โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี สร.สาร รับเรื่องราวร้องทุกข์

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 75/2558
ผลประชุม กช. 1/2558

ศึกษาธิการ - พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 1/2558 เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ว่าที่ประชุมเห็นชอบแนวทางปรับโครงสร้างการขอรับเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน แบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกขอปรับเพิ่มเป็น 70% ในปีหน้า และเพิ่มเป็น 100% ในระยะต่อไป

● เห็นชอบแนวทางการให้เงินอุดหนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่โรงเรียนเอกชน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 มอบหมายให้ฝ่ายสังคมจิตวิทยารับไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการให้การอุดหนุนของรัฐในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนเอกชนในระยะยาวให้มีความเหมาะสมและมีความยั่งยืน โดยไม่เป็นภาระด้านงบประมาณเกินควร และให้นำเสนอ คสช. ต่อไป

Follow us on TwitterFind us on Facebook

 

 

 More Resources

 ข่าวล่าสุดของ รมว.ศธ.
 เกี่ยวกับ สป.

 

 

066 ตรวจเยี่ยม รร.อำนวยศิลป์
061 สโลแกนวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ด้านอาเซียนของ ศธ.
055 เสวนา Work-Based Learning ในงาน 10 ปีปัญญาภิวัฒน์
048 ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์ฯ การสอบ ศน.และการรับโอนครู
047 ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์ฯ การสอบครูผู้ช่วย
032 พิธีปฏิญาณตนและสวนสนามยุวกาชาดไทย
031 การศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน ภาคกลาง
029 ผลประชุม คกก.บห.ลูกเสือแห่งชาติ
027 ประชุมวิชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เฉลิมพระเกียรติฯ ที่เชียงใหม่
017 เห็นชอบแผนบริหารความเสี่ยงกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

 

 

Bookmark and Share


กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางการให้การอุดหนุนของรัฐในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนเอกชนในระยะยาว โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน มีกรรมการเช่น เลขาธิการสภาการศึกษาหรือผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือผู้แทน ผู้แทนสำนักงบประมาณ นายกสมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เป็นต้น มีเลขาธิการ กช. เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งคณะทำงานได้ศึกษาและจัดทำร่างแนวทางดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว จึงเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา

ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในหลักการแนวทางการการปรับโครงสร้างการขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนเอกชนทุกระดับทุกประเภทอย่างยั่งยืน เป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกขอปรับเพิ่มเป็นร้อยละ 70 และระยะที่สองเป็นร้อยละ 100 สรุปดังนี้

  • ระยะที่ 1 ปรับโครงสร้างเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนโรงเรียนเอกชน ที่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกว่า 2,000 โรงเรียน ไปสู่การอุดหนุนด้านอุปสงค์ หรือคูปองการศึกษาในอนาคต เท่ากันทุกระดับคือ ร้อยละ 70  ซึ่งเดิมเงินอุดหนุนในแต่ละระดับไม่เท่ากัน เช่น ก่อนประถมศึกษาร้อยละ 63 ประถมศึกษาร้อยละ 64.14 มัธยมศึกษาตอนต้นร้อยละ 73.21 เป็นต้น โดย สช.เสนอให้มีการอุดหนุนที่อัตราร้อยละ 70 เท่ากันทุกระดับ/ประเภทวิชา พร้อมทั้งขอตั้งงบประมาณปี 2559 เพื่อดำเนินการในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 (5 เดือน) เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2558 คือ 14,900 บาท เป็น 16,600 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,840,289,800 บาท และขอตั้งเพิ่มในปีงบประมาณต่อไป ปีละ 4,792,505,800 บาท นอกจากนี้ได้เสนอให้รวมรายการเงินอุดหนุนรายบุคคลในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เงินสมทบเป็นเงินเดือนครู และเงินอุดหนุน ให้เหลือเพียงเงินอุดหนุนรายบุคคลรายการเดียว เพื่อความสะดวกในการจัดสรรงบประมาณ

  • ระยะที่ 2 ปรับเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนโรงเรียนเอกชนเพิ่มขึ้นจากอัตราร้อยละ 70 อีกร้อยละ 10 ต่อปี เพื่อนำไปสู่อัตราร้อยละ 100 ของค่าใช้จ่ายรายบุคคลนักเรียนภาครัฐที่คำนวณเป็นปัจจุบันของปีที่ปรับ โดยให้กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการในการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนให้เชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการตรวจสอบข้อมูลนักเรียนเอกชนที่ได้รับเงินอุดหนุนไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น และวางระบบฐานข้อมูลด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนและคุณภาพโรงเรียนด้วย

สำหรับโรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลไม่ถึงอัตราร้อยละ 100 ของค่าใช้จ่ายรายบุคคลนักเรียนภาครัฐ เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาส่วนที่ยังได้รับการอุดหนุนไม่เต็มอัตราได้ แต่เมื่อรวมกับเงินอุดหนุนแล้ว ต้องไม่เกินอัตราค่าใช้จ่ายรายบุคคลนักเรียนภาครัฐ เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ปกครองและนักเรียนในระยะแรก และสามารยกเลิกการกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมการศึกษา เมื่อได้ปรับอัตราเงินอุดหนุนเป็นร้อยละ 100 แล้ว

นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการ กช. กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ สช.เพิ่มเงินอุดหนุนรายบุคคล แต่จะเพิ่มขึ้นจำนวนเท่าใด ให้หารือกับสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สนย.สป.) และคณะอนุกรรมการปฏิรูประบบทรัพยากรและการเงินที่มี ศาสตราจารย์ (พิเศษ) สมชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ซึ่งกำลังดำเนินการเรื่องนี้ในภาพรวมของการปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้ได้อัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลที่มีความเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งระยะแรกอาจจะน้อยหรือมากกว่าที่ สช.เสนอ คือ 16,600 บาทก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังย้ำด้วยว่า การเพิ่มเงินอุดหนุนรายบุคคลจะต้องส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาที่สูงขึ้น และไม่ให้เกิดกรณีเด็กซ้ำซ้อนด้วย ซึ่งในเรื่องความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นไม่น่ากังวล เพราะขณะนี้ สช.ใช้ระบบเลขประจำตัว 13 หลักอยู่แล้ว


● เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ

ที่ประชุมเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ การกำหนดรายการ และการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง และกำหนดขนาดที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนในระบบ พ.ศ. 2555 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการปรับปรุงกฎกระทรวงเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

โดยมีประเด็นสำคัญที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไข คือ เพิ่มคำนิยามให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น การใช้ที่ดินในการจัดตั้งโรงเรียนในระบบประเภทนานาชาติ การขยายความจุสูงสุดของนักเรียนในโรงเรียนแต่ละประเภท และการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้งที่เป็นการขอเปลี่ยนแปลงขนาดที่ดิน หรือสถานที่ตั้ง หรือย้ายสถานที่ข้ามเขตจังหวัด เพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น


● รับทราบการอนุมัติหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติ 2 โรงเรียน

ที่ประชุมรับทราบผลการอนุมัติหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติ ของคณะกรรมการพิจารณาหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติและกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 2 โรงเรียน คือ

1) โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ กรุงเทพฯ โดยอนุมัติให้ใช้หลักสูตรประเทศสหราชอาณาจักร ระดับชั้นอนุบาล (Nursery 1) Foundation (Early Year Stage Foundation - EYSF : Ages 0-5)

2) โรงเรียนขจรเกียรตินานาชาติ ภูเก็ต โดยอนุมัติให้ใช้หลักสูตรแห่งชาติของประเทศเครือจักรภพอังกฤษ ระดับมัธยมศึกษา Key Stage 3 : Age 11-14 (Year 7-9) and Key Stage 4 : Age 14-16 (Years 10-11)

 


นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
28/2/2558
Published 1/3/2558

กรณีนำข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย, ขอขอบคุณ

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
  
บรรณาธิการข่าว : กุณฑิกา พัชรชานนท์, นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   AmazingCounters.com
 


   สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451, 2012 1,594,098, 2013 1,045,390 2014 729,569
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net

Tags : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, รมว.ศึกษาธิการ,รมช.ศึกษาธิการ, รมว.ศธ., รมช.ศธ., ข่าวการศึกษา, ศึกษาธิการ