.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 286/2559
รองนายกรัฐมนตรี เปิดการประชุมสัมมนา
ยกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้


จังหวัดสงขลา - พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษในการประชุมสัมมนา "ยกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้" เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2559 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4, นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นายภาณุ  อุทัยรัตน์ ผอ.ศอ.บต.ยะลา, ดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่, รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดี มอ.หาดใหญ่, นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานอิสลามประจำจังหวัดสงขลา, รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดี มอ.ปัตตานี, นายวีระกุล อรัณยะนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวง ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค 8 ยะลา, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 15-16 รวมทั้งข้าราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนกว่า 4,200 คน เข้าร่วมการสัมมนา

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวรายงานการจัดประชุมสัมมนาครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายในการปฏิรูปการศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะสำหรับอนาคตใหม่ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งต้องมีการปฏิรูปทั้งหลักสูตร กระบวนการ จัดการเรียนรู้ กระบวนการบริหาร กระบวนการวัดและประเมินผล ระบบประกันคุณภาพการศึกษา ตลอดจนสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา

เงื่อนไขความสำเร็จในการปฏิรูปทุกกระบวนการ คือ การที่มีผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่พัฒนาตามยุคสมัย  ดังนั้นการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงมีความจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเป้าหมายในการจัดการศึกษา และทันต่อนโยบายของรัฐบาล

ในระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นสื่อการเรียนการสอนและนวัตกรรมที่เป็นวิธีการ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปและวิธีการที่ สพฐ.พัฒนาขึ้นนั้น ยังไม่ได้นำไปสู่การนำไปใช้อย่างจริงจังและทั่วถึง อีกทั้งองค์ความรู้ที่สำคัญๆ ที่มีความจำเป็นต่อการนำไปใช้เพื่อการบริหารและการจัดการเรียนการสอน ยังไม่ได้เผยแพร่ไปอย่างแพร่หลาย จึงได้จัดการเผยแพร่ในรูปแบบบทเรียนออนไลน์

การจัดประชุมสัมมนาครั้งนี้ กำหนดเวลา 1 วัน คือวันที่ 9 กรกฎาคม 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่สื่อ นวัตกรรม กิจกรรม และโครงการตามนโยบาย ที่สำคัญของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วยการพัฒนาคุณภาพอย่างครบวงจร ด้วยระบบการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV), ระบบการศึกษาทางไกลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT),  แอพพลิเคชัน Echo English, การอ่านออกเขียนได้, นิทรรศการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้, โครงการสานฝันกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้, นโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาการบริหารและการจัดการเรียนการสอนแก่ผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา ได้แก่ ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล) จำนวน 4,200 คน

โดยได้นำนิทรรศการที่เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน และสื่อเทคโนโลยี มาแนะนำต่อคณะครู การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษานับเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการเปิดโอกาสให้ครูจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนอย่างเต็มเวลา ก็นับเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการที่ครูได้พัฒนาตนเองและไม่ทิ้งห้องเรียนด้วย

สพฐ. จึงได้พัฒนาระบบพัฒนาครูโดยยึดถือภารกิจและพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นฐานครูออนไลน์ หรือ TEPE Online ประกอบด้วยหลักสูตรพัฒนาครูอย่างเข้มสำหรับครูผู้ช่วย, หลักสูตรการขอมีและขอต่อใบประกอบวิชาชีพ, หลักสูตรการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะ, หลักสูตรการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา, หลักสูตรเพื่อการพัฒนางานในหน้าที่การพัฒนางานตามนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้ การดำเนินการจัดการประชุมสัมมนายกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ได้รับการอนุเคราะห์จากจังหวัดสงขลา โดยการนำของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ 5 จังหวัดเป็นอย่างดียิ่ง

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษตอนหนึ่งว่า จากการกล่าวรายงานทำให้ทราบว่าการประชุมสัมมนายกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการจัดการศึกษา เป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่การปฏิรูปการศึกษาตามนโยบายของรัฐบาล ผ่านกระบวนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงสามารถพัฒนานักเรียนให้มีความรู้และทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 เป็นการแนะนำวิธีการพัฒนาตนเองด้วยระบบพัฒนาครู TEPE Online ซึ่งเป็นวิธีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งอนาคต ที่สอดคล้องกับการพัฒนาในศตวรรษที่ 21 เป็นการนำเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีความทันสมัยมาใช้ในดำเนินการโดยครูสามารถพัฒนาตนเองได้ทุกคน ทุกที่ และทุกเวลา ไปพร้อมๆ กับทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนในห้องเรียนได้ควบคู่กันไป ซึ่งถือว่าเป็นการ “คืนครูสู่ห้องเรียน” ได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดผลกระทบทางบวกต่อครูจำนวน 4-5 แสนคนทั่วประเทศ จึงมีความมั่นใจว่าระบบพัฒนาครู TEPE  Online จะมีบทบาทต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและมีความสำคัญยิ่งขึ้นต่อไปอย่างแน่นอน

ในโอกาสที่ได้มาพบปะกับเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอเรียนให้ทราบเรื่องที่สำคัญๆ ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ดังนี้

  • ความปรารถนาดีของนายกรัฐมนตรี  ที่มีต่อนักเรียนผู้ปกครอง และครู นั่นคือต้องการให้การจัดการศึกษาของประเทศไทยบรรลุเป้าหมายที่ทำให้นักเรียนมีความสุข  ผู้ปกครองมีความสุข และคุณครูมีความสุข ด้วยการปฏิรูปการศึกษาที่เกิดความสุขขึ้นในระหว่างกระบวนการจัดการเรียนรู้และผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการจัดการศึกษา เช่น นโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ การซ่อมแซมบ้านพักครูทั่วประเทศ เป็นต้น

  • การให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการศึกษา  โดยขอให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาช่วยกันทำให้อันดับของผลการประเมิน PISA ได้ในลำดับที่ดีขึ้น ซึ่งเชื่อมั่นว่าเพื่อนครูของเราทำได้

  • การอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนชั้น ป.1  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไว้ และกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มากำหนดเป็นนโยบาย “นักเรียนที่จบชั้น ป.1 ต้องอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่อง และต้องมีระบบการประเมินที่เป็นรูปธรรม” และเมื่อปีการศึกษา 2558 ที่ผ่านมานักเรียน ป.1 ทั่วประเทศจำนวน 457,719 คน สามารถพัฒนาเรื่องการอ่านออกเขียนได้ โดยผ่านในระดับพึงพอใจมากถึงร้อยละ 96.06 ซึ่งยังคงเหลือนักเรียนที่ต้องปรับปรุงอีกจำนวน 18,052 คน หรือร้อยละ 3.94 เท่านั้น เชื่อว่าในภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2559 นี้ จะสามารถช่วยเหลือเด็กจำนวนดังกล่าว ให้มีผลการประเมินการอ่านออกเขียนได้ครบทุกคนตามนโยบาย
    สำหรับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังมีนักเรียนที่ต้องช่วยเหลืออีก 3,267 คน ทราบว่าเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รมช.ศึกษาธิการได้นำยุทธศาสตร์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นแนวทางในการพัฒนาช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มนี้ ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนว่า แต่ละเขตพื้นที่การศึกษามีนักเรียนต้องช่วยเหลือกี่คน รู้ลึกลงไปถึงแต่ละโรงเรียนว่ามีกี่คนและชื่อสกุลอะไร ถ้ามีข้อมูลเป้าหมายชัดเจนแบบนี้คงสามารถช่วยเหลือได้ในระยะเวลาไม่นาน  ในนามของรัฐบาลจึงขอให้กำลังใจคุณครูและท่านผู้บริหารโรงเรียนทุกคน

  • การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างความเป็นธรรมให้สังคม  ระหว่างโรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล การยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานการศึกษาสู่ท้องถิ่นทุรกันดารที่อยู่ห่างไกลทั่วประเทศอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ที่ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดยใช้การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) มาแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยถ่ายทอดการจัดการเรียนการสอนจากโรงเรียนต้นทางที่มีคุณภาพ คือ โรงเรียนวังไกลกังวล ซึ่งเป็นโรงเรียนราษฎร์ของพระองค์ บริหารงานโดยท่านขวัญแก้ว วัชโรทัย  ประธานมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมและผู้จัดการโรงเรียนวังไกลกังวล ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มจัดการศึกษาด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี นับตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา

  • การพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีงบประมาณ 2559 ซึ่งมีจุดเน้นที่สำคัญ 6 ประการ คือ
       1) การส่งเสริมความปลอดภัย สวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพิเศษ เน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคช่วยเหลือและดูแลครูทุกคน จึงขอให้ทุกคนมั่นใจได้ว่ากระทรวงศึกษาธิการจะดูแลและร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องดูแลอย่างดีที่สุด
       2) การยกระดับคุณภาพการศึกษา  โดยจะเร่งพัฒนาสื่อ เทคโนโลยีที่มีความทันสมัย ตลอดจนหาองค์ความรู้ใหม่และเครื่องมือ เพื่อช่วยพัฒนาการศึกษาให้มากขึ้น
       3) การจัดการศึกษาเพื่อการมีอาชีพ  ซึ่งจะต้องหาแนวทางที่ทำให้ระบบการศึกษาและความถนัดทางอาชีพของแต่ละคนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
       4) การเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา โดยควรจัดการศึกษาในทุกพื้นที่ของประเทศ แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือบริเวณชายแดน
       5) การนำการกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา เป็นการสร้างทีมเวิร์คให้เกิดขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความสามัคคี
       6) การศึกษาเพื่อความมั่นคง กล่าวคือ การเดินไปข้างหน้าของเรา จะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง Strong Together from Behind เพื่อไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

  • โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้  ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาการกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน ตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสนับสนุนให้โรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีความพร้อม พัฒนาโปรแกรมการเรียนในรูปแบบวิทย์-กีฬา หรือศิลป์-กีฬา ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษาแล้ว รัฐบาลจะมอบทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถด้านการกีฬาได้มีโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพทางด้านการกีฬาต่อไป ซึ่งมีโรงเรียนที่เปิดดำเนินการจำนวน 6 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ยะลา อำเภอเมืองยะลา, โรงเรียนรือเสาะชนูปถัมภ์ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส, โรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส, โรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี, โรงเรียนนาทวีวิทยาคม อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา, และโรงเรียนละงูพิทยาคม อำเภอละงู จังหวัดสตูล  ซึ่งนับว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้จัดห้องเรียนกีฬาในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในพื้นที่ภาคอื่นเพิ่ม คือที่โรงเรียนในจังหวัดสุโขทัย จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดกระบี่ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559

  • STEM  Education  เป็นการพัฒนาและยกระดับการศึกษาที่จะตอบสนองต่อการเตรียมคนไทยรุ่นใหม่  ด้วยการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์  ให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ดีบนโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้นำทางวิชาการที่มีความรู้ความเข้าใจ และมีกลวิธีในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ เพื่อปรับการเรียนการสอนของครู ให้สามารถพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป การดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้จะมีกลุ่มโรงเรียนเป้าหมายอยู่ ซึ่ง สพฐ. ได้คัดเลือกโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพและมีความประสงค์ไว้เขตละ 10 โรงเรียนแล้ว

  • โรงเรียนประชารัฐ  นับว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาของชาติไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งมีโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกมาจากทุกตำบลทั่วประเทศ ตำบลละ 1 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 7,424 โรงเรียน  ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน หรือ CONNEXT-ED เป็นการขับเคลื่อนด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ ผ่านข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาครัฐ - เอกชน หรือที่เรียกว่า “คณะทำงานประชารัฐ” จึงนับเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตของชาติด้วยการสนับสนุนในทุกมิติ เพื่อการวางรากฐานด้านการศึกษา เพราะประเทศไทยเป็นของทุกคน จึงต้องดูแลในเรื่องการศึกษาให้ดีที่สุด เป้าหมายของโครงการ ระยะแรก ภายในปีนี้ 3,342 โรงเรียน และระยะต่อไปภายใน 3 ปี จะขยายให้ครบ 7,424 โรงเรียน ในทุกตำบลทั่วประเทศ ซึ่งก็จะมีโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเป้าหมายดำเนินการด้วย ภายใต้ยุทธศาสตร์ 10 ด้าน มีกิจกรรมที่สำคัญๆ ได้แก่ 1) การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตของสถานศึกษา 2) การพัฒนาหลักสูตรที่เน้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง ดึงศักยภาพของเด็กในการคิดวิเคราะห์ค้นคว้า ศึกษาด้วยตนเอง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3) การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและผู้สอน ให้มีทักษะและกระบวนการทำงานที่เป็นเลิศ 4) การยกระดับทักษะ ความรู้ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ โดยการศึกษาตรงจากเจ้าของภาษาสอดแทรกในรายวิชาต่างๆ 5) การจัดตั้ง “กองทุนโรงเรียน” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและพัฒนาโรงเรียน เป็นต้น

  • นโยบายอื่นๆ ที่สำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ  เช่น การปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้การผลิตและพัฒนาครู การทดสอบ การประเมินคุณภาพและการพัฒนามาตรฐานการศึกษา การผลิต การพัฒนากำลังคนและงานวิจัยที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ ICT เพื่อการศึกษา และการบริหารจัดการ

ทั้งนี้ ขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องที่สนับสนุนการจัดการประชุมครั้งนี้อย่างดียิ่ง ขอขอบคุณเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ช่วยกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีความก้าวหน้าขึ้นโดยลำดับ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลการประเมินระดับชาติ O-NET ปีการศึกษา 2558 มีผลการประเมินเพิ่มขึ้นในภาพรวมอย่างน่าพอใจ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน มีความมุ่งมั่นร่วมกันกับรัฐบาลและประชาชนพัฒนาประเทศของเรา ด้วยการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ประเทศของเราเจริญรุ่งเรือง ตามวิสัยทัศน์ประเทศไทย "มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" ต่อไป


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร สรุป/รายงาน
นวรัตน์ รามสูต : ถ่ายภาพ
10/7/2559

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุดของรัฐมนตรี

   
  265 กกต.-ศธ.ประชุมชี้แจงร่วมมือประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ
  262 การปรับโครงสร้างและการบูรณะอนุรักษ์วังจันทรเกษม
  260 หารือกับ CIE ประเมินกรอบหลักสูตรวิทย์-คณิตระดับมัธยมฯ
  259 หารือกับ สสวท.
  257 ตรวจเยี่ยมโครงการสานฝันการกีฬาฯ ที่นาทวี จ.สงขลา
  251 ประชุมกระทรวงฯ 6/2559
  247 รำลึกคุรุวีรชนชายแดนใต้ ที่ปัตตานี
  233 ลงพื้นที่นราธิวาสพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้
  228 ศธ.ประชุมแก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน
  225 ปาฐกถา Public-Private Partnership
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ