โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี แนะนำ สร. รับเรื่องราวร้องทุกข์ สร.สาร

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๓๔๕/๒๕๕๓
บทบาทอุดมศึกษาในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษเรื่อง บทบาทอุดมศึกษาในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ในการประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ครั้งที่ ๙/๒๕๕๓ จัดโดยประธานสภามหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งมีสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชน ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพฯ

รมว.ศธ.กล่าวว่า ในยุคการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง มหาวิทยาลัยจะต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองการรับใช้สังคม สร้างศักยภาพในการแข่งขัน เป็นมหาวิทยาลัยวิจัย และเป็นมหาวิทยาลัยมาตรฐานสากล World Class University โดยมีบทบาทในการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ สร้างความเป็นพลเมืองดี และสร้างศักยภาพในการแข่งขัน รวมทั้งจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองจุดเน้น ๖ เดือน ๖ คุณภาพ ของ ศธ. เพื่อให้เกิดคุณภาพทางการศึกษาในด้านต่างๆ ดังนี้

• การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน  ศธ.ได้เตรียมการเพื่อประกาศให้สาธารณชนรับรู้ถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละระดับ ตั้งแต่ปฐมวัย ระดับขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัย ตามเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง การเชื่อมต่อระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐานกับมหาวิทยาลัย ศธ.จะพัฒนาโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยให้เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ในระดับภูมิภาค รวมทั้งพัฒนาโรงเรียนมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น เพื่อส่งต่อนักเรียนที่เป็นเลิศทางวิชาการเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยในสาขาวิทยาศาสตร์และสาขาที่สนองตอบต่อการพัฒนาประเทศ

• คุณภาพสถานศึกษายุคใหม่ มหาวิทยาลัยจะต้องเป็นสถานศึกษายุคใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยวิจัย และเป็นมหาวิทยาลัยมาตรฐานสากล World Class University เพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีเพียงมหาวิทยาลัยมหิดล ที่สามารถพัฒนาถึงระดับมาตรฐานสากล

• เทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา  ศธ.จะดึงมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการผลิตองค์ความรู้ พัฒนาสาระการเรียนรู้ และเชื่อมโยงเครือข่ายองค์ความรู้เข้าสู่ระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาของ ศธ.เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Follow us on Twitter

 

 
 More Resources

 ข่าวล่าสุดของ รมว.ศธ.
 เกี่ยวกับ สกอ.

   
300 ผลประชุม ก.พ.อ.  
254 การจัดการศึกษาปริญญาตรีต่อเนื่อง  
249 มอบใบอนุญาตเปลี่ยนประเภทมหาวิทยาลัย  
240 ลงนามจัดตั้ง มจพ.วิทยาเขตระยอง  
226 ปัญหาการร้องเรียนจากนักศึกษา  
221 การจัด กศ.นอกสถานที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา  
218 ทีมหุ่นยนต์กู้ภัยแชมป์โลกเข้าพบ รมว.ศธ.  
177 มอบนโยบายอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ  
167 แผนปฏิบัติการอุดมศึกษาเพื่อการมีงานทำ  
165 วันสหกิจศึกษาไทย ครั้งที่ 2  
109 ผลการประชุม ก.พ.อ.ครั้งที่ 2  
086 ผลการประชุม ก.พ.อ.ครั้งที่ 1  
084 เยี่ยมชมวิทยาลัยดุริยางคศิลป์  
 

ข่าวย้อนหลังในรอบปีเกี่ยวกับ สกอ.

Bookmark and Share

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า จะดำเนินการและเร่งรัดนโยบายในส่วนของอุดมศึกษา ๓ เรื่อง

• เร่งรัดให้ระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ที่เกี่ยวข้อง มีผลบังคับใช้ภายในเดือนมกราคม ๒๕๕๔ เพื่อช่วยให้พนักงานมหาวิทยาลัยได้รับการบรรจุเข้าสู่แท่ง

• แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษากลุ่มใหม่ ไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพื่อศึกษาเรื่องการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) จำนวน ๙ แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ๔๐ แห่ง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลใหม่ ๒ แห่ง คือสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ รวมจำนวน ๕๑ แห่ง จะต้องทบทวนรูปแบบ และโครงสร้าง เพื่อให้การออกนอกระบบได้พัฒนาไปตามเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ตามศักยภาพที่เหมาะสมของแต่ละมหาวิทยาลัย และมีคุณภาพสอดคล้องกับความเป็นจริง

• แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาระบบค่าตอบแทนทั้งระบบ เพื่อกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนของครูสายผู้สอน ซึ่งค่าตอบแทนของครูและอาจารย์จะแตกต่างจากค่าตอบแทนของข้าราชการอื่น ๓ เรื่อง คือ ๑. มีค่าตอบแทนที่สูง เหมาะสมกับมาตรฐานวิชาชีพชั้นสูง เพื่อไม่ให้ไปหาผลประโยชน์อื่นใดนอกจากการสอน ๒.โครงสร้างเงินเดือนของครูผู้ที่บรรจุใหม่หรือเก่า จะต้องมีระดับเงินเดือนที่ใกล้เคียงกัน เพราะมีหน้าที่ความรับผิดชอบและมีจำนวนชั่วโมงสอนเท่าเทียมกัน ซึ่งมีความเหมาะสมกับความรู้ความสามารถ ๓.ค่าตอบแทนจากการพัฒนาผลงานวิชาการที่ได้รับการยอมรับ ก็ควรจะได้รับการพิจารณาค่าตอบแทนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ บุคลากรมหาวิทยาลัย ก็ควรจะได้รับค่าตอบแทนมากกว่าข้าราชการอื่น เพราะเป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยในการบริหารจัดการงบประมาณของมหาวิทยาลัยให้เกิดประโยชน์สูงสุด



ภาพ ภาณุ วงษ์ถาวรเรือง

รมว.ศธ.กล่าวในตอนท้ายว่า มหาวิทยาลัยควรบริหารจัดการแบบใหม่ด้วยระบบคุณธรรม และดำเนินการตามนโยบาย ๑ มหาวิทยาลัย ๑ จังหวัด ซึ่งบรรจุไว้ในแผนปรองดอง โดยทำหน้าที่ให้บริการสังคม ตอบสนองช่วยเหลือประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ ถ้ามหาวิทยาลัยสามารถทำการศึกษาวิจัยทางวิชาการ เพื่อตอบสนองสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ หรือเพื่อพัฒนาจังหวัดให้มีคุณภาพ และได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานที่สามารถปฏิบัติได้ ส่งผลต่อการพัฒนาอย่างแท้จริง ก็จะได้รับการพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษด้วย.

นวรัตน์ รามสูต
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
   บรรณาธิการข่าว
: นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร, นงศิลินี โมสิกะ

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2009 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 744,388, 2008 1,027,420, 2009 1,251,155
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net