.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 61/2559

การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู

 


ศึกษาธิการ - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู และการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงศึกษาธิการ

แนวทางการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการคัดเลือกและรับครู

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำเสนอให้รับทราบถึงข้อดี ข้อเสีย ของการจัดสอบคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กระจายอำนาจและมอบให้คณะอนุกรรมการช้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำเขตพื้นที่การศึกษา (อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา) เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน

แต่ในทางปฏิบัติ แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาไม่ได้ออกข้อสอบเอง เพราะมีการกำหนดให้ไปจ้างสถาบันอุดมศึกษาออกข้อสอบและดำเนินการจัดสอบให้ ซึ่งพบปัญหาหลายเรื่อง เช่น งบประมาณในการจัดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยบางเขตฯ สูงมากถึงปีละประมาณ 80 ล้านบาท รวมทั้งมาตรฐานของข้อสอบมีความแตกต่างกันตามที่สถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งออกข้อสอบ หลายครั้งมีผู้ผ่านเกณฑ์การสอบเพื่อขึ้นบัญชีน้อยมาก ไม่เป็นไปตามเป้าหมายตำแหน่งว่างที่มีอยู่ รวมทั้งพบปัญหาในการควบคุมการทุจริตในการสอบ

ดังนั้น สพฐ.จึงได้เสนอให้มีการปรับปรุงกระบวนการจัดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย จากเดิมที่ให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการเอง มาเป็นให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติฯ (สทศ.) ดำเนินการตั้งแต่ออกข้อสอบภาค ก และ ข ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณลงได้มาก อีกทั้งผู้เข้าสอบยังสามารถเก็บคะแนนไว้ได้ถึง 2 ปี และเมื่อเขตพื้นที่การศึกษาใดมีประกาศรับสมัครในตำแหน่งว่าง ผู้สมัครสอบก็นำคะแนนนั้นไปยื่นสมัครเขตพื้นที่การศึกษานั้นๆ ได้โดยตรง ซึ่งเขตพื้นที่การศึกษาจะเป็นผู้สัมภาษณ์ภาค ค เพียงขั้นตอนเดียว โดยอาจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสมัครเพิ่มในการไปสอบภาค ค อีก

รูปแบบการจัดสอบนี้ เป็นลักษณะเดียวกับการสอบเข้ารับราชการของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งดำเนินการสอบภาค ก และ ภาค ข โดยส่วนกลาง แล้วหน่วยงานราชการที่ต้องการก็เรียกไปสัมภาษณ์ ภาค ค เพราะฉะนั้นแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาจะเปิดรับครูเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดรับพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวคิด ที่ประชุมจึงได้มอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปดูข้อกฎหมาย และอาจจัดประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นก่อน หากทุกฝ่ายเห็นชอบตามที่ สพฐ.เสนอ ก็จะพิจารณาถึงการแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ โดยเฉพาะมาตรา 47 และ 50 ที่กำหนดให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการจัดสอบนั้น หมายความว่าอย่างไร หมายถึงจัดสถานที่ หรือจัดสอบ และรวมถึงออกข้อสอบด้วยหรือไม่ หากรวมทั้งหมดก็ต้องปรับแก้กฎหมาย

การปรับปรุงรูปแบบการสอบคัดเลือกครูโดยใช้ข้อสอบกลาง นอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณจำนวนมากได้แล้ว ยังสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานของข้อสอบและการจัดสอบด้วย ที่สำคัญสามารถบอกได้ด้วยว่ามีบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยใดสอบได้บ้าง และได้คะแนนเท่าไร ซึ่งจะทำให้แต่ละมหาวิทยาลัยได้กลับไปพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมากขึ้น


แนวทางการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ที่ประชุมได้หารือในอีกประเด็น เกี่ยวกับแนวทางการปรับปรุงหลักสูตรขั้นพื้นฐาน ซึ่งกำลังดำเนินการตามวงรอบการปรับปรุงหลักสูตรทุก 10 ปี ซึ่งกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ สพฐ.จะจัดให้มี Workshop เพื่อหารือในเรื่องนี้ โดยจะเชิญครู ผู้บริหาร นักวิชาการ ผู้แทนครู ผู้ออกข้อสอบระดับชาติในทุกระบบ รวมทั้งผู้แทนจากอาชีวศึกษา และอนุบาล มาร่วมกันหารือ เพื่อให้เกิดการยอมรับการปรับปรุงในเส้นเดียวกัน เพราะการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้จะต้องทำให้เกิดการเชื่อมโยงตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา รวมทั้งเติมเต็มหลักสูตรภาษาอังกฤษด้วย โดย สพฐ.คาดว่าจะสามารถเริ่มทดลองใช้หลักสูตรใหม่ได้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559

รมว.ศึกษาธิการ จึงได้ฝากให้ สพฐ.หาคำตอบจาก Workshop ในครั้งนี้ 4 ประเด็น คือ 1) แต่ละช่วงชั้นควรเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้อะไรบ้างและเพราะอะไร 2) ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ของแต่ละช่วงชั้น ควรมีระยะเวลาเรียนแค่ไหนอย่างไร 3) การคำนึงถึงเนื้อหาในหลักสูตร ทั้งเรื่องที่ต้องรู้ เรื่องที่ควรรู้ และวิธีการตัดไขมันออก (เนื้อหาที่ไม่จำเป็น) เช่น ตัดทิ้ง หรือนำไปรวมในกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้  4) การเปรียบเทียบกับต่างประเทศในบริบทเดียวกัน


บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
7/2/2559

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  059 ประชุมคณะทำงานประชารัฐด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ครั้งที่ 3
  047 เสวนาชี้แจงกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
  044 ผลประชุม คกก.ส่งเสริมการจัดการศึกษาฯ คนพิการ 1/2559
  042 หารือ TEPE Online
  041 I Speak English เพื่อชีวิตที่ Better
  021 แนวทางการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  016 เยี่ยมชม EP ที่โยธินบูรณะ
  014 ยุวโฆษกเข้าเยี่ยมคารวะ
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ