โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี แนะนำ สร. รับเรื่องราวร้องทุกข์ สร.สาร

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๑๗๐/๒๕๕๔
ภารกิจ
รมว.ศธ.ที่อุบลราชธานี

อุบลราชธานี - นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่อำเภอเดชอุดม และอำเภอเมืองฯ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔


ถ่ายภาพ บัลลังก์ โรหิตเสถียร, สำนักงานรัฐมนตรี

ประชุมมอบนโยบาย : ปฏิรูปการศึกษาต้องเดินหน้าต่อไป ณ หอประชุม รร.บ้านหนองแสง อ.เดชอุดม โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษา สังกัด สพป.อบ.เขต ๓/๕ และ สพม.เขต ๒๓  เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒,๕๐๐ คน

รมว.ศธ.กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนได้ตั้งใจที่จะเดินทางมา จ.อุบลราชธานีเมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา เพื่อดูแลการจัดสร้างศูนย์ดาราศาสตร์เฉลิมพระเกียรติที่อุบลราชธานี ซึ่งเป็น ๑ ใน ๔ ศูนย์ดาราศาสตร์ที่รัฐบาลได้อนุมัติให้จัดสร้างเพิ่มเติมที่อุบลราชธานี ลำปาง นครศรีธรรมราช และเพชรบุรี เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในภูมิภาค แต่เมื่อมีเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้เกิดขึ้น จึงต้องเร่งให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนนักศึกษา ครู และประชาชนที่ประสบอุทกภัยก่อนเป็นลำดับแรก

Follow us on Twitter

 

 
 More Resources

 ข่าวล่าสุดของ รมว.ศธ.
 เกี่ยวกับ สพฐ.

   
165 เปิดศูนย์พัฒนาการนิเทศ  
150 ประชุม คกก.ติดตามประเมินผลการรับนักเรียน  
130 มอบนโยบายผู้บริหารไปศึกษาดูงาน  
119 ผลการรับนักเรียน  
116 รร.วิทย์ภูมิภาค  
115 แนวทางพัฒนา รร.คู่พัฒนา  
114 ผลการรับนักเรียนชั้น ม.1  
109 ตรวจสนามสอบชั้น ม.4  
105 ให้นโยบายรับนักเรียนแก่ ผอ.สพท.  
100 เน้นกรอบเงื่อนไขรับนักเรียน  
 
 
 

ข่าวย้อนหลังในรอบปีเกี่ยวกับ สพฐ.

Bookmark and Share

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดใดก็ตาม จะขอพบปะข้าราชการและผู้บริหาร เพื่อพูดคุยถึงนโยบายการทำงานของ ศธ.ซึ่งถือว่าเป็นกระทรวงที่ประสบความสำเร็จเป็นที่พึงพอใจของประชาชนมากที่สุด และนับตั้งแต่ตนเข้าดำรงตำแหน่งวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๓ เป็นต้นมา ทำงานทั้ง ๓๖๕ วัน โดยไม่มีวันหยุดการทำงานเลย ดังนั้นการเดินทางมาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์เพื่อการจัดการศึกษา โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษาที่จะต้องเดินหน้าต่อไป นับตั้งแต่ที่ได้ประกาศนโยบายการปฏิรูปการศึกษาเป็นครั้งแรกในต่างจังหวัด ที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยนโยบายแรกๆ ที่ได้ดำเนินการเป็นรูปธรรมชัดเจนแล้ว คือ "๖ เดือน ๖ คุณภาพ" คุณภาพที่ ๑ โครงการเรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ คุณภาพที่ ๒ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คุณภาพที่ ๓ คุณภาพการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน คุณภาพที่ ๔ คุณภาพสถานศึกษายุคใหม่  คุณภาพที่ ๕ คุณภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา คุณภาพที่ ๖ คุณภาพครู



ที่หอประชุม รร.บ้านหนองแสง อ.เดชอุดม

สำหรับโครงการเรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพนั้น เป็นนโยบายที่ย้ำว่าไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นสวัสดิการเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวคือ ช่วยสร้างโอกาส ความเสมอภาคแก่นักเรียนทุกคน แม้ผู้ปกครองบางคนกล่าวว่าเมื่อมีนโยบายเรียนฟรีแล้ว เหตุใดจึงต้องจ่ายเงิน เช่น จ่ายเพิ่มเป็นค่าแอร์ในห้องเรียน หรือจ่ายเงินจ้างครูต่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งกรณีนี้ถือว่า รัฐบาลอุดหนุนฟรี ๕ เรื่องเท่านั้นคือ ค่าเล่าเรียน หนังสือเรียน เสื้อผ้านักเรียน อุปกรณ์การเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเท่านั้น หากผู้ปกครองต้องการให้ลูกหลานสะดวกสบายดังเช่นกรณีดังกล่าว จึงอาจจำเป็นจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมในส่วนนั้นๆ ด้วย

ที่ผ่านมา ศธ.ได้สร้างขวัญกำลังใจให้ครูมาโดยตลอด โดยเฉพาะการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๑๓ ตั้งแต่ ๑ เมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้แก้กฎ ก.ค.ศ.เกี่ยวกับการปรับเพิ่มฐานเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูง ซึ่งมีผลใน ๓ ประเด็นคือ เพดานเงินเดือนครู คศ.๓ และ คศ.๔ ไม่ตันอีกต่อไป สามารถขยายเพดานไปได้ นอกจากนี้ยังทำให้ฐานเงินเดือนขั้นสูงของครูเทียบเท่าวิชาชีพชั้นสูงอื่นๆ เช่น แพทย์ ส่วนครูผู้ช่วยหรือครูบรรจุใหม่ที่ได้รับเงินเดือนก่อนออกกฎ ก.ค.ศ.จะได้ปรับเงินเดือนแบบ ๕ ขั้นเพื่อเข้าสู่ คศ.๑ ได้ภายใน ๒ ปี สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าพยายามสร้างให้ครูมีศักดิ์ศรีและรายได้ที่สูงขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พยายามให้ครูเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดดอกเบี้ยเงินกู้ต่างๆ ตลอดจนให้มีการผลิตและพัฒนาครูทั้งระบบ ให้เป็นครูสอนดี ครูที่ทำงานเพื่อศิษย์อย่างแท้จริง

อีกประการหนึ่งที่สำคัญมากคือ การที่ได้รวมใจครูเป็นครั้งแรกเพื่อทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแด่คุณูปการที่ยิ่งใหญ่ต่อวงการครูของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้มีการถวายพระราชสมัญญา "พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" ถือเป็นความภาคภูมิใจของครูทุกคน และได้อาศัยพระบารมีนี้จัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดิน ซึ่งเป็นกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ที่จัดงานช่วงวันครูปีนี้เป็นเวลา ๓ วัน ได้เงินเข้ากองทุนในขณะนี้แล้วจำนวน  ๑๒๐ ล้านบาท ซึ่งเงินกองทุนนี้จะนำไปพัฒนาครู เช่น อาจจะมีเงินรางวัลสำหรับครูสอนดีทุกตำบลคนละ ๑ หมื่นบาท หรือจัดทำเหรียญทองคำที่มีคุณค่าสำหรับครูต้นแบบ เป็นต้น

สิ่งที่ ศธ.จะมองการทำงานไปข้างหน้า คือ ขณะนี้ได้เตรียมแผนกำลังคน แผนการใช้งบประมาณ และแผนการบริหารจัดการ สำหรับการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นระบบไว้เรียบร้อยแล้ว จึงหวังว่าข้าราชการจะให้กำลังใจในการทำงานซึ่งกันและกัน และร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลต่อไป


การอบรมตามโครงการพัฒนาครูโรงเรียนเอกชนทั้งระบบจังหวัดอุบลราชธานี จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน จ.อุบลราชธานี ร่วมกับ สพป.อบ. เขต ๑-๕ ที่โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ โฮเต็ล อ.เมืองอุบลราชธานี โดยมีผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนใน จ.อุบลราชธานี เข้าร่วมจำนวน ๓,๐๐๐ คน

รมว.ศธ.กล่าวย้ำให้นโยบายถึงการศึกษาเอกชน ซึ่งขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. .... ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ แล้ว และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งจะทำให้การจัดการศึกษาเอกชนคล่องตัวมากยิ่งขึ้น มีการยกระดับโรงเรียนอาชีวะเอกชนเป็นวิทยาลัย ฯลฯ ซึ่ง ศธ.ได้ให้การอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวต่างๆ ของโรงเรียนเอกชนเท่าเทียมกับสถานศึกษาของรัฐ รวมทั้งได้รับการอุดหนุนโครงการเรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกับสถานศึกษาของรัฐ ซึ่งให้ฟรีใน ๕ เรื่องคือ ค่าเล่าเรียน หนังสือเรียน เสื้อผ้านักเรียน อุปกรณ์การเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน นอกจากนี้ได้จัดงบประมาณสนับสนุนอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังโรงเรียนเอกชนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามด้วยข้อจำกัดที่ทำให้ครูโรงเรียนเอกชนไม่สามารถรับเงินเดือนเพิ่มร้อยละ ๑๓ ได้เท่าข้าราชการครู แต่ ศธ.ได้ผลักดันเงินค่าครองชีพครูโรงเรียนเอกชนเสร็จสิ้นแล้ว โดยได้รับคนละ ๗๕๐ บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนการปรับฐานเงินเดือนเพิ่มร้อยละ ๕ นั้น รัฐบาลเพิ่มให้ครูโรงเรียนเอกชนเช่นเดียวกัน




ที่โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ โฮเต็ล

สำหรับการเปิดรับสมัครสอบครูผู้ช่วยในปี ๒๕๕๔ จำนวน ๒๔,๐๐๐ อัตรานั้น ได้ย้ำให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดสอบคัดเลือกให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดเทอม เพื่อไม่ให้กระทบต่อโรงเรียนเอกชน และเพื่อให้ครูโรงเรียนเอกชนที่ที่ต้องการเข้ามาเป็นข้าราชการครูได้เตรียมสอบคัดเลือกในช่วงปิดเทอม ซึ่งไม่เป็นภาระต่อครูและโรงเรียนเอกชน


พบผู้บริหารสถานศึกษาทุกสังกัดใน สพป.อบ.เขต ๑/๒/๔ จำนวน ๒,๗๐๐ คน ที่โรงแรมเนวาด้า อ.เมืองอุบลราชธานี

 รมว.ศธ.กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนเคยเป็นครูและผู้บริหารสถานศึกษามาก่อน จึงมีความเข้าใจในเรื่องการศึกษา และเป็นผู้ที่มีส่วนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทุกฉบับ จนกระทั่งเมื่อมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ได้นำนโยบายต่างๆ ที่กำหนดไว้เฉพาะเรื่องที่ทำได้จริงเท่านั้น มาประกาศเป็นยุทธศาสตร์การทำงาน จนกระทั่งวันนี้ที่ได้ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองเดินหน้าต่อไปได้

ช่วงระยะเวลา ๑ ปีกว่าที่ทำงานได้มุ่งมั่นการทำงานทุกวันโดยไม่มีวันหยุด เพื่อให้คนสามารถกล่าวได้ว่า คนที่เคยเป็นครู สามารถเข้ามาเป็นรัฐมนตรีที่มีคุณภาพได้ ที่ผ่านมาสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ให้วงการครูได้สำเร็จหลายเรื่อง ได้รับการชื่นชมจากนักเรียนและเพื่อนครูจำนวนมาก เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะครูมองว่า "ครูและรัฐมนตรีเป็นพวกเดียวกัน" จึงร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายการทำงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และได้รับการตอบรับทั้งจากครู นักเรียนนักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ ศธ.ได้รับงบประมาณมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือ ๔๑๕,๐๐๐ ล้านบาท



 
ที่โรงแรมเนวาด้า


พบผู้บริหาร ครู และนักศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี ณ หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี

รมว.ศธ.กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่เกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจิตอาสาของชาวอาชีวะ จึงต้องการให้สานต่อโครงการ Fix-It Center เพื่อตอบโจทย์เรื่องจิตอาสา และฝีมือแรงงานอย่างต่อเนื่อง ช่วงที่ผ่านมาตนคิดสโลแกนให้อาชีวะว่า "อาชีวะเรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปี มีงานทำ" เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการที่รัฐบาลจัดงบประมาณสนับสนุนโครงการเรียนฟรีฯ ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง สร้างโอกาสและความเสมอภาค



ที่วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี

สิ่งที่ต้องการให้อาชีวะดำเนินการคือ ต้องเตรียมรับเด็ก LD หรือเด็กที่บกพร่องทางการเรียนทั้งหมดเข้ามาเรียนสายอาชีพ มากกว่าที่เด็กกลุ่มนั้นจะเลือกเรียนสายสามัญ เพราะเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนจะเรียนสายสามัญได้ไม่ดีเท่าสายอาชีพ เพราะเชื่อมั่นว่าคนกลุ่มนี้จำนวนมากอาจเก่งกว่าคนปกติ หากได้รับการเรียนรู้จะได้อาชีพติดตัว นอกจากนี้ต้องการให้ผู้บริหาร สอศ.ตกลงกับคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา แม้ปัจจุบันรัฐบาลได้เห็นชอบให้จัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ๔ แห่งแล้ว คือ สถาบันการอาชีวศึกษาเทคโนโลยีการเกษตรพิจิตร สถาบันการอาชีวศึกษาเทคโนโลยีการจัดการโรงแรมกรุงเทพฯ สถาบันการอาชีวศึกษาพาณิชย์นาวีนครศรีธรรมราช และสถาบันการอาชีวศึกษาอุตสาหกรรมยานยนต์อุบลราชธานี ซึ่ง ศธ.หวังว่าสถาบันการอาชีวศึกษา จะสร้างความมั่นใจให้สังคม และขยายผลทางการศึกษาไปสู่ระดับปริญญาตรีการเรียนการสอนสายอาชีพต่อไป

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
   บรรณาธิการข่าว
: นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นงศิลินี โมสิกะ

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2009 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 744,388, 2008 1,027,420, 2009 1,251,155, 2010 1,071,670
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net