.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 268/2559
การประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบบูรณาการ
ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย


จังหวัดเชียงราย - พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2559 เพื่อประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย (3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สาย เชียงแสน และเชียงของ) พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ FIFA 11 for Health

● ประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย

เมื่อเวลา 9.00 น. รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย โดยมีนายอาคม สุขพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รวมทั้งผู้บริหารสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัด ตลอดจนผู้แทนภาคเอกชน ภาคประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมจอมกิตติ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเป็น 1 ใน 10 ของจังหวัด ที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง มีจุดเด่นด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับระบบคมนาคม ตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและธรรมชาติ การเดินทางมาครั้งนี้ได้มาพบปะพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในระดับจังหวัด

คาดว่าทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จะได้เสนอข้อคิดเห็นและความต้องการกำลังคน ทั้งในส่วนของผู้ผลิตและผู้ใช้ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำแผนการศึกษาของจังหวัดต่อไป ในส่วนของภาคเอกชนซึ่งมีความร่วมมือภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐอยู่แล้ว เชื่อว่าจะมีส่วนสนับสนุนให้เกิดการยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานและระดับอาชีวศึกษาได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจจะต้องมีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาในเรื่องของการพัฒนาคน เพื่อให้ไปพัฒนาจังหวัด โดยเน้นที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาปรับใช้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป


นายอาคม สุขพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองโบราณที่มีความเจริญมากว่า 750 ปี และเคยเป็นเมืองสำคัญของราชอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันชาวเชียงรายยังคงรักษาวัฒนธรรมประเพณีของตนเองไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะภาษาพูดที่เป็นเอกลักษณ์ ความเป็นคนสุภาพเรียบร้อยและเป็นมิตรกับทุกคน จึงเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเยี่ยมเยือน จนทำให้เชียงรายกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสามารถเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนตอนใต้ได้โดยง่าย ถือเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงกับประเทศ GMS ที่มีเส้นทางคมนาคมสะดวกทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ ตลอดจนมีพื้นที่การเกษตรและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียง ทั้งเชิงสุขภาพ เชิงประวัติศาสตร์ เชิงนิเวศน์ ด้วย

สำหรับแนวทางในการพัฒนาศักยภาพจังหวัดเชียงรายเพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ที่สำคัญมี 3 ด้าน คือ

  • การค้าชายแดน ส่งเสริมให้เป็นเมืองการค้าชายแดนเพื่อรองรับการค้าและการลงทุน เชื่อมโยงกับประเทศอาเซียนและ GMS

  • การเกษตร มุ่งเน้นพัฒนาให้เป็นเมืองเกษตรกรรมรองรับตลาดอาหารสุขภาพ เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารและสินค้าเกษตรของภูมิภาค และยกระดับมาตรฐานสู่ผู้บริโภคระดับบน

  • การท่องเที่ยว สนับสนุนและส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชื่อมโยงกลุ่มประเทศอาเซียน และ GMS ทั้งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เชิงเกษตร เชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ และสุขภาพ


นายนพรัตน์ อู่ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย ได้เสนอแนวทางการบริหารจัดการการศึกษาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย ใน 21 ตำบลของ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ โดยมีทิศทางและแผนงานการจัดการศึกษาแต่ละระดับ ดังนี้

  • การศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน ซึ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ตามมาตรฐานหลักสูตรและมีคุณธรรม พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตลอดจนสร้างภาคีเครือข่ายให้เกิดความร่วมมือ โดยแบ่งแผนงานเป็น 2 ระยะ คือ 1) ระยะเร่งด่วน ภายในปี 2559 จะบูรณาการการทำงานเพื่อสร้างความตระหนักของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียน การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนแกนนำให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนสื่อ นวัตกรรมทางการศึกษา และการสร้างภาคีเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรม 2) ระยะสั้น (ปี 2560) มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการการศึกษาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการและจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนแม่บทของจังหวัด ตลอดจนจัดการศึกษาให้ตอบสนองความต้องการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น พัฒนาหลักสูตร จัดการเรียนรู้ในและนอกโรงเรียน จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ส่งเสริมการวัด ประเมินผล และการเทียบโอนความรู้ รองรับการเคลื่อนย้ายประชากร เป็นต้น

  • การศึกษาระดับอาชีวศึกษา โดยจัดการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาลและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เน้นฝึกทักษะให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะทางด้านวิชาชีพที่มีมาตรฐาน เน้นให้ผู้เรียนเกิดการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ด้วยกระบวนการสะเต็มศึกษา (STEM Education) มีทักษะทางภาษาต่างประเทศ โดยปรับเปลี่ยนการสอนของครูให้สามารถกระตุ้นผู้เรียนเรียนรู้จากสื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทั้งจัดการสอนอาชีวศึกษานอกระบบและระบบทวิภาคี ร่วมกับสถานประกอบการ ตลอดจนสนับสนุนให้มีความร่วมมือภาครัฐและเอกชนในรูปแบบของสานพลังประชารัฐ โดยแบ่งแผนงานเป็น 2 ระยะ คือ 1) ระยะเร่งด่วน ภายในปี 2559 ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนให้เกิดโครงงานและสิ่งประดิษฐ์ พัฒนาทักษะฝีมือสู่มาตรฐานอาชีวศึกษา มาตรฐานอาชีพ มาตรฐานฝีมือแรงงาน และมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพพัฒนาบุคลากรและผู้เรียนด้านภาษาต่างประเทศ รวมทั้งจัดทำข้อตกลงความร่วมมือระดับทวิภาคี พหุภาคี ร่วมกับสถานศึกษาทุกระดับทั้งในและต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งรัฐและเอกชน 2) ระยะสั้น (ปี 2560) ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์อาชีวศึกษา ปรับวิธีการสอนด้วยสะเต็มศึกษาให้ครอบคลุมทุกระดับและประเภทวิชา ขยายการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพในแต่ละพื้นที่ ขยายความร่วมมือระบบทวิภาคีกับสถานประกอบการ และในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ตลอดจนจัดโครงการแลกเปลี่ยนครูและนักศึกษาร่วมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาในประชาคมอาเซียน

  • การศึกษานอกระบบ นอกจากจะจัดการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐานและการศึกษาต่อเนื่องแล้ว จะเน้นจัดการศึกษาอาชีพระยะสั้นหลักสูตรช่างพื้นฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน และการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตด้วย ในส่วนของการศึกษาตามอัธยาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต เน้นให้เกิดการอ่านและการเรียนรู้ในชุมชน การเรียนรู้เพื่อครอบครัว การจัดกิจกรรมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ โดยแบ่งแผนงานเป็น 2 ระยะ คือ 1) ระยะเร่งด่วน ภายในปี 2559 เน้นหลักสูตรช่างพื้นฐาน พัฒนาหลักสูตรเตรียมพร้อมป้องกันแผ่นดินไหว ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมทั้งจัดตั้งหมู่บ้านเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท  2) ระยะสั้น (ปี 2560) จัดการศึกษานอกระบบให้กับกลุ่มเป้าหมายทั่วไปและกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เมื่อเรียนจบแล้วสามารถประกอบอาชีพได้

  • การศึกษาระดับอุดมศึกษา ผลิตบัณฑิตระดับอุดมศึกษาให้มีความพร้อมสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ประเทศชาติ และมีศักยภาพในการแข่งขันในประชาคมอาเซียนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ สร้างความเข้มแข็งทางด้านวิจัย ให้โอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นและกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคม โดยแบ่งแผนงานเป็น 2 ระยะ คือ 1) ระยะเร่งด่วน ภายในปี 2559 ผลิตบัณฑิตตามเป้าหมายเชิงปริมาณและคุณภาพ พัฒนาความศักยภาพและความพร้อมของบุคลากรอย่างเต็มที่ สนับสนุนวิชาการและองค์ความรู้ในการพัฒนาจังหวัด ศึกษาวิจัยรองรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม 2) ระยะสั้น (ปี 2560) มีบุคลากรที่เพียงพอกับความต้องการในการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย มีงานวิจัยและองค์ความรู้สนับสนุนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม


ความคิดเห็นของผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนต่อการจัดการศึกษา

  • ด้านการเกษตร  ควรเน้นหลักสูตรการเรียนการสอนการเพื่อการเกษตรยุคใหม่ (Smart Farming) เพื่อเพิ่มผลผลิต เน้นเกษตรอินทรีย์หรือเกษตรปลอดสาร เพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าเกษตรสนองต่อความต้องการภายในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ควรเพิ่มนวัตกรรมการแปรรูปและออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

  • ด้านการท่องเที่ยว  ควรจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มจำนวนมัคคุเทศก์ในภาษาต่างๆ เช่น ภาษาจีน เพื่อรองรับธุรกิจการท่องเที่ยว การโรงแรม ร้านอาหาร และการนวดสปามากขึ้น ในระยะเร่งด่วนอาจจัดระบบเชื่อมโยงเด็กที่เรียนภาษาจีนอยู่แล้วในบางพื้นที่ ให้สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาต่อที่สูงขึ้น และเปิดโอกาสให้เข้าทำงานในสถานประกอบการต่างๆ เพิ่มขึ้น

  • ด้านการค้าชายแดน  ซึ่งจะต้องอาศัยความรู้และทักษะหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องของการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันบริเวณชายแดนจะใช้ระบบเงินสดในการค้าขายเป็นส่วนใหญ่ จึงจำเป็นต้องให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบต่างๆ ของในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ควรสนับสนุนให้มีธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบันเพราะไม่ต้องมีการเปิดหน้าร้าน

  • ด้านโลจิสติกส์  เน้นจัดหลักสูตรทวิภาคี เพื่อเพิ่มกำลังคนขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นความต้องการของพื้นที่และมีค่าตอบแทนที่สูงกว่า 30,000 บาทต่อเดือน โดยจะต้องให้ความรู้เรื่องการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็น การขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์ และเทคโนโลยีในการส่งสินค้าผ่านดาวเทียม (GPS) ตลอดจนการจัดการสินค้าต่างๆ

  • ศูนย์กลางทางการแพทย์  ทุกวันนี้ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและการรักษาสุขภาพ จึงจำเป็นที่จะต้องรักษาของดีของจังหวัดไว้ คือ หมอเมือง (หมอยาสมุนไพร) โดยอาจจัดระบบถ่ายทอดความรู้ความสามารถในเรื่องยาสมุนไพรให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป

  • การศึกษาขั้นพื้นฐาน  ควรสอนให้เด็กสายสามัญมีความรู้ความสามารถทางวิชาชีพด้วย เช่น การค้าชายแดน การเกษตร การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ เป็นต้น โดยเชิญวิทยากรในท้องถิ่นมาให้ความรู้นักเรียน เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และทำให้เด็กค้นพบตัวเองในการประกอบอาชีพ

  • อาชีวศึกษา  ควรเน้นการเรียนแบบทวิภาคี โดยเรียนวิชาการในโรงเรียน เป็นเวลา 1 ปี และเรียนในสถานประกอบการอีก 1 ปี เพื่อให้ได้ประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง และมีรายได้ระหว่างเรียน

  • อุดมศึกษา  ควรเน้นสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดการเป็นผู้ประกอบการในครอบครัว ชุมชน สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้คนของเราได้เป็นเจ้าของกิจการเองมากขึ้น

  • การสร้างแรงบันดาลใจ  การดำเนินงานพัฒนาการศึกษาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า ควรเร่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ โดยการเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในเรื่องต่างๆ ที่เราจะผลักดัน เพื่อให้เป็นต้นแบบ (Role model) ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องเร่งสร้างศักยภาพและความพร้อมของเด็กเพื่อการแข่งขันในระดับนานาชาติด้วย

ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ FIFA 11 for Health

เวลา 14.00 น. รมช.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการ "FIFA 11 for Health" in Thailand ของโรงเรียนบ้านดู่ (สหราษฎร์พัฒนาคาร) อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีนายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายผจญ กุณา ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูและนักเรียน ให้การต้อนรับ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้เข้าร่วมโครงการ "FIFA 11 for Health" in Thailand โดยได้มีการจัดพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง FIFA - กระทรวงศึกษาธิการ - กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา - กระทรวงสาธารณสุข - สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปแล้วเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 เพื่อให้ความรู้ด้านสาธารณสุขกับเด็กนักเรียนอายุ 11-12 ปี เพื่อเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้แก่เด็กนักเรียน ด้วยการใช้ฟุตบอลเป็นสื่อ นอกเหนือจากการที่เด็กไทยจะได้พัฒนาทักษะฟุตบอลมากขึ้น

ในครั้งนี้จึงเดินทางมาเยี่ยมชมการดำเนินโครงการ ซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อโรงเรียนนำมาเป็นหนึ่งในกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ซึ่งตอบโจทย์การพัฒนาทั้ง 4 H ทำให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าตอบคำถาม มีสุขภาพกายใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ รวมทั้งเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนอีกประการคือ H-Happy เพราะเด็กๆ มีความสุขสนุกสนานมากเมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว



ในส่วนของการขยายผลโครงการนั้น ขณะนี้เริ่มจากการฝึกอบรมครู 32 คน ใน 16 โรงเรียน จากนั้นก็จะจัดอบรมครูในโรงเรียนอื่นๆ อย่างต่อเนื่องตามกรอบการดำเนินโครงการอีก 5-6 ปี นอกจากนี้จะต่อยอดการอบรมครูในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับ 16 โรงเรียนเป้าหมายแรก เพื่อให้มีครูกระจายอยู่ในพื้นใกล้เคียงกัน เสมือนเป็นการจับคู่โรงเรียน เพื่อให้โครงการมีส่วนช่วยพัฒนาผู้เรียนอย่างเท่าเทียมทั่วถึงกันต่อไป


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร สรุป/รายงาน
นวรัตน์ รามสูต ถ่ายภาพ
28/6/2559

More Info :
การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา
การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด
การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก
การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  264 ครูตู้สัญจร เชียงใหม่
  258 ลงนามความร่วมมือ ConNext ED
  243 พิธีเปิดห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติฯ รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต
  240 ครูตู้สัญจร อุบลราชธานี
  231 เสวนาเพิ่ม ชม.เรียนภาษาอังกฤษ
  230 มอบนโยบายที่ จ.พิษณุโลก
  221 ประชุมคณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ครั้งที่ 7
  213 การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา
  211 การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด
  198 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ