โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี แนะนำ สร. รับเรื่องราวร้องทุกข์ สร.สาร

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๒๐๕/๒๕๕๕
รมว.ศธ.บรรยายนโยบายการศึกษาแก่นักศึกษา วปอ.

ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อการพัฒนานโยบายความมั่นคงแห่งชาติของกระทรวงศึกษาธิการ แก่นักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่น ๕๔  หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่น ๒๔ และหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐ เอกชน และการเมือง (วปม.) รุ่น ๕ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

รมว.ศธ.กล่าวว่า ขณะนี้ ศธ.กำลังผลักดันนโยบายเพื่อพัฒนาการศึกษาและเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ขัดขวางการพัฒนาของประเทศ ๓๑ นโยบาย ซึ่งได้ยกตัวอย่างบางนโยบาย ดังนี้

  • ใบประกอบวิชาชีพครู  เนื่องจากกฎหมายระบุให้ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ทำให้ผู้ที่ต้องการมาเป็นครูจะต้องเรียนครูเป็นเวลา ๕ ปี จึงจะมีใบประกอบวิชาชีพ แม้แต่ผู้ที่จบด้านวิศวะก็ยังไม่สามารถเป็นครูได้ ศธ.จึงทบทวนสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้ได้คนดี คนเก่งที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เข้ามาเป็นครูมากขึ้น โดยจะลดเวลาเรียนครูให้เหลือ ๔ ปีครึ่ง จึงได้ฝากให้ช่วยกันถกแถลงถึงความจำเป็นของการมีใบประกอบวิชาชีพ และการออกกฎระเบียบต่างๆ ให้คุรุสภาออกกฎระเบียบไม่เกินมาตรฐานขั้นพื้นฐานของอาเซียน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายคือนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ดูแลนักเรียนเหมือนลูกหลานของเรา ส่วนครูเป็นเรือจ้าง ซึ่ง ศธ.จะดูแลเหมือนน้องชายน้องสาว

Follow us on Twitter

 

 

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด
 ของ รมว.ศธ.

 

 

196 พบครูอาสาสมัครอังกฤษ
194 ฝึกจิต ปฏิบัติกาย ถวายพุทธชยันตี
193 ร่วมเฝ้าระวังและขจัดโรคมือ เท้า ปาก
187 ประชุมกระทรวงศึกษาธิการ
182 ชวนครูเข้าวัด ปฏิบัติธรรม
180 ศธ.อบรมครูสอนฝรั่งเศส
176 ค.อ.ท.เข้าพบ
171 รับมอบโล่ศิษย์เก่าดีเด่น มธ.
167 หารือกับสถาบันขงจื่อ
165 นร.โอลิมปิกวิชาการเข้าอำลานายกฯ
   
 

 

ข่าวย้อนหลังในรอบปีเกี่ยวกับยุทธศาสตร์

Bookmark and Share

  • การสอบเป็นผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ การสอบครูผู้ช่วย  ต่อไปจะไม่มีการสัมภาษณ์ โดยจะมีคะแนนสอบ ๑๐๐% ซึ่ง ศธ.ให้มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกข้อสอบ เพื่อแก้ไขปัญหาการซื้อข้อสอบ ซึ่งการดำเนินการสอบครูผู้ช่วยที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆ นี้ ยังไม่พบว่ามีปัญหาเรื่องการซื้อข้อสอบหรือเรียกร้องเงินทอง รวมทั้งการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง จะต้องเลือกคนอย่างเป็นกลาง ห้ามเลือกคนตามความพอใจ หรือย้ายคนตามใจชอบ

  • Transparency  คือความโปร่งใส ซึ่งจะขจัดคอรัปชันให้หมดไปจาก ศธ. การเป็นครูจะต้องไม่ถูกเรียกร้องเงินทอง การเลื่อนวิทยฐานะไม่ต้องทำวิจัย เพื่อแก้ปัญหาการจ้างทำวิจัย ซึ่งมีร้านรับจ้างทำวิจัยจำนวนมากที่หน้ามหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งการซื้อของเข้าสถานศึกษาหรือโรงเรียน การใช้งบประมาณด้านการศึกษาหาผลประโยชน์ให้ตนเอง หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้นโยบายกระทรวงศึกษาธิการไทยใสสะอาดเกิดขึ้นจริง


  • Accountability คือ ผลงานจากการเรียนการสอน โดยจะวัดผลการเรียนของนักเรียนด้วยคะแนนสอบ คือ นักเรียน ป.๖ ม.๓ ม.๖ วัดจากคะแนนสอบ O-Net ส่วนนักเรียนชั้น ป.๑-๕ วัดจาก ๒ ส่วน คือ คะแนนสอบข้อสอบมาตรฐาน NT ของนักเรียนก่อนขึ้นชั้นเรียนใหม่ ๒๐% รวมกับคะแนนการสอบทั่วไปของครูที่สอนอีก ๘๐% จากนั้นนำคะแนนทั้งสองส่วนมารวมกันและคิดค่าถ่วงน้ำหนัก ก็จะออกมาเป็นคะแนนของนักเรียน ต่อไปนี้ สพฐ.จะเป็นผู้ควบคุมหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้มีมาตรฐานตามข้อสอบ NT ที่คิดคะแนน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของ ป.๖ ม.๓ และ ม.๖ และจะให้ครูได้มีส่วนช่วยออกข้อสอบด้วย เช่น ข้อสอบวิชาสังคมสำหรับนักเรียนชั้น ป.๑ ก็จะมีครูกว่า ๕ หมื่นคนที่สอนวิชาสังคมชั้น ป.๑ ทั่วประเทศ ช่วยกันออก ถ้าข้อสอบใครได้รับคัดเลือกไปใช้สอบ ครูก็จะได้ผลตอบแทน โดยจะนำข้อสอบกว่า ๒-๓ แสนข้อ เข้าระบบและจัดสอบแบบสุ่ม (random) ทำให้ข้อสอบมีความยากง่ายเท่ากัน โดยนักเรียนไม่ต้องมาสอบเวลาเดียวกันก็ได้ นักเรียนก็จะได้คะแนนเต็ม ๘๐ % จากครูผู้สอน อีก ๒๐ % มาจากคะแนน NT เพื่อให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่นักเรียนที่เท่าเทียมกันทุกที่ทุกเวลาทุกคน ซึ่งการสอบ O-NET ก็จะมีรูปแบบเดียวกัน ในอนาคตอาจจะเพิ่มระดับคะแนน O-NET เพื่อเข้าโรงเรียนเป็น ๕๐%

  • การวัดผลและประเมินผลการศึกษา ขณะนี้มีทั้งสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เป็นผู้ดำเนินการวัดผลและประเมินผลสถานศึกษาและโรงเรียนต่างๆ กับสิ่งที่รัฐได้ให้งบประมาณไป ซึ่งในความเป็นจริงควรจะให้งบประมาณในสัดส่วนที่แน่นอน เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้เลือกโรงเรียนให้กับบุตรหลาน ซึ่งขนาดของนักเรียนที่มาตรฐานคือ ๓,๐๐๐ คน เป็นขนาดที่สามารถทำให้ลูกหลานเราเก่งขึ้น ฉลาดขึ้นได้ ยกเว้นโรงเรียนบนดอยที่ห่างไกล

  • ปฏิบัติธรรม นำการศึกษา แก้ปัญหายาเสพติด ขจัดทุจริตคอรัปชัน เป็นนโยบายที่ช่วยแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใส ครูเป็นหนี้ การก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะสาเหตุบางส่วนเกิดจากคนที่เรียนไม่จบในสถานศึกษานั้นจะคอยควบคุมสั่งการน้อง ทำให้เกิดเหตุบ่อยๆ  ซึ่ง รมว.ศธ.ได้หารือกับผู้บัญชาการทหารบกในเรื่องนี้ โดยมีแนวทางที่จะนำรุ่นพี่ต้นเหตุมาอบรม ดึงคนไม่ดีออกจากสถานศึกษา ทำให้สถานศึกษาเหลือแต่เด็กดีและเด็กกลางๆ จากนั้นจะนำทหารยศพันตรีเข้าไปสอนวิชาช่างและวิชาความเป็นสภาพบุรุษใน ๓๖ โรงเรียน โดย ศธ.จะจัดค่าตอบแทนให้ด้วย และจะจัดให้มีการปฏิบัติธรรมในทุกศาสนา เป็นเวลา ๓ คืน ๔ วัน โดยพระผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการอบรม

  • แท็บเล็ต  สำหรับนักเรียนชั้น ป.๑ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติการเรียนการสอน เป็นกระดานชนวนที่สามารถเคลื่อนไหวได้ เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนได้รวดเร็วขึ้น จากเดิมที่มีปัญหาไม่กล้าพูด ไม่กล้าออกเสียง ในวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งครูผู้สอนเองก็พูดถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่การใช้แท็บเล็ตจะช่วยให้นักเรียนและครูสามารถพูดได้เหมือนเจ้าของภาษา หรือสามารถดูระบบสุริยจักรวาลได้ ส่วนเรื่องข้อกังวลเกี่ยวกับการซ่อมเครื่อง ศธ.ได้จัดเตรียมศูนย์ซ่อม สำหรับเหตุผลที่เลือกให้นักเรียนชั้น ป.๑ นั้น เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กในวัยนี้มีอายุไม่มากนัก ยังมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ และดิจิตอล

  • จบ ป.๖ ใน ๘ เดือน เป็นนโยบายที่ส่งเสริมให้ผู้ที่ยังไม่มีจบชั้น ป.๖ จำนวนกว่า ๑๐ ล้านคน สามารถจบ ป.๖ ได้ภายใน ๘ เดือน โดยเน้นความรู้ ความสามารถ และส่งเสริมให้มีจินตนาการ

  • ๑ อำเภอ ๑ ทุน เป็นการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กที่เก่งที่สุดในทุกอำเภอ ให้ได้มีโอกาสไปศึกษาใน ๓๕ ประเทศทั่วโลก โดยให้ทุนจำนวน ๑ ล้านบาทต่อคนต่อปี เป็นการให้ทุนเพื่อให้อนาคตของชาติกลับมาบริหารประเทศ



ภาพ สถาพร ถาวรสุข

  • การสื่อสารภาษาอังกฤษ พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน  เพราะภาษาอังกฤษคือภาษาอาเซียน ศธ.จึงตั้งเป้าหมายไว้ ๘๐% ของนักเรียนทั้งหมด สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ในปี ๒๕๕๘ โดยให้พ่อแม่พูดภาษาอังกฤษกับลูกทุกวันจันทร์ ให้ทุกโรงเรียนดู Group Magic English Speaker ซึ่ง ศธ.จะจัดค่าตอบแทนให้เดือนละ ๑๐,๐๐๐ ต่อคน เดิมมีครู Magic English Speaker ๓,๐๐๐ คนใน ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน แต่ขณะนี้มี ๗,๐๐๐ คนแล้ว นอกจากนี้ ได้ติดต่อ British Council ให้อาสาสมัครชาวอังกฤษเข้ามาช่วยสอนในโรงเรียนต่างๆ อีก ๑๐๐ คน ต่อไปนี้อาเซียนก็เปรียบเสมือนประเทศไทย แต่มีขนาดใหญ่ขึ้น เราต้องมีความรู้เกี่ยวกับประเทศของเรา หาความรู้เพิ่มเติมของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน และที่สำคัญจะต้องสามารถสื่อสารกันได้

  • การสร้างผู้นำอาเซียน โดย ศธ.จะเชิญนักศึกษาจาก ๑๐ ประเทศอาเซียน ประเทศละ ๑๐ คน รวมเป็น ๑๐๐ คน ให้มาเรียนรวมกันในหลักสูตรวิชาบริหารประเทศ เป็นเวลา ๒ ปี เพื่อให้บุคคลเหล่านี้เป็นผู้นำในการติดต่อ ประสานงาน ระหว่างกันในอนาคต

  • ทุนการศึกษาเพื่ออนาคต (กรอ.) เดิมเรียกว่า กยศ. ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น กรอ. ทุนการศึกษาเพื่ออนาคต เป็นการให้ทุนการศึกษากับเด็กโดยตรง เรียนจบ มีงานทำ และมีรายได้ จึงจะใช้หนี้

  • ครูมืออาชีพ ได้รับสมัครนักศึกษาชั้นปีที่ ๔ ทั่วประเทศ ที่มีคะแนนเฉลี่ย ๓ ขึ้นไป โดยจะต้องระบุวิชาที่ต้องการสอน เพื่อการันตีอาชีพก่อนจบการศึกษา

  • ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน โดยมีนักเรียนอาชีวศึกษาเป็นผู้ซ่อมเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการเกษตร รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้มีจำนวนทั้งหมด ๒๐,๐๐๐ ศูนย์ทั่วประเทศ

  • การศึกษาดับไฟใต้  ศธ.จะสอนภาษาไทยในพื้นที่ ๕ จังหวัดภาคใต้ ควบคู่กับการสอนศาสนา โดยครูที่เป็นมุสลิม ซึ่งในอนาคต ศธ.จะผลักดันให้ครูที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว ได้มีโอกาสบรรจุเป็นข้าราชการ

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า เป้าหมายใหญ่ของการศึกษา คือ ทำให้ลูกหลานเราเก่งขึ้น ฉลาดขึ้น มีความคิด มีจินตนาการที่จะนำพาชาติในอนาคตให้เจริญรุ่งเรืองเหมือนต่างชาติ อย่างเช่น สิงคโปร์ โดยอันดับแรกต้องผลิตนักเรียนนักศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ โดยให้พ่อแม่และเด็กเป็นคนเลือกว่าเขาจะดำเนินชีวิตของเขาอย่างไร เพราะครอบครัวเป็นสังคมขนาดเล็กที่มีคุณธรรม จริยธรรม ไม่มีพ่อแม่คนใดโกงลูก หรือทำร้ายลูก ดังนั้นจึงต้องให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็ง เพราะเมื่อสถาบันครอบครัวเข้มแข็ง ก็จะนำไปสู่สังคมประเทศชาติมีความเข้มแข็งมากขึ้น ทุกคนสามารถช่วยเหลือตนเองได้

นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

กรณีนำข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย, ขอขอบคุณ

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
   บรรณาธิการข่าว
: นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2012 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net