โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี แนะนำ สร. รับเรื่องราวร้องทุกข์ สร.สาร

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๑๙๗/๒๕๕๕ มติ ครม. ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕
จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน

ศึกษาธิการ - ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๒ เรื่อง คือ เห็นชอบการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน โดยมีสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงศึกษาธิการ และรับทราบรายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการป้องกัน ควบคุมโรค มือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรงในเด็ก


Follow us on Twitter

 

 

 More Resources

 รวมมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง
 กับกระทรวงศึกษาธิการ

 

 

181 ครม.อนุมัติแผนพัฒนากำลังคน  
177 มติ ครม.3 กค.2555  
156 ครม.เห็นชอบ 1 อำเภอ 1 ทุน  
147 มติ ครม.5 มิย.2555  
136 มติ ครม.20 พ.ค.2555  
121 มติ ครม.1 พค.2555  
114 ครม.แต่งตั้งคณะกรรมการสภาการศึกษา  
111 ครม.อนุมัติร่างกฎกระทรวงเทียบระดับ กศน.  
095 ครม.เห็นชอบแต่งตั้งผู้ตรวจราชการ ศธ.  
088 มติ ครม.20 มี.ค.2555  
   
 

 

ข่าวย้อนหลังในรอบปีเกี่ยวกับมติ ครม.

Bookmark and Share

๑) เห็นชอบการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน

ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ คือ

  • เห็นชอบในหลักการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานปลัดกระทรวงทุกกระทรวง โดยให้เป็นส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔  และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดไว้ในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานปลัดกระทรวงทุกกระทรวง และให้รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และรองปลัดกระทรวง ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันอีกตำแหน่งหนึ่ง

  • เห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันในส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ทุกส่วนราชการ โดยให้เป็นส่วนราชการตามมาตรา ๓๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยกำหนดไว้ในกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการนั้นๆ และให้รองหัวหน้าส่วนราชการทำหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอรัปชันอีกตำแหน่งหนึ่ง


๒) รับทราบรายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการป้องกัน ควบคุมโรค มือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรงในเด็ก

ครม.รับทราบตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการป้องกัน ควบคุมโรค มือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรงในเด็ก ดังนี้

สถานการณ์การระบาดของโรคในประเทศไทย จากรายงานของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม – ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕  พบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก ทั่วประเทศ รวม ๑๔,๔๕๒ ราย ในจำนวนนี้พบผู้ป่วยสงสัยเป็นโรค มือ เท้า ปาก ที่มีอาการรุนแรงอยู่หลายราย บางรายเสียชีวิตแล้วและกำลังอยู่ระหว่างรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานของระบบเฝ้าระวังเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด ๕ อันดับแรก คือ พะเยา เชียงราย ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และระยอง

ส่วนสถานการณ์ของโรคมือ เท้า ปาก ในสถานศึกษา ขณะนี้พบผู้ป่วยในโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษาในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร ราชบุรี สระแก้ว อุบลราชธานี อำนาจเจริญ โดยหลายโรงเรียนได้ดำเนินการปิดเรียน เพื่อทำความสะอาดและลดการแพร่กระจายเชื้อแล้ว

ความคืบหน้าการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทย

  • เร่งรัดและดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคมือ เท้า ปาก อย่างใกล้ชิด โดยมีทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (Surveillance Rapid Response Team ; SRRT) ปฏิบัติงานตลอด ๒๔ ชั่วโมงทั้งประเทศ

  • ให้ดำเนินงานที่เข้มข้นใน ๒ มาตรการคือ ๑) ให้ควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด โดยประสานงานกับโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถมศึกษา และศูนย์เด็กเล็ก ที่อยู่ในพื้นที่เน้นเรื่องการทำความสะอาดป้องกันการแพร่เชื้อ หากพบเด็กป่วยขอให้หยุดเรียนและกลับไปพักที่บ้านให้เด็กหมั่นล้างมือ กินอาหารที่สุกใหม่ และร้อน  ๒) ให้ดูแลรักษาผู้ป่วยเพื่อป้องกันการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุดโดยเน้นย้ำผู้ปกครองทุกคน หากพบเด็กมีไข้สูง ๒ วัน ซึมลงหรืออาเจียน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

  • กำชับแพทย์ในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ให้ระมัดระวังภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรค ทั้งนี้ให้รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่มีตุ่มขึ้นปาก หรือฝ่ามือ ฝ่าเท้า

  • ทำการประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง เพื่อให้ความรู้เรื่องโรคมือ เท้า ปาก แก่ประชาชน เช่นเปิดสายด่วน ๑๔๒๒ ของกรมควบคุมโรคตลอด ๒๔ ชั่วโมง

  • ให้จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากกว่า ๑๐ ราย ต่อวัน เปิดศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด (War room) โดยเรียนเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งทุกจังหวัดได้ดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ และมีการดำเนินการเพื่อจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัด (War room) แล้วหลายจังหวัด

  • ประชุมผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเพื่อทบทวนมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเน้นการเฝ้าระวังโรค การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การวินิจฉัยและดูแลรักษาพยาบาล การป้องกันควบคุมโรค และ การสื่อสารความเสี่ยง เป็นต้น

  • กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมรณรงค์ “ร่วมเฝ้าระวังและขจัดโรค มือ เท้า ปาก” โดยมีตัวแทนนักเรียน ครู ผู้ปกครอง เข้าร่วมงานแถลงข่าวพร้อมรับมอบคู่มือและชุดอุปกรณ์ป้องกันโรคมือ เท้า ปากให้กับโรงเรียนนำไปทำความสะอาด เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕ โดยรณรงค์ทำความสะอาด “Big cleaning day” ในสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อป้องกันโรคมือ เท้า ปาก

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
   บรรณาธิการข่าว
: นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2012 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 736,040, 2008 1,027,289, 2009 1,248,947, 2010 1,050,310, 2011 1,245,451
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net