โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี แนะนำ สร. รับเรื่องราวร้องทุกข์ สร.สาร

 

More
Resources

ข่าวล่าสุดของ รมว.ศธ.
เกี่ยวกับ สป.

  การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา
  รมช.ศธ.นริศรา เร่งรัดนโยบายอาชีวศึกษา ภายหลังพบนายกรัฐมนตรี
  รมช.ศธ.นริศรา เปิดสัมมนาผลกระทบวิกฤตการณ์เงินโลก
 

Follow us on Twitter

RSS Feed "ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี"

 
 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี (รมช.ศึกษาธิการ)
การประชุม รมช.ศธ.กับผู้บริหารอาชีวศึกษา ครั้งที่ ๕

 

ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการระทรวงศึกษาธิการ  นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ครั้งที่ ๕/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๓ ว่าได้พิจารณาในประเด็นต่างๆ ดังนี้

  • การจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา

รมช.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มสถานศึกษาของอาชีวศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาวิชาชีพและการผลิตกำลังคนในระดับ ปวช.และ ปวส.เป็นหลัก ซึ่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ สอศ.ร่างแผนการดำเนินการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาโดยคำนึงถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ซึ่งจะต้องแยกตามกลุ่ม Function-Based เพื่อให้สถาบันสนองตอบต่อ ๑๓ กลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมหลักของประเทศได้อย่างชัดเจน  ไม่ใช่เป็นการแยกตาม Area-Based เหมือนที่ผ่านมา

ที่ประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาเห็นว่า การจัดกลุ่มของสถานศึกษาที่ได้นำเสนอครั้งนี้ ยังไม่สอดคล้องกับ Function-Based  ที่ไม่จำเป็นต้องยึดตามกรอบการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาแบบเดิมที่กำหนดไว้ ๑๙ กลุ่มพื้นที่ ดังนั้นที่ประชุมจึงให้มีการตั้งคณะทำงานของ สอศ.ประชุมร่วมกับคณะทำงานของ รมช.ศธ. พร้อมทั้งตัวแทนของคณะกรรมการกฤษฎีกา ภายในวันที่ ๕ มีนาคมนี้ เพื่อพิจารณาการจัดกลุ่มของสถาบันการอาชีวศึกษาใหม่ พร้อมทั้งรายงานต่อรัฐมนตรีทราบในวันเดียวกัน จากนั้นจะได้เร่งนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

  • การเสนอร่างจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)

รมช.ศธ.กล่าวว่า การดำเนินการที่ผ่านมาในการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพนั้น ทางกระทรวงแรงงานได้เคยมีข้อคิดเห็นแย้งว่า อาจทับซ้อนกับภารกิจและอำนาจหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงควรหารือเชิงนโยบายระหว่างกระทรวงทั้งสองให้ชัดเจนก่อนนำเสนอ ครม.พิจารณา ซึ่งต่อมาที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๓ มีมติแล้วว่า เป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ ศธ.ที่สามารถดำเนินการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้โดยไม่ซ้ำซ้อนกัน

ดังนั้นที่ประชุมจึงได้พิจารณาเห็นว่า ควรนำเรื่องนี้กลับเข้าพิจารณาใน ครม.อีกครั้งหนึ่ง โดยจะเสนอให้ใช้ร่าง พ.ร.ฎ.จัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) พ.ศ. .... เป็นหลักในการพิจารณาต่อไป

  • แผนการรับนักเรียน ปวช. ปีการศึกษา ๒๕๕๓

ที่ประชุมได้มอบให้ ว่าที่ ร.ต.พงษ์เพ็ชร์ พิทยาพละ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง สรุปข้อมูลแผนการรับนักเรียนในระบบของสถานศึกษาอาชีวศึกษา ๔๑๕ แห่ง ซึ่งกำหนดไว้ ๒๒๐,๐๐๐ คน ให้ชัดเจนภายในวันที่ ๕ มีนาคมนี้ เพื่อนำเข้าที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. ได้รับทราบและพิจารณาแผนการรับนักเรียนปีการศึกษา ๒๕๕๓ ในภาพรวมของ ศธ. ซึ่งจะต้องกำหนดสัดส่วนให้ชัดเจนระหว่างการรับนักเรียนสายอาชีพกับสายสามัญต่อไป

นอกจากนิ้ หากมีการจัดทำข้อมูลแผนการรับนักเรียนเป็นรายคน (โดยคำนึงถึงกรณีออกกลางคันด้วย) จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดสรรงบประมาณตามโครงการเรียนฟรี เรียนดี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ และการวางแผนการรับนักเรียน ทั้งนี้ รมช.ศธ.ขอให้กำชับให้สถานศึกษารายงานข้อมูลนักเรียนที่ถูกต้อง ซึ่งจะมีการสุ่มลงไปตรวจสอบในระดับสถานศึกษาด้วย

  • แผนอัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษา

รมช.ศธ.กล่าวว่า ได้มอบให้ สอศ. ตรวจสอบอัตราว่างทั้งหมดของข้าราชการพลเรือนและข้าราชการครูในสังกัด เพื่อจะประกาศออกไปให้ชัดเจนก่อนวันที่ ๑๑ มีนาคมนี้ ว่าจะมีอัตราว่างที่จะบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการในปี ๒๕๕๓ ได้เท่าไร พร้อมทั้งนำไปใช้วางแผนการพิจารณาบรรจุแต่งตั้งจากสัดส่วนของพนักงานราชการด้วย

รมช.ศธ.กล่าวด้วยว่า ในวันที่ ๑๑ มีนาคมนี้ ที่สโมสรกองทัพบก จะมีการประชุมมอบนโยบายผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งศึกษานิเทศก์ในสังกัด สอศ.ทั่วประเทศ กว่า ๗๐๐ คน จึงขอให้ สอศ. เน้นย้ำผู้บริหารทุกคนที่เกี่ยวข้องให้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้โดยพร้อมกันด้วย



ภาพ บัลลังก์ โรหิตเสถียร

ส่ำหรับผลสรุปการตรวจสอบกรณีทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์ สอศ.โครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (SP2) นั้น รมช.ศธ.กล่าวว่า จะต้องเร่งรัดเป็นหนังสือไปยัง สอศ.อีกครั้งว่า ขั้นตอนที่ต่อเนื่องจากผลสอบนั้นทางเลขาธิการ กอศ.จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ส่วนการรายงานถึงนายกรัฐมนตรีและ รมว.ศธ.นั้น ได้รายงานไปส่วนหนึ่งแล้วว่า จะต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกต้องตามระเบียบฯ ทั้งนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์แก่นักเรียนนักศึกษาอาชีวะอย่างแท้จริง โดยคณะกรรมการสอบสวนชุดแรกมีนายนพพร สุวรรณรุจิ ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธาน ได้รายงานมาแล้วว่าขอทำความเข้าใจกับผลการสอบสวนครุภัณฑ์ที่จะออกมา ๕ รายการเพื่อให้จบทีเดียว ส่วนผลสอบของคณะกรรมการฯ ชุดที่สองซึ่งมีนายกิจสุวัฒน์ หงส์เจริญ ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธานนั้น จะมีผลตรวจสอบครุภัณฑ์อีก ๑๑ รายการ ซึ่งผลสอบสวนจะออกมาคล้ายๆ กัน คือจับประเด็นไปที่แนวทางการแก้ปัญหา หลังจากนั้น สอศ.จะต้องนำผลการสอบสวนไปพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน

Bookmark and Share

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
  
บรรณาธิการข่าว : นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร , นงศิลินี โมสิกะ

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280 0309, (02) 281 7859

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2009 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 744,388, 2008 1,027,420
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net