โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี แนะนำ สร. รับเรื่องราวร้องทุกข์ สร.สาร

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๒๙๖/๒๕๕๔ มติ ครม. ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
ครม.เห็นชอบงบประมาณฟื้นฟูเยียวยาอุทกภัย

ศึกษาธิการ - นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

  • อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ งบกลาง

ครม.อนุมัติหลักการให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจดำเนินการโดยใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔ ที่ได้รับอนุมัติให้กันไว้เบิกเหลื่อมปีของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเป็นลำดับแรก หากไม่เพียงพอก็ให้ขอรับการจัดสรรจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ไปพลางก่อน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพิ่มเติมภายในกรอบวงเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามเหตุผลความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น

ในส่วนของ ศธ.ได้รับการอนุมัติ ดังนี้

- แผนงานโครงการและงบประมาณในการช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยา ระยะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (ระยะที่ ๑) รวมทั้งสิ้น ๒๖,๘๐๔,๔๐๐ บาท แยกเป็นงบประมาณที่ดำเนินการในการช่วยเหลือสัตว์และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยด้านสัตวแพทย์ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ๑๘,๓๐๔,๔๐๐ บาท และโครงการช่วยเหลือฟื้นฟูด้านสุขภาพอนามัย ๘,๕๐๐,๐๐๐ บาท

Follow us on Twitter

 

 

 More Resources

 รวมมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง
 กับกระทรวงศึกษาธิการ

 

 

285 ครม.เห็นชอบหยุดราชการในพื้นที่ประสบอุทกภัย  
271 ครม.ให้ปรับลดงบประมาณทุกกระทรวงลงร้อยละ 10  
251 ครม.อนุมัติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ศธ.11 ราย  
243 ครม.เห็นชอบปรับเงินเพิ่มค่าครองชีพและย้ายผู้บริหารระดับสูง  
229 ครม.อนุมัติมอบหมายการรักษาราชการแทน รมว.ศธ.  
221 ครม.ตั้งข้าราชการการเมือง  
219 คำแถลงนโยบายของ ครม.  
   
 

 

ข่าวย้อนหลังในรอบปีเกี่ยวกับมติ ครม.

Bookmark and Share

- แผนงานโครงการและงบประมาณในการช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยา ระยะของการช่วยเหลือระหว่างที่ระดับน้ำในพื้นที่ยังท่วมสูงอยู่ (ระยะที่ ๒) รวมทั้งสิ้น ๔๙๓,๐๙๓,๙๐๐ บาท


  • อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอุทกภัย) ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ

ครม.อนุมัติหลักการในการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ตามข้อมูลครัวเรือนผู้ประสบภัยเบื้องต้นของกรุงเทพมหานคร จำนวน ๓๐ เขต ในกรอบครัวเรือน จำนวน ๖๒๑,๓๕๕ ครัวเรือน จำนวนเงิน ๓,๑๐๖,๗๗๕,๐๐๐ บาท โดยที่กรุงเทพมหานครต้องมีการตรวจสอบข้อมูล รับรองความถูกต้อง ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของครัวเรือนผู้ประสบภัยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ก่อนการจ่ายเงินช่วยเหลือ โดยให้สำนักงบประมาณจัดสรรเงินงบประมาณตรงให้ธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตกรุงเทพมหานคร และให้สามารถถัวจ่ายจำนวนครัวเรือนในทุกเขตได้ ตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยที่มีบ้านเรือนอยู่อาศัยประจำ ใน ๒ กรณี คือ ๑) น้ำท่วมถึงบ้านพักอาศัยโดยฉับพลัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ๒) บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย


  • แต่งตั้งคณะกรรมการและกลไกการปฏิบัติงานฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

ครม.รับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๓๐/๒๕๕๔ เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการและกลไกการปฏิบัติงานฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งมีสาระสำคัญเพื่อให้การฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน และด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและกลไกการปฏิบัติงาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ศธ.ดังนี้

- คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เรียกโดยย่อว่า "กฟย." และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "Flood Recovery and Restoration Committee" ดังนี้

องค์ประกอบ รองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ) ประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรี (พลตำรวจเอก โกวิท  วัฒนะ) รองประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) รองประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รองประธานกรรมการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการด้วย

อำนาจหน้าที่ ๑) บูรณาการและประสานการดำเนินการของคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน และด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน ๒) ติดตามการดำเนินการกำหนดมาตรการ แนวทาง แผนงานและโครงการของคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน และด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน  ๓) พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการตามข้อเสนอของคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน และด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน และนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ๔) รวบรวมความต้องการของพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเพื่อบูรณาการโครงการและกิจกรรมกับคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน และด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน  เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกัน และตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัย  ๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามที่ กฟย. มอบหมาย ๖) เรียกให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อมูล และรายงานข้อมูลผลการดำเนินการ รวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อ กฟย. ๗) ประมวล รวบรวมข้อมูล รายงานและจัดทำข้อสั่งการให้นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี  ๘) ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

- คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน เรียกโดยย่อว่า "กคฐ." และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "Flood Recovery and Restoration Committee on Infrastructure" ดังนี้

องค์ประกอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานกรรมการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (พลตำรวจโท ชัจจ์  กุลดิลก) รองประธานกรรมการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์) รองประธานกรรมการ โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการด้วย

อำนาจหน้าที่  ๑) เสนอแนะมาตรการ กำหนดแนวทาง แผนงานและโครงการฟื้นฟูด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เช่น ถนน สะพาน ไฟฟ้า ประปา ซ่อมแซมสถานที่ราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล ศาสนสถาน โบราณสถาน แหล่งน้ำ ชลประทาน เป็นต้น ๒) พิจารณากลั่นกรองโครงการตามข้อเสนอของส่วนราชการในโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอ กฟย. และคณะรัฐมนตรีต่อไป  ๓) อำนวยการ กำกับ ติดตามการดำเนินการตามแผนงานการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานตามแนวทางและโครงการที่เกี่ยวข้อง ๔) ประสานงานกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรภาคเอกชน ในการสนับสนุนบุคลากร งบประมาณ และเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยตามแนวทางและมาตรการในโครงการที่เกี่ยวข้อง เกิดการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ ๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามที่ กคฐ. มอบหมาย ๖) เรียกให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือในการชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อมูล และรายงานข้อมูล ผลการดำเนินการ รวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อ กคฐ. ๗) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

- คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านฟื้นฟูคุณภาพชีวิต เรียกโดยย่อว่า "กคช." และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "Flood Recovery and Restoration Committee on Quality of Life" ดังนี้

องค์ประกอบ รองนายกรัฐมนตรี (พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ) ประธานกรรมการ โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการด้วย

อำนาจหน้าที่ ๑) เสนอแนะมาตรการ กำหนดแนวทาง แผนงานและโครงการในการช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นแก่ประชาชนทั่วไปในเรื่องที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การฝึกอาชีพ การศึกษา การฟื้นฟูสภาพจิตใจ เป็นต้น ๒) พิจารณากลั่นกรองโครงการตามข้อเสนอของส่วนราชการในโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเสนอ กฟย. และคณะรัฐมนตรีต่อไป  ๓) อำนวยการ กำกับ ติดตามการดำเนินการตามแผนงานการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ๔) ประสานงานกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรภาคเอกชน ในการสนับสนุนบุคลากร งบประมาณ และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามที่ กคช.มอบหมาย  ๖) เรียกให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อมูล และรายงานข้อมูลผลการดำเนินการ รวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อ กคช. ๗) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน เรียกโดยย่อว่า "กศอ." และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "Flood Recovery and Restoration Committee on Economy, Industry and Livelihood" อีกชุดหนึ่งด้วย


  • เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

ครม.เห็นชอบในหลักการการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือน ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ ซึ่งพบว่ามีปัญหาในทางปฏิบัติหลายประการ อาทิ ปัญหาการเลื่อนเงินเดือนกรณีข้าราชการได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่น (ในกรมเดียวกัน) และกรณีข้าราชการได้รับมอบหมายให้ไปช่วยราชการ (ต่างกรม) ปัญหาการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการกรณีการโอนหรือย้าย ภายหลังวันที่ ๑ มีนาคม หรือ ๑ กันยายน ซึ่งได้มีการคำนวณวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนไว้แล้วในวันดังกล่าว และปัญหาในทางปฏิบัติเกี่ยวกับวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนและการบริหารวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือน 

ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือน โดยยังคงหลักการให้ส่วนราชการมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการบริหารวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนและการเลื่อนเงินเดือนตามผลงาน ครม.จึงได้เห็นชอบในประเด็นดังต่อไปนี้ 

๑) กรณีการมอบหมายให้ไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่น (ในกรมเดียวกัน) หรือการมอบหมายให้ไปช่วยราชการ (ต่างกรม) ให้เป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานที่ข้าราชการไปปฏิบัติราชการเป็นระยะเวลาเกินกว่ากึ่งหนึ่งของรอบการประเมิน  เป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการดังกล่าว  และให้พิจารณานำอัตราเงินเดือนของข้าราชการผู้นั้นไปคำนวณรวมเป็นวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนและบริหารวงเงินในหน่วยงานที่ไปปฏิบัติราชการ

๒) กรณีการโอน หรือย้ายข้าราชการ ภายหลังวันที่ ๑ มีนาคม หรือ ๑ กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ส่วนราชการและจังหวัดคำนวณวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนในสังกัด ครั้งที่ ๑ (๑ เมษายน) และครั้งที่ ๒ (๑ ตุลาคม) ตามลำดับ ให้ผู้บังคับบัญชาในส่วนราชการ จังหวัด หรือหน่วยงานต้นสังกัดเดิมของข้าราชการก่อนการโอนหรือย้าย เป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติราชการ และบริหารวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการ  แล้วให้ผู้บังคับบัญชาในต้นสังกัดใหม่ออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือนตามผลการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาในต้นสังกัดเดิมดังกล่าว

๓) กรณีวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนและการบริหารวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือน ให้กำหนดผู้บริหารวงเงินงบประมาณสำหรับการเลื่อนเงินเดือนเพิ่มเติม ดังนี้ หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือรับผิดชอบการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือต่อรัฐมนตรี  บริหารวงเงินสำหรับตำแหน่งรองหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือรับผิดชอบการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือต่อรัฐมนตรี  และตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (ตำแหน่งประเภทบริหาร) ส่วนหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเลขานุการรัฐมนตรี บริหารวงเงินสำหรับตำแหน่งประเภทอำนวยการ ตำแหน่งประเภทวิชาการ และตำแหน่งประเภททั่วไป ในสำนักงานรัฐมนตรี โดยส่วนราชการและจังหวัดกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดสรรวงเงินที่กันไว้บริหารต่างหาก และให้ประกาศให้ข้าราชการในสังกัดทราบโดยทั่วกันก่อนออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือน


  • รับโอนข้าราชการมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา

ครม.อนุมัติตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอรับโอน นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นต้นไป แทนนายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
   บรรณาธิการข่าว
: นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นงศิลินี โมสิกะ

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2011 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 744,388, 2008 1,027,420, 2009 1,251,155, 2010 1,050,310
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net