innovation) มุ่งเน้นอบรมผู้บริหารในระดับต่าง ๆ เพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ โดยนำเทคโนโลยีทั้ง 4 ด้านของ Mega Trends มาวิจัยพัฒนาและสร้างนวัตกรรม พร้อมทั้งเสนอแนวทางการพัฒนาความเป็นเลิศด้านการศึกษา 3 ข้อ คือ การรวมทุน (Matching Fund) ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน, การปรับสถานศึกษาของรัฐให้เป็นปลายเปิดและพัฒนาให้เป็นโรงเรียนมหาชนเพื่อการบริหารจัดการที่มีอิสระมากขึ้น และสนับสนุนให้มีการหมุนเวียน (Rotation) บุคลากรได้



นายศุภชัย เจียรวนนท์ ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน กล่าวว่า คณะทำงานชุดใหญ่มีกำหนดที่จะรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบช่วงประมาณกลางเดือนเมษายนนี้ ใน 3 ประเด็นหลัก คือ การปฏิรูปการศึกษา, โครงสร้างการขับเคลื่อนการดำเนินงานของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมทั้งการสร้าง Educational Hub ด้วยการใช้เทคโนโลยี Mega Trends

สำหรับแนวทางโครงสร้างการขับเคลื่อนการดำเนินงานนั้น คณะทำงานจะบริหารจัดการโดยการแบ่งโรงเรียนตามพื้นที่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อให้ภาคเอกชนเข้าไปดูแล ซึ่งจะดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาผู้นำเพื่อสร้างการศึกษายั่งยืนตามพื้นที่ ด้วยการจัดให้มี School Partner ซึ่งเป็นตัวแทนของภาคเอกชน กล่าวคือ จะมีการคัดเลือกผู้นำรุ่นใหม่ (Young Leader) จำนวน 1,000 คน จากภาคเอกชนทั้งในรูปแบบองค์กรภาคีและรูปแบบอาสาสมัครจากองค์กรอื่น ๆ เพื่อเข้าไปดูแลโรงเรียน 3,342 แห่งที่เข้าร่วมโครงการในระยะแรก

โดยอาสาสมัครเหล่านี้จะแบ่งการดำเนินงานเป็น Cluster ซึ่งในหนึ่ง Cluster จะมีอาสาสมัครจากภาคเอกชน 5 คน และอาสาสมัคร 1 คน จะดูแลโรงเรียนประมาณ 3 แห่ง โดยคาดว่าจะสามารถรวบรวมรายชื่อของอาสาสมัครผู้นำรุ่นใหม่ทั้ง 1,000 คน ได้ภายในเดือนเมษายนนี้

ทั้งนี้ อาสาสมัครผู้นำรุ่นใหม่จากภาคเอกชนจะทำหน้าที่หลัก 3 ประการ คือ

     1) การเป็นตัวกลางในการเข้าไปดูว่าโรงเรียนประสบปัญหาและขาดสิ่งใดในการบริหารจัดการ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาเสนอต่อภาคเอกชนที่เป็นสมาชิกหลัก (Core Member) ซึ่งจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนโรงเรียน (School Sponsor) โดยจะให้การสนับสนุนผ่านกองทุนของโรงเรียนทั้งในด้านเนื้อหาและวัสดุอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ในการเรียนการสอน
     2) อาสมัครผู้นำรุ่นใหม่ จะต้องเข้าถึงชุมชนเพื่อทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง และโรงเรียนกับชุมชน และพยายามทำให้โรงเรียนมีความเชื่อมั่นและมีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนโรงเรียน
     3) อาสาสมัครผู้นำรุ่นใหม่ ทำหน้าที่เป็นผู้นำข้อมูลต่าง ๆ ไปเสนอต่อโรงเรียนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ อาทิ สิ่งที่ภาครัฐและภาคเอกชนสามารถสนับสนุนโรงเรียนได้ในขณะนั้นมีอะไรบ้าง อีกทั้งยังช่วยประสานการจัดสัมมนาและการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาต่อไป

ทั้งนี้ การสร้างศูนย์กลางการศึกษา (Educational Hub) ด้วยการใช้เทคโนโลยีทั้ง 4 ด้านของ Mega trends ได้แก่ Robotics, Nanotechnology, Biotechnology และ Digital Technology เพื่อจะสร้าง School of Science and Research ด้วยการนำเทคโนโลยีทั้ง 4 ด้านมาพัฒนาต่อยอด ซึ่งจะทำให้เกิดองค์ความรู้แก่ภาคอุตสาหกรรมทุกประเภท อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย จากทั่วโลกให้เข้ามาทำงานวิจัยที่เมืองไทยด้วย


อรพรรณ ฤทธิ์มั่น
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี : ถ่ายภาพ
17/3/2559

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  121 ขยาย รร.หลักสูตรวิทย์/ศิลป์-กีฬา จชต.
  115 มหกรรมภาพแห่งความสำเร็จ รร.ไทยรัฐวิทยา
  103 MoU สานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ
  102 ประชุมชี้แจง ผอ.สพท.โครงการโรงเรียนประชารัฐ
  101 ประชุมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร TEPE Online
  088 มหกรรมการศึกษาพิจิตร
  087 FIFA11 for Health
  082 ตรวจเยี่ยม รร.มหิดลวิทยานุสรณ์
  080 หารือ EP และการยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษ
  077 ภารกิจ รมว.ศธ.ที่เพชรบูรณ์
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ