.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 302/2559
ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ 7/2559


ศึกษาธิการ - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 7/2559 เมื่อวันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2559 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้

- การใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559

ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ในการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2559 ของกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 จนถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 515,516.1964 ล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้ว 385,757.6254 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 74.83 ซึ่งยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 75


- หลักเกณฑ์ฯ การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ เกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในกรณีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.ตั้งใด มีตำแหน่งว่างและไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งว่าที่จะบรรจุและแต่งตั้ง ให้ดำเนินการตามลำดับการขอชื่อบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่ง ไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น ดังนี้

1) ให้ขอจากบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ของ กศจ.ก่อน

2) กรณีไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ กศจ. ให้ขอจากบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ.ตั้ง โดยดำเนินการตามลำดับการขอรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ฯ ได้แก่ 1) อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 2) อ.ก.ค.ศ.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

3) กรณีไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ.ตั้ง ให้ขอจากบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในประเภทข้าราชการพลเรือนสามัญของส่วนราชการต้นสังกัด โดยดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กำหนด โดยอนุโลม

4) กรณีไม่มีบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ของส่วนราชการต้นสังกัด ให้ขอจากบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในประเภทข้าราชการพลเรือนสามัญของส่วนราชการอื่นได้ โดยดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.กำหนด โดยอนุโลม

ทั้ง 4 ข้อดังกล่าวข้างต้น ต้องเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งเดียวกัน กับตำแหน่งว่างที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้ง และมีคุณวุฒิตรงตามมาตรฐานตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง โดยการใช้ตำแหน่งว่างในการบรรจุและแต่งตั้งนั้นให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นผู้พิจารณาการใช้ตำแหน่งว่างได้ตามความเหมาะสม ภายใต้กรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด


- ศูนย์ดิจิทัลชุมชน

จากการที่สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  - สำนักงาน กศน. - บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีของภาคประชาชนอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ ผ่านเครือข่ายศูนย์ดิจิทัลชุมชนอย่างน้อย 1 ล้านคน และเพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานครอบคลุมทั่วประเทศ

โดยมีขอบเขตความร่วมมือใน 3 ส่วน คือ สำนักงาน กศน.จะพัฒนาบุคลากรของ กศน.ตำบล ให้เป็นวิทยากรหรือผู้อำนวยการจัดกิจกรรมเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลในระดับหมู่บ้าน, สำนักงานปลัดกระทรวง ICT พัฒนาวิทยากรและการจัดอบรมในชุมชน ตลอดจนประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมสนับสนุนกิจกรรม วิทยากร หลักสูตร และสื่อการเรียนรู้, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ การจัดทำหลักสูตรประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับชุมชน เช่น e-Commerce การสร้างเครือข่ายเน็ตอาสา ตลอดจนประเมินผลการดำเนินงาน

สำนักงาน กศน.จึงได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ ถึงความก้าวหน้าในการจัดอบรมบุคลากรของสำนักงาน กศน. ด้วยงบประมาณที่ ICT จัดสรรมาให้เพื่อพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลชุมชน กศน.ตำบล ดังนี้
       1) จัดอบรมวิทยากรแกนนำ ครู ก. (ระดับจังหวัด) จำนวน 77 จังหวัดๆ ละ 2 คน รวม 154 คน โดยมีสถาบัน กศน.ภาค รับผิดชอบดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
       2) จัดอบรมวิทยากรแกนนำ ครู ข. (ระดับอำเภอ) จำนวน 928 อำเภอๆ ละ 2 คน รวม 1,856 คน โดยวิทยากรแกนนำ ครู ก. ดำเนินการอบรมเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2559
       3) จัดอบรมวิทยากรแกนนำ ครู ค. (ระดับตำบล) จำนวน 7,424 ตำบลๆ ละ 1 คน โดยวิทยากรแกนนำ ครู ข. ดำเนินการอบรมเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2559

ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบให้สำนักงาน กศน. จัดทำแผนติดตามและประเมินผลการใช้ประโยชน์จากศูนย์ดิจิทัลชุมชนของประชาชน ทั้งในส่วนของระดับการใช้งาน และการนำเทคโนโลยีที่ได้เรียนรู้ไปใช้งานจริง


- ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล

สำนักงาน กศน. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนานักศึกษาและประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย จึงได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมทั้งได้จัดการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามโครงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล (ศส.ปชต.) เพื่อสร้างเครือข่ายพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องยั่งยืนในระดับตำบล 7,424 ตำบล พร้อมตั้งคณะกรรมการ ศส.ปชต.รวม 74,240 คนทั่วประเทศ

และในช่วงของการเตรียมการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นี้ ได้ร่วมกับสำนักงาน กกต. จัดกิจกรรม 3 สัปดาห์ประชามติ โดยได้จัดประชุมมอบนโยบายและชี้แจงแนวทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติให้กับผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ตลอดจนผู้อำนวยการศูนย์ กศน.อำเภอ/เขตทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน

จากนั้นคณะกรรมการ ศส.ปชต. ในทุกตำบล จะได้ใช้แนวทางในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ความเข้าใจและคำแนะนำเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติแก่ประชาชนทุกหมู่บ้าน ให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจและลงทะเบียนนอกเขตจังหวัด การเพิ่มถอนชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ การจัดเตรียมเอกสารแสดงตน การเชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิ์ นอกจากนี้ให้ติดตามการจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติด้วย


- การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ

1) สาเหตุ จากการวิเคราะห์พบว่าการทะเลาะวิวาทเกิดจากสาเหตุหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นค่านิยม : ความอยากเป็นข่าว-เด่น-ดัง การปลูกฝังเรื่องศักดิ์ศรีสถาบัน การแก้แค้น ความรักเพื่อน, ระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง : การแสดงศักยภาพและปลูกฝังความเชื่อในทางที่ผิด การอวดรุ่นน้อง, สื่อ/สังคม : การรวมกลุ่ม-ลอกเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง การใช้โซเชียลมีเดียในการก่อเหตุ สังคมให้ความสนใจกับข่าวลบ อาวุธสามารถหา-ประดิษฐ์ได้ง่าย, พฤติกรรมส่วนบุคคล : พื้นฐานปัญหาเดิม การใช้เวลาว่างในทางที่ผิด ความต้องการอวดเพศตรงข้าม ความคึกคะนอง-ก้าวร้าว หรือติดยาเสพติด

2) พฤติกรรมการทะเลาะวิวาท พฤติกรรมส่วนใหญ่ที่พบในการก่อเหตุทะเลาะวิวาท ได้แก่ การรวมกลุ่ม-กลุ่มเพื่อน, ผู้นำในทางลบ, ก้าวร้าวรุ่นแรง วิตกกังวล, มองตนเองต่ำต้อย ขาดการยอมรับ

3) มาตรการ ที่ผ่านมา สอศ.ได้กำหนดมาตรการในการดำเนินการเรื่องนี้ในหลายส่วน คือ การส่งเสริมภาพลักษณ์, การจัดหลักสูตรเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ความสามัคคี ความมีระเบียบวินัย,การสร้างค่านิยมให้เคารพกฎหมาย, การส่งเสริมสนับสนุนการเข้าเรียนในระบบทวิภาคี, การส่งเสริมกิจกรรมเชิงบวก ทั้งด้านจิตอาสา กีฬา ดนตรี, การเน้นย้ำ อาชีวะคือพระเอกตัวจริง จากกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ-การประดิษฐ์นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์-ตั้งศูนย์ Fix It Center ในช่วงเทศกาลต่างๆ, การเตรียมความพร้อมอาชีวศึกษาร่วมกับกองทัพเรือ, การบูรณาการการทำงานร่วมกับตำรวจและทหาร, การจัดชุดพิเศษไล่ล่า ปะฉะดะ, การทำงานในรูปแบบเครือข่ายสหวิชาชีพ, การเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทางสื่อสังคมออนไลน์

นอกจากนี้ ภายหลังมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 30/2559 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา สอศ.ได้ดำเนินงานให้สอดรับกับคำสั่งดังกล่าวในหลายส่วน อาทิ สร้างความเข้าใจและความตระหนักแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง ตลอดจนนักเรียนนักศึกษาทุกคนภายใน 2 สัปดาห์, อบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ในสถานศึกษา, ทำงานร่วมกับทหาร/ตำรวจในพื้นที่, ปรับระบบการสื่อสาร, อบรมนักศึกษาอาชีวะคู่กรณี, อบรมเตรียมอาชีวศึกษา, สร้างเครือข่ายเข้มข้นและร่วมมือกันอย่างจริงจัง, ปรับแผนให้สอดรับและมีความเข้มข้นมากขึ้น


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร สรุป/รายงาน
นวรัตน์ รามสูต : ถ่ายภาพ
17/7/2559

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุดของรัฐมนตรี

   
  300 หารือการประเมินคุณภาพภายนอกแบบใหม่กับ สมศ.
  299 สัมมนายกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ี่จันทบุรี
  296 ขยายผลโครงการสานฝันฯ ที่กระบี่
  292 ตรวจเยี่ยมโครงการสานฝันการกีฬาฯ ที่นราธิวาสและยะลา
  290 พิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ลพบุรี
  288 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ"บัวบาทยาตรา"ภาคกลางและตะวันออก ที่เพชรบุรี
  286 สัมมนายกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 จชต. ที่สงขลา
  279 แนวทางจัดสอบครูวิทย์-คณิต
  272 แถลงข่าวการปรับคะแนน O-NET อังกฤษ ม.3
  265 กกต.-ศธ.ประชุมชี้แจงร่วมมือประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ