.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 511/2559
ศธ.ร่วมกับ C.P.Group จัดอบรม MOE One Team
กลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียน


กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.Group) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการกลุ่มผู้อำนวยการโรงเรียน ตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม “รวมพลังสร้างสรรค์ทีม” (The Synergy Teamwork for education: Transformation Ministry of Education in collaboration with C.P. Group) ภายใต้คอนเซ็ปท์ "MOE One Team" เพื่อพัฒนาทักษะการสร้างทีมงานที่มีประสิทธิผล (Effective Team Building Skill) สร้างความตระหนักถึงบทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมส่วนบุคคลและผลกระทบต่อองค์กร ตลอดจนประสานการทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน และครูสังกัด สพฐ. ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกว่า 60 คน และมีผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารศูนย์ฝึกอบรมของกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมสังเกตการณ์ในการอบรมครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2559 ที่ C.P.Leadership Institute (CPLI) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

● ศุกร์ 16 ธันวาคม 2559

ในช่วงเช้า ได้มีพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม “รวมพลังสร้างสรรค์ทีม” หรือ MOE One Team  โดยมีผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ คือ ม.ล.ปริยดา ดิศกุล ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายอำนาจ วิชยานุวัติ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงสุดของ C.P. Group คือ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้บริหารระดับสูงสุดของกลุ่มทรู คือ นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีเปิดการอบรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นการอบรมต่อเนื่องจากครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2559 โดยในครั้งนั้นมีผู้บริหารระดับ Top Team กว่า 80 คนของทั้งสององค์กร ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันผ่านรูปแบบ Action Learning หรือการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอต้อนรับผู้เข้ารับการอบรมจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเป็นการอบรมเพื่อถอดรหัสแนวทางการพัฒนาผู้นำเชิงปฏิบัติการในรูปแบบ Action Learning ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ C.P.Group ใช้ฝึกอบรมพัฒนาผู้นำในองค์กรอย่างแท้จริง โดยเริ่มจากการคัดเลือกผู้นำจากแต่ละฝ่ายมาร่วมทำโครงการเป็นทีม ให้แต่ละทีมได้ลงมือทำโครงการที่คิดขึ้นจริงเป็นเวลา 6 เดือน หรือ 9 เดือน และระหว่างทำโครงการจะมีการประเมินผลจากเจ้าของโครงการ (Project Owner: ผู้ให้ความรู้ความเข้าใจกับทีม) กับผู้สนับสนุนโครงการ (Project Sponsor: เปรียบเสมือนโค้ชบุกเบิกทางให้ทีม) รวมทั้งการประเมินจากสมาชิกภายในทีม

รูปแบบการประเมิน เน้น 2 แกนหลัก คือ แกนสมรรถนะและศักยภาพ ทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจ และความทุ่มเท และแกนคุณค่า (Values) ซึ่งเป็นพฤติกรรมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเป็นผู้นำที่ดี นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี เช่น การรู้จักเป็นผู้นำในเรื่องที่เหมาะสม การเป็นผู้ตาม การทำงานร่วมกัน เป็นต้น ซึ่งสุดท้ายแล้วแต่ละทีมก็จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการเรียนรู้และองค์ความรู้ร่วมกัน อันจะนำไปสู่การสลาย "ไซโล" (Cross Functional) ที่เป็นกระบวนการที่สำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงโดยใช้โครงการเป็นฐาน และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาหรือเสาะหาผู้นำที่ดีให้แก่องค์กร

นอกจากนี้ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ได้กล่าวถึงเป้าหมายในการขับเคลื่อนผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง จากการที่ C.P.Group ได้ร่วมดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ใน 4 เรื่องหลัก ๆ คือ

1) ความโปร่งใส  เพื่อต้องการสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในระดับโรงเรียน โดยสร้างตัวชี้วัดที่ชัดเจนและดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และสาธารณชนเข้าถึงได้ ซึ่งต้องการทำให้เกิดการเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างโรงเรียนได้ นำไปสู่การแข่งขันด้านกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

2) การเชื่อมโยงกลไกตลาด  ซึ่งหมายถึงการทำให้ผู้ปกครอง ชุมชน ภาคเอกชนในท้องถิ่น ตลอดจนภาคเอกชนระดับประเทศเชื่อให้ได้ว่า การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ และต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาร่วมกัน พร้อมทั้งจะต้องกระตุ้นให้เกิดกองทุนโรงเรียนและคณะกรรมการบริหารโรงเรียน โดยผู้อำนวยการโรงเรียนจะต้องมีบทบาทสำคัญในการประสานกับพ่อแม่ผู้ปกครองเข้ามาดูแลและพัฒนาศักยภาพบุตรหลานไปพร้อม ๆ กับโรงเรียน

3) บทบาทของผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง  เนื่องจากผู้นำในทุกระดับ เป็นผู้สร้างปัจจัยพื้นฐานหลักของระบบสังคมและเศรษฐกิจ ได้แก่ ความรัก-ความเข้าใจ ความฝัน-ความต้องการ และความมั่นคง โดยเฉพาะในเรื่องของความมั่นคง ผู้นำจะต้องสร้างความมั่นคงผ่านการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ต้องสามารถปรับตัวได้ และสร้างวิวัฒนาการให้เกิดขึ้นกับองค์กร

4) การยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง  โดยเริ่มต้นจากการสร้างการมีส่วนร่วมของเด็ก (Engagement) ด้วยการเปิดโอกาสให้เด็กแสดงความสนใจหรือตั้งคำถาม จากนั้นสร้างกระบวนการค้นหาคำตอบที่ถูกต้องร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์และศึกษาข้อมูล การเขียนเรียงความ การถกเถียงโต้แย้ง ที่จะนำไปสู่การรู้จักยอมรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน การสร้างการทำงานเป็นทีม พร้อม ๆ กับการสร้างกระบวนการวัดผล ก่อนที่จะตั้งคำถามใหม่ต่อไป ซึ่งกลไกนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในงานด้านวิชาการและด้านคุณธรรม

อย่างไรก็ตาม หน้าที่หนึ่งที่สำคัญของผู้นำ คือ การคิดการณ์ไกล คิดในสิ่งที่อาจเป็นไปไม่ได้ในวันนี้ โดยไม่ปิดกั้นความเป็นไปได้ และเมื่อคิดแล้วต้องลงมือทำด้วย

ทั้งนี้ ขอฝากข้อคิดแก่ผู้เข้ารับการอบรมด้วยว่า สนามฟุตบอลในประเทศอังกฤษซึ่งสามารถจุคนได้ประมาณ 70,000 คน แต่จากสถิติพบว่า การเวฟ (Wave) ของผู้เข้าชมฟุตบอลจะเริ่มต้นจากคนเพียง 7 คนเท่านั้น เท่ากับสัดส่วน 1 ต่อ 10,000 ดังนั้น ทุกคน ณ ที่แห่งนี้สามารถที่จะเป็น 7 คนนั้นได้โดยการทำให้ผู้อื่นเห็น และในหนึ่งชีวิตเราจะพบเจอผู้คนถึง 80,000 คน หากเราสามารถสร้างผลกระทบ (Impact) จากการกระทำหรือการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอีก 100 คนได้เห็น และทุก ๆ คนทำเช่นเดียวกัน ก็จะสร้างผลกระทบต่อกันเป็นทอดอย่างทวีคูณ แต่การเป็นตัวอย่างที่ดีมันใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการเป็นผู้นำที่ดี ที่มีหน้าที่สำคัญในการถ่ายทอดคุณค่าและองค์ความรู้ควบคู่ไปกับการสอน แต่ก็เชื่อว่าทุกคนพร้อมที่จะทำเพื่อเด็ก ๆ ที่เป็นอนาคตของเราได้อย่างแน่นอน

ม.ล.ปริยดา ดิศกุล กล่าวขอบคุณ C.P.Group ที่ได้จัดโครงการดี ๆ เพื่อช่วยในการพัฒนาผู้นำด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นโครงการที่สืบเนื่องมาจากโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ซึ่งเป็นความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนอย่างแท้จริง โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ C.P.Group และวิทยากรระดับโลกที่มาให้ความรู้ประสบการณ์และแนวทางการบริหารจัดการแก่ผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ อาทิ Professor Noel Tichy, Mr Robert Knowling, Mr Patti Stacey, Mr Chris DeRose ได้มีการหารือร่วมกันเกี่ยวกับการสร้างหลักสูตรและแนวทางการดำเนินงานของโครงการ เนื่องจากเล็งเห็นเช่นเดียวกับ C.P.Group ว่าผู้นำมีความสำคัญ และกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเร่งสร้างผู้นำด้านการศึกษา 7 คนดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง พร้อมเตรียมที่จะขยายผลการพัฒนาผู้นำด้านการศึกษาในรูปแบบ Action Learning ให้กับครูทั้งประเทศอย่างทั่วถึง และปรับเปลี่ยนสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา หรือ “สถาบันฯ วัดไร่ขิง” ให้เป็น “วัดเส้าหลิน” และทำให้ครูที่ผ่านการอบรมทุกคนออกมาเป็น “จอหงวน” ให้ได้

จึงขอให้ทุกคนตั้งใจและมุ่งมั่นในการเรียนรู้ เพราะทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะ C.P.Group ได้ทุ่มเทและสนับสนุนการพัฒนาผู้นำอย่างเต็มที่ พร้อมเชิญวิทยากรระดับโลกมาให้ความรู้และประสบการณ์ที่ดี ๆ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ให้ได้มากที่สุด


● อาทิตย์ 18 ธันวาคม 2559

ในช่วงเช้า นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางถึง CPLI เพื่อร่วมการอบรมและเป็นประธานปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ โดยมี ม.ล.ปริยดา ดิศกุล ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) วิทยากร และผู้เข้ารับการอบรม ให้การต้อนรับ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวในพิธีปิดตอนหนึ่งว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคลากรเช่นเดียวกับ C.P.Group เพราะถือว่าการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์เป็น 1 ใน 6 ยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาที่สำคัญ  และจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการพยายามที่จะร่วมมือกับภาคเอกชนในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษา ซึ่งรวมถึง C.P.Group  ในการดำเนินโครงการนี้เช่นกันด้วย ส่วนตัวจึงทุ่มเทเวลาเพื่อเข้าร่วมการอบรม MOE One Team เพื่อจะได้รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอโครงการ ที่จะช่วยพัฒนาโรงเรียนของเราให้เจริญก้าวหน้า และเพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณขับเคลื่อนงานให้ตรงกับความต้องการของโรงเรียนแต่ละแห่งอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกันก็เชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างผู้นำด้านการศึกษาที่มีวิสัยทัศน์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และพร้อมที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การสลาย "ไซโล" อย่างเป็นระบบมากขึ้น และเพื่อให้โครงการนี้นำไปสู่การปฏิบัติจริง จะมอบให้ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะผู้มีอำนาจในการจัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการของโรงเรียนต่าง ๆ ได้มีโอกาสมาร่วมการอบรมในครั้งต่อไปด้วย

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงทิศทางการทำงานภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการต้องดำเนินงานและโครงการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฯ โดยมียุทธศาสตร์ที่ต้องดำเนินการ 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

ซึ่งในความเป็นจริง หลายเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ในแผนปฎิรูปการศึกษาในขณะนี้ ก็มีความสอดคล้องและก้าวหน้าไปมากแล้ว เช่น

  • การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนบูรณาการการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (โดย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ) : ตามยุทธศาสตร์ความมั่นคง

  • การยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ Thailand 4.0 : ตามยุทธศาสตร์การสร้างความสามารถในการแข่งขัน

  • การนำผลประเมินตามโครงการ PISA มาใช้พัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการศึกษา : ตามยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

  • การดำเนินงานโรงเรียนคุณธรรม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : ตามยุทธศาสตร์การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

  • การแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพื่อบริหารงานการศึกษาในส่วนภูมิภาค การปรับปรุงกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา : ตามยุทธศาสตร์การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า เร็ว ๆ นี้ จะหาช่องทางเพื่อสื่อสารนโยบาย แนวทาง และข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้บุคลากรในสังกัดทุกคนได้รับรู้พร้อมกันอย่างทั่วถึง เช่น อีเมล์ เป็นต้น เพื่อช่วยผนึกกำลังขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน  รวมทั้งจะแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาตามที่รัฐธรรมนูญฯ กำหนด โดยจะพิจารณาคัดเลือกคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน เพราะจะได้มีเวลาในการขับเคลื่อนงานที่ยาวนานขึ้น มีวิสัยทัศน์และมุมมองเท่าทันโลกยุคนี้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าทุกอย่างที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการ อาจจะยังไม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วข้ามคืน แต่อย่างน้อย ๆ จะผลักดันงานตามยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้าน ให้เป็นมรรคเป็นผลในช่วงของ Roadmap การปฏิรูปประเทศของรัฐบาล ซึ่งมีระยะเวลาอีกกว่า 1 ปี ต่อจากนี้


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี : ถ่ายภาพ
ขอบคุณภาพถ่ายพิ่มเติม: สพร. สพฐ.
17/12/2559
update 18/12/2559

^ เลื่อนขึ้นด้านบน

 
Find us on Facebook Follow us on Twitter
   

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของรัฐมนตรี เกี่ยวกับ สพฐ.

   
  506 ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาที่ประสบอุทกภัย จ.สงขลา
  476 อบรมผู้บริหาร ศธ."MOE One Team"
  475 ติดตามโครงการห้องเรียนกีฬา ที่สุโขทัย
  471 ตรวจเยี่ยม รร.ในอุดรธานี
  468 ตรวจเยี่ยม รร.ดีใกล้บ้าน ที่อุดรธานี
  467 ชี้แจงกรอบร่างและเกณฑ์การจัดระดับคุณภาพสื่อการเรียนรู้
  466 ติดตามโครงการห้องเรียนกีฬา ที่กระบี่
  447 มอบนโยบายโรงเรียนดีใกล้บ้าน
  434 การจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี
  426 แถลงข่าวเปิดศูนย์พัฒนาครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาค
   
 
 
 

ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
บรรณาธิการข่าว : บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นวรัตน์ รามสูต, อรพรรณ ฤทธิ์มั่น

Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569 2015 1,505,932
Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ