โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี แนะนำ สร. รับเรื่องราวร้องทุกข์ สร.สาร

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๒๔๖/๒๕๕๕
มอบรางวัลการยกย่องเชิดชูเกียรติครูและบุคลากรทางการศึกษา สกสค.

อาคารใหม่สวนอัมพร - ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีมอบรางวัลการยกย่องเชิดชูเกียรติครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๕ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๕


เนื่องด้วยวันที่ ๙ กันยายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนา สกสค. และในปีนี้เป็นปีที่ ๙ ที่ สกสค.ได้ก่อกำเนิดขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๖ เป็นต้นมา ซึ่ง สกสค.ได้ดำเนินงานตามกรอบภารกิจในความรับผิดชอบเกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่น ความมั่นคงของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา สนับสนุนยกย่องและผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา รวมทั้งให้บริการแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีขวัญกำลังใจในการประกอบวิชาชีพ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติตลอดระยะเวลา ๘ ปี

Follow us on Twitter

 

 

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด
 ของ รมว.ศธ.

 

 

243 รมว.ศธ.ชี้แจงการสอบ O-Net
242 ปิดการแถลงผลงานรัฐบาลด้านการศึกษาในรอบ 1 ปี
241 ศธ.แถลงผลงานรัฐบาลด้านการศึกษาในรอบ 1 ปี
238 ชมการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล
237 เปิดงาน 7 ปี สทศ.พัฒนาการศึกษาสู่สากล
234 พบคณะกรรมการ สสวท.
232 ประชุม คกก.บห.แท็บเล็ต ครั้งที่ 7
231 ระชุมคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 2
230 ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2555
229 ศธ.เตรียมแถลงผลงานของรัฐบาลด้านการศึกษา
   
 

 

ข่าวย้อนหลังในรอบปีเกี่ยวกับยุทธศาสตร์

Bookmark and Share

การจัดพิธีมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งพนักงาน เจ้าหน้าที่ ของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.ในครั้งนี้ ประกอบด้วย

- รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ทางด้านการศึกษาของ สกสค.ทุกสังกัดของ ศธ. จำนวน ๗๗๘ คน

- รางวัลครูดีเด่นประเภทสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประสบความสำเร็จในการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมมาตรฐานการเรียนรู้ จำนวน ๒๓ ราย

- รางวัลยกย่องบุคลากรดีเด่นของ สกสค.ประจำปี ๒๕๕๕ จำนวน ๑๘ คน

- รางวัลชนะเลิศอันดับ ๑ นวัตกรรมให้บริการ สกสค.จังหวัด จำนวน ๑ ราย

- มอบทุนการศึกษาแก่บุตร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามโครงการสานฝันให้เป็นจริง ทุนละ ๕๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๙ ราย


รมว.ศธ.กล่าวภายหลังพิธีมอบรางวัลว่า การจัดงานในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศเห็นคุณงามความดีของทุกคน ซึ่งการดำเนินงานของ สกสค.ขณะนี้มีคณะกรรมการ สกสค.ชุดใหม่ จำนวน ๒๓ ราย ตนได้ไปมอบนโยบายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามหลักการดำเนินงานของ สกสค. ก็คือ พี่น้องครูเราดูแล งานสำคัญที่ครูและประชาชนชื่นชมคือ โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ซึ่งเป็นการดูแลด้านการเงิน นอกจากนี้ สกสค.ยังดูแลครูเรื่องที่พัก ซึ่งอยู่ภายใน ศธ. และกำลังจะปรับปรุงให้ดีขึ้น พร้อมทั้งในอนาคตจะจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อการกู้ยืมในดอกเบี้ยอัตราต่ำ เพื่อสร้างบ้าน สร้างทรัพย์สิน เป็นของตนเอง

ส่วนนโยบายของรัฐบาลนั้น จะดูแลนักเรียนเหมือนลูกหลานของเรา เป็นนโยบายที่ดำเนินการจริงทั้งต่อหน้าและลับหลัง ในการแถลงผลการดำเนินงานในรอบ ๑ ปีของ ศธ.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้ประกาศว่า ศธ.จะดูแลลูกหลานประชาชนเหมือนลูกหลานของเรา หลักการคือพ่อแม่ดูแลลูกอย่างไร ประเทศชาติก็จะดูแลลูกหลานอย่างนั้น เพราะครอบครัวเป็นหน่วยที่เข้มแข็งที่สุดในทุกๆ สังคม พ่อแม่จะไม่ขโมยเงินลูก ไม่ทารุณหรือข่มเหงลูก การบริหารประเทศก็เช่นกัน รัฐบาลเปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว จึงดูแลประชาชนโดยไม่ข่มเหงและขโมยเงินประชาชน ซึ่งเรียกว่าคอรัปชัน ต่อจากนี้ไป ศธ.ต้องใสสะอาด ทั้งในแง่การดูแลครู ให้ความยุติธรรม ขจัดการซื้อข้อสอบ การเรียกเงินจากการสัมภาษณ์ การโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม การวิ่งเต้นเพื่อย้ายคืนถิ่น และการเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการโรงเรียนหรือเขตพื้นที่การศึกษา  อย่างไรก็ตาม ประชาชน ครู อาจารย์ ก็จะต้องดูแลสิทธิของตนเองด้วย ไม่ให้ใครมาเอาเปรียบหรือข่มเหงรังแกได้


นอกจากนี้ จะพยายามวางระเบียบกฎเกณฑ์ที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม ฝากให้ครูอาจารย์ ศึกษาระเบียบกฎเกณฑ์เหล่านั้น และไม่ยอมต่อสิ่งที่ไม่ชอบธรรม เพราะครูเป็นเรือจ้าง ที่จะต้องมีขวัญและกำลังใจ มีจินตนาการและความใฝ่ฝัน เพื่อจะได้ดูแลลูกหลานพร้อมทั้งส่งให้ถึงฝั่งอย่างดี และเด็กเหล่านี้ก็จะดูแลประเทศไทยในอนาคต หากคนที่จะดูแลประเทศไทยขาดโอกาส ขาดสติปัญญา ด้วยเหตุผลของระบบการศึกษาที่เอารัดเอาเปรียบ ประเทศก็จะล่มสลาย

โอกาสนี้ รมว.ศธ.ได้กล่าวให้นโยบายในประเด็นต่างๆ ดังนี้

  • ข้อสอบมาตรฐานระดับประเทศ National Test  ศธ.จะใช้ข้อสอบมาตรฐานวัดการเรียนการสอนในทุกห้องเรียนทุกที่ ซึ่งออกข้อสอบโดยครูกว่า ๕๐,๐๐๐ คน ในทุกสาขาวิชาทุกห้องเรียน แล้วส่งไปที่ สทศ. ซึ่งจะทำการคัดเลือกข้อสอบ จากนั้นจะมีค่าตอบแทนค่าออกข้อสอบ และใช้เป็นผลงานของครูให้ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือนให้สูงขึ้น จะไม่ใช้วิธีเดิม คือ นำคนเก่งที่ไม่ได้สอนมาเก็บตัวเพื่อออกข้อสอบกว่า ๑,๐๐๐ ข้อ  แต่จะออกข้อสอบโดยครูผู้สอน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสอบกว่า ๓ แสนข้อ ในทุกสาขาวิชา หากครูออกข้อสอบไม่เป็นก็จะจัดอบรมให้ ดังนั้นนักเรียนก็จะสอบด้วยความสบายใจ เพราะข้อสอบออกโดยครูที่สอน ไม่ใช่ต้องทำข้อสอบที่คาดไม่ถึง

  • ยกระดับคะแนน O-Net ในช่วงที่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ดำเนินการยกระดับคะแนน O-Net โดยการนำคะแนนไปใช้ในการเข้าเรียนต่อชั้น ม.๑ ม.๔ และระดับอุดมศึกษา ทำให้คะแนน O-Net ทุกสาขาวิชา ทุกช่วงชั้นปีสูงขึ้น เพราะนักเรียนมีเป้าหมายจึงตั้งใจสอบ หากไม่มีการนำคะแนน O-Net ไปใช้ หรือไม่มีเป้าหมาย นักเรียนก็อาจจะไม่ตั้งใจสอบ ซึ่งในอนาคตจะขอให้มหาวิทยาลัยเพิ่มสัดส่วนคะแนน O-Net ในการเข้าศึกษาต่อมากขึ้นเรื่อยๆ นักเรียนจะได้ไม่ต้องวิ่งรอกสอบ

  • สอบครูผู้ช่วย ในปีนี้ไม่พบการขายข้อสอบ ซึ่งเดิมมีการขายจำนวนมาก รวมทั้งมีการสอบสัมภาษณ์ ทำให้วิ่งเต้นเพื่อเป็นกรรมการสอบสัมภาษณ์ แต่ขณะนี้ ศธ.ได้ยกเลิกการสอบสัมภาษณ์แล้ว เพื่อให้คนที่ต้องการมาเป็นครูมีขวัญกำลังใจมากขึ้น ต่อไปการเลื่อนขั้น เลื่อนวิทยฐานะ จะใช้ผลงานจากการสอน คือ คะแนน O-Net และคะแนน NT เป็นตัววัด สอนกี่วิชาก็เทียบ percentile เท่าจำนวนวิชาที่สอน โดยไม่ต้องทำวิจัย  เพราะหลายคนส่งงานวิจัยแต่ไม่ผ่าน เนื่องจากไม่ได้จ้างคนอ่าน หรือส่งงานวิจัยด้วยความตั้งใจ แต่คนตรวจสอนหนังสือในระดับที่สูงกว่า จึงคิดว่างานวิจัยของครูระดับ ป.๑ ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงงานวิจัยเชื่อมโยงกับเป้าหมายของชาติ คือ ลูกหลานของประชาชน หากครูสอนให้นักเรียนเก่งขึ้น ฉลาดขึ้น ก็สามารถนำการเรียนการสอนในห้องเรียนมาเขียนเป็นงานวิจัยได้

  • ๑ อำเภอ ๑ ทุน ศธ.ได้ให้ทุนนักเรียนไปเรียนต่อต่างประเทศทั่วโลกกว่า ๗๐๐ คน โดยมีเป้าหมายให้กลับมาบริหารและปกครองประเทศ ซึ่งส่งไปให้เรียนวิชาบริหารประเทศจากประเทศที่ดี มีวัฒนธรรมที่ดี เพื่อนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาดูแลประเทศในอนาคต

  • ครูคืนถิ่น เดิมสมัคร ๒๐,๐๐๐ คน สามารถย้ายได้เพียงร้อยละ ๑๕ แต่ในปีนี้ได้ดำเนินการให้ครูสามารถย้ายคืนถิ่นได้ถึง ๑๐,๐๐๐ คน ครูส่วนที่เหลือยังไม่สามารถย้ายได้ เพราะไม่มีครูไปแทน จึงได้มอบให้ผู้อำนวยการโรงเรียนจ้างครูอัตราจ้างเข้ามาสอนแทน โดยให้ สพฐ.จัดงบประมาณสนับสนุน

  • ครูอาสาสมัคร Native Speaker ศธ.ได้จัดหาครูอาสาสมัครเจ้าของภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน มาสอนนักเรียนในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถสื่อสารได้ รวมทั้งครูแท็บเล็ตก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้  โดยโรงเรียนที่ยังไม่มี Native Speaker ก็สามารถจัดหามาสอนได้เอง เพราะจะรอ ศธ.จัดหาเพียงอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอ  ซึ่ง ศธ.จะอุดหนุนค่าใช้จ่ายให้เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อคน ตามจำนวนสัดส่วนนักเรียนในโรงเรียน โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนร้อยละ ๘๐ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ สำหรับภาษาจีน ได้ขอความสนับสนุนครูอาสาสมัครจากสถาบันขงจื่อ จำนวน ๑๐,๐๐๐ คน เป็นนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของจีนที่รู้ภาษาจีนอย่างดี

  • ปฏิบัติธรรมนำการศึกษา แก้ปัญหายาเสพติด ขจัดทุจริตคอรัปชัน ขอฝากให้ครูเข้าปฏิบัติธรรมในแต่ละศาสนาที่นับถือ เพื่อเรียนรู้ว่าเกิดมาเพื่ออะไร ดำรงอยู่ไปทำไม ขอให้ไม่ยอมรับต่อความไม่ดี และให้ชวนคนไม่ดีเข้าร่วมด้วย เพื่อเปลี่ยนจิตใจให้ทำความดี แต่หากเปลี่ยนไม่ได้ อย่าไปกังวล เพราะนั่นคือกรรมของแต่ละบุคคลที่จะต้องรับผลแห่งกรรม

  • กระทรวงศึกษาธิการไทยไร้บุหรี่ ได้มอบหมายให้ทุกสถานศึกษาติดป้ายห้ามสูบบุหรี่หน้าสถานศึกษาและห้ามนักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบสูบบุหรี่ โดยขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง สำหรับผู้อำนวยการ ครู อาจารย์ ที่ติดบุหรี่ ขอให้หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ด้วย หรือให้พยายามเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งสถานบันเทิงที่ขายเหล้า เบียร์ แอลกอฮอล์ จะต้องตั้งอยู่ห่างจากสถานศึกษา ๓๐๐ เมตร

  • การศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้  ศธ.จะดำเนินการให้ครูที่ยังไม่ได้เป็นข้าราชการกว่า ๒,๕๐๐ คน ได้บรรจุเป็นข้าราชการในเบื้องต้น ๒๕๐ คน ซึ่งจะต้องเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป

  • แท็บเล็ต ในปีนี้ได้แจกให้กับนักเรียน ป.๑ กว่า ๗๐๐,๐๐๐ เครื่อง ขณะนี้ส่งไปยังนักเรียนทั่วประเทศกว่า ๓๐๐,๐๐๐ เครื่องแล้ว ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดี สาเหตุที่แจกนักเรียน ป.๑ เพราะเป็นชั้นเรียนเริ่มต้น และพ่อแม่ ผู้ปกครองของนักเรียน ป.๑ ก็มีความรู้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ สามารถสอนลูกได้ สำหรับข้อกังวลเรื่องการเข้าถึงสื่อไม่เหมาะสม ได้มีการควบคุมการเข้าถึงไว้แล้ว ส่วนการอบรมครู จากการไปเยี่ยมชมการอบรมครูที่สอนด้วยแท็บเล็ตที่จังหวัดสุรินทร์ ตนได้ฝากให้สอนด้วยแท็บเล็ตแบบช้าๆ เพราะกลัวว่าเด็กจะตามไม่ทัน แต่ในความเป็นจริง นักเรียนสามารถเรียนรู้การใช้แท็บเล็ตได้เร็วมาก เพราะสมองแตกตัวไวและยังเรียนได้ถึง ๓ ภาษาด้วย

 
ภาพ สถาพร ถาวรสุข

รมว.ศธ.ได้ฝากข้อคิดว่า หากนักเรียนเป็นลูกหลานของเรา เราจะทำอย่างไร และขอให้ทุกคนช่วยกันสร้างความดี แม้จะยากจนก็คงไม่เป็นไร ส่วนคนที่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย เชื่อว่า สกสค.จะสามารถดูแลช่วยเหลือได้ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินได้ดีที่สุด คือ การลดรายจ่าย ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ฟังเทศน์ ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ให้ภรรยาเป็นคนเก็บเงิน และการเพิ่มรายได้  ฯลฯ สำหรับนโยบายที่ได้กล่าวมาทั้งหมด เป็นการดำเนินงานของ ศธ.ที่ต้องการให้ครูดูแลลูกหลานของประชาชนให้เป็นอนาคตของประเทศชาติ

นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

กรณีนำข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย, ขอขอบคุณ

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
   บรรณาธิการข่าว
: นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2012 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net