โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี แนะนำ สร. รับเรื่องราวร้องทุกข์ สร.สาร

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๒๑๔/๒๕๕๔
คณะบุคคลเข้าพบ รมว.ศธ.เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับคณะบุคคลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าพบเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมทั้งรับฟังแนวทางนโยบายในการจัดการศึกษา เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ

คณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ เข้าพบเพื่อแสดงความยินดี และมอบข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพสถาบันผลิตครู

เมื่อเวลา ๙.๓๐ น. คณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ จำนวน ๓๐ คนเข้าพบ นำโดย รศ.ดร.สมบัติ นพรัก ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพสถาบันผลิตครู ๙ ข้อ คือ

Follow us on Twitter

 

 

 More Resources

 ข่าวยุทธศาสตร์ การทำงานล่าสุด
 ของ รมว.ศธ.

 

 

213 การจัดทำงบประมาณแบบบูรณาการ
212 พบคณะกรรมการคุรุสภา
211 พบสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย
209 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เข้ารับตำแหน่ง รมว.ศธ.
208 ประชุมผู้บริหาร ศธ.
207 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ใหม่
   
 

 

ข่าวย้อนหลังในรอบปีเกี่ยวกับยุทธศาสตร์

Bookmark and Share

๑) ควรมีการกำหนดระดับวุฒิการศึกษาของครูระดับปฐมวัย ประถมศึกษากำหนดใช้ครูวุฒิปริญญาตรี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายกำหนดใช้วุฒิปริญญาโท

๒) ควรมีการกำหนดเกณฑ์พัฒนาครูโดยให้เป็นไปตามความสมัครใจ จัดเป็นคูปองการศึกษาให้ครูเข้ารับการพัฒนาในสถาบันผลิตครูทั่วประเทศ

๓) ควรวางแผนกำหนดความต้องการการใช้ครูแต่ละปีทุกสังกัดทั้งจำนวนและวิชาเฉพาะเพื่อวางแผนผลิตให้สอดรับกับความต้องการของครู

๔) ปรับหลักสูตรสองมาตรฐานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น ปรับหลักสูตรปริญญาตรี ๕ ปีเป็น ๔ ปี และหลักสูตรครูปริญญาตรีควบโท ๖ ปี เท่ากับการผลิตครูปริญญาโท ระบบ ๔+๒

๕) ควรจัดสรรอัตราอาจารย์ปริญญาเอกให้คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์และทุนการศึกษาปริญญาเอกและหลังปริญญาเอก

๖) ควรกำหนดให้คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตครู โดยกำหนดโซนในการบริหารจัดการร่วมกัน

๗) ควรมีการกำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติทุกระดับการศึกษา และทบทวนกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษา รวมทั้งกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรีสาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์

๘) ควรมอบหมายให้คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการฝึกอบรมครูผู้สอน

๙) หาก ศธ.จะศึกษาวิจัยด้านการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาการศึกษา ทางคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ยินดีที่จะดำเนินการวิจัยในการแก้ปัญหาและพัฒนาการศึกษา

รมว.ศธ. กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสพบปะ ต้องการให้มีเวลาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากกว่านี้ แต่ในครั้งนี้จึงขออนุญาตเล่าให้ฟังว่า ระบบการค้าเสรี (Free Trade Area) ซึ่งมีอยู่ทั่วโลก และประเทศไทยอยู่ภายใต้สมาชิก WTO จึงไม่สามารถหลีกหนีได้ ช่วงที่ผ่านมาเราอาจไม่ได้ศึกษา FTA มากนัก แต่เมื่อปี ๒๕๕๘ จะมีการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ซึ่ง ๑๐ ประเทศในภูมิภาคจะติดต่อค้าขายอย่างเสรี ถ้าเราแข็งแรง เก่ง มีศักยภาพดี ก็สามารถสู้ประเทศอื่นได้ แต่หากไม่มีศักยภาพพอ เราจะแพ้ทันที จึงขอความร่วมมือท่านที่อยู่ในวงการครู หาแนวทางการเพิ่มศักยภาพให้ประเทศ ช่วยกันคิดเพื่อไม่ให้ FTA ของไทยเสียเปรียบ หรือส่งสินค้าไปขายไม่ได้ แม้ที่ผ่านมาเราจะส่งสินค้าไปประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มาก แต่ก็ยังขายไม่ได้มากนัก และมีสินค้าจำนวนมากถูกกดราคา ขณะนี้เรามีเวลาอีก ๒ ปีที่ต้องปรับตัว

ปัจจุบันเรามีหนี้สินสาธารณะจากเงินกู้จำนวนเยอะมากถึง ๔.๒๒ ล้านบาท โดยชำระหนี้ปีละ ๑.๘ แสนล้านบาท แต่ใช้หนี้ซึ่งเป็นเงินต้นได้เพียงปีละ ๑ หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นดอกเบี้ยถึง ๑.๗ แสนล้านบาท หากเป็นอยู่อย่างนี้ในปี ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นปีที่ถึงกำหนดครบชำระ จะไม่มีเงินพอไปชำระหนี้ อาจต้องกู้ไปโปะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้การกู้เงินจะนำไปใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ครอบครองตลาดของประเทศ ในขณะที่องค์ความรู้ในชนบทไม่มีการพัฒนามากขึ้น วันนี้จึงขอร้องให้มหาวิทยาลัยจับมือให้เข้าไปช่วยกันพัฒนาหลักสูตรในจังหวัด โดยดูศักยภาพของแต่ละจังหวัด เพื่อพัฒนาให้สามารถก้าวไปแข่งขันกับโลกได้

ดังนั้นทางคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ จะต้องศึกษาในเรื่องนี้ โดยนำแนวคิดต่างๆ ไปปรับใช้ในระบบการพัฒนาหลักสูตร กรอบแนวทางการศึกษาเพื่อพัฒนาประเทศ เช่น นำผู้ประกอบการที่เชี่ยวชาญ เจ้าของเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือดึงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเข้ามาสอนคนในจังหวัดนั้นๆ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ครู นักเรียนในโรงเรียนหัดทำการค้าด้วยตนเอง สำหรับสัดส่วนการเรียนรู้ของนักเรียนนั้น ที่ผ่านมาเด็กเรียนเยอะมาก ต่อไปควรเน้นเฉพาะทางมากขึ้น จัดหลักสูตรที่ตรงทักษะ ความชำนาญของเด็กมากขึ้น

ทั้งนี้ ขอให้คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ พิจารณาจัดทำนโยบายเฉพาะที่สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ให้จับมือกันทำงานเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน ๒ ปีนี้ ไม่ให้เกิดวิกฤตเหมือนปี ๒๕๔๐ ที่ต่างชาติเข้ามายึดธุรกิจจำนวนมากของไทย โดยเรียงลำดับตามนโยบายที่จำเป็น และบูรณาการการทำงาน เพื่อให้สนองตอบต่อความต้องการของชุมชนในพื้นที่ โดย ศธ.ยินดีจะสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่


คณะผู้แทนผู้บริหาร รร.มัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย เข้าพบเพื่อแสดงความยินดี และยื่นข้อเสนอวาระเร่งด่วนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ในเวลา ๑๐.๓๐ น. ได้มีคณะผู้แทนผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย จำนวน ๑๒๐ คน เข้าพบเพื่อแสดงความยินดี พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอวาระเร่งด่วน คือ ๑) การกระจายอำนาจให้สถานศึกษาสังกัด สพฐ. เป็นนิติบุคคล เต็มรูปแบบ  ๒) กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เพิ่มจาก ๔๒ เขต เป็น ๗๗ เขตพื้นที่การศึกษา และ ๓) เสนอขอให้มีการปรับโครงสร้าง ศธ.ใหม่

รมว.ศธ.กล่าวแสดงความยินดีในความร่วมมือที่จะทำงานร่วมกัน โดยจะให้การสนับสนุนงบประมาณสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาที่วางแผนจัดการศึกษาตามยุทธศาสตร์การบริหารงานของ ศธ. โดยเฉพาะการดูแลเด็กกลุ่มพิเศษ เด็กที่มีปัญหาในการเรียน ไม่ให้ลาออก ดึงเด็กกลับมาดูแลเสมือนลูกหลานของตัวเอง ทั้งยังขอให้ดูปัญหาการทะเลาะวิวาทของเด็กนักเรียน ซึ่งแม้จะมีจำนวนไม่มากก็ตาม ในส่วนของขวัญกำลังใจของครูผู้สอนนั้น  ต้องการให้ครูได้มีโอกาสย้ายกลับภูมิลำเนาของตนเองก่อนที่จะเรียกบรรจุครูผู้ช่วย เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของครู และได้กลับไปพัฒนาจังหวัดของตนเอง

ทั้งนี้ คณะผู้แทนผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทยต่างตอบรับการทำงานของ ศธ. ซึ่ง รมว.ศธ.ได้ขอโอกาสในการเปลี่ยนแปลง ถ้าทุกคนตอบใช่ จึงจะก้าวเดินไปด้วยกัน เพื่อให้การบูรณาการการศึกษาก้าวไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง




สมาพันธ์สมาคมโรงเรียนเอกชนแห่งประเทศไทย เข้าพบเพื่อแสดงความยินดี และขอรับฟังแนวทางนโยบายการทำงาน

เวลา ๑๑.๓๐ น. สมาพันธ์สมาคมโรงเรียนเอกชนแห่งประเทศไทย จำนวน ๓๐ คน นำโดยนายกสมาคมโรงเรียนเอกชน ได้เข้าพบ รมว.ศธ. เพื่อแสดงความยินดี และขอรับฟังแนวทางนโยบายการทำงานของ ศธ.

รมว.ศธ. กล่าวว่า ให้ความสนใจการศึกษาเอกชนเป็นอย่างมาก เพราะการจัดการศึกษาของภาคเอกชนช่วยลดภาระของรัฐในการจัดการศึกษาได้มากถึง ๒ หมื่นล้านบาทต่อปี และจะหารือกับเลขาธิการ กช. เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เอื้อต่อการศึกษาภาคเอกชน โดยให้การสนับสนุนเท่าเทียมกับโรงเรียนของรัฐ ซึ่งจากการรับฟังมีผู้บริหารโรงเรียนเอกชนประเภทต่างๆ เช่น ในเครือคริสตจักร โรงเรียนอาชีวะเอกชน โรงเรียนใช้สื่อภาษาอังกฤษ ฯลฯ ต่างเห็นด้วยกับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล ซึ่ง รมว.ศธ.ได้ขอให้ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนประเภทต่างๆ ได้หารือร่วมกัน เพื่อให้เกิดการทำงานเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย เชื่อมต่อระบบฐานเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีเป้าหมายที่ตัวนักเรียน เพราะนักเรียนเป็นทรัพยากรของแผ่นดิน



ภาพ นวรัตน์ รามสูต


บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

กรณีนำข่าวจากสำนักงานรัฐมนตรีไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของท่าน กรุณาให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย, ขอขอบคุณ

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
   บรรณาธิการข่าว
: นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นงศิลินี โมสิกะ

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2011 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 744,388, 2008 1,027,420, 2009 1,251,155, 2010 1,050,310
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net