รมว.ศธ.กล่าวว่า การประชุมหารือครั้งนี้
เป็นการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเปิดใจ
ระดมพลังสมอง หลังจากนั้นจะมีการแถลงนโยบายของ ศธ.
เพื่อเดินหน้าไปพร้อมกัน
ซึ่งจะเป็นการรวมใจกันระหว่าง ศธ. เพื่อนครู
และกระตุ้นไปยังทุกภาคส่วนให้เห็นความสำคัญของการศึกษา
เพราะถึงยุคที่จะปฏิรูปการศึกษาเพื่อคุณภาพของผู้เรียน
และใช้การศึกษาเป็นธงนำในการพัฒนาประเทศ
สร้างความสมานฉันท์ต่อไป
สำหรับข้อสรุปเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่
๒
ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบการเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา
นับจากนี้ไปเวลา ๒ เดือน
ศธ.จะจัดทำเครือข่าย
จัดประชุมผู้เกี่ยวข้องด้านการศึกษา
เพื่อจัดประชุมสมัชชาการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่
๒ โดยมีภาคีเครือข่ายวงการศึกษา
ผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ผู้ปกครอง
ประชาชน ผู้ประกอบการ และจะเปิดกว้างให้ภาคเอกชน
สื่อมวลชน เข้ามามีส่วนร่วมด้วย
โดยเชิญนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธาน
รมว.ศธ.กล่าวถึงการผลักดันโครงการ ๑
โรงเรียน ๑ ตำบล
ซึ่งได้หารือกับปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
เลขาธิการสภาการศึกษา
และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า
เป็นโครงการในกรอบความคิดใหม่
ที่จะนำโรงเรียนที่ดีจริงไปไว้ในตำบล
โดยจะสร้างอาคารเรียนขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะมีห้องสมุด
ห้องอินเทอร์เน็ต ห้องวิทยาศาสตร์ สระว่ายน้ำ
และหอประชุมที่ดี
เป็นการสร้างโรงเรียนที่อยู่ในกำกับของชุมชน
ภายใต้ความร่วมมือแบบภาคีการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงมหาดไทย
ระหว่างครูในโรงเรียนกับองค์การบริหารส่วนตำบล
โดยจะนำร่องเขตพื้นที่การศึกษาละ ๑ โรงเรียน
ซึ่งจะทำประชาคมกับประชาชนในตำบลนั้นว่า
ต้องการโครงการนี้หรือไม่
เมื่อได้ข้อตกลงร่วมกันแล้ว ก็จะจัดทำ
MOU
ระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลกับกระทรวงศึกษาธิการต่อไป
ซึ่งโครงการนี้จะสามารถตอบสนองยุทธศาสตร์ ๓ เรื่อง
คือ การยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก,
การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
และการเพิ่มคุณภาพให้กับท้องถิ่น โรงเรียน
และประชาชน
โดยโรงเรียนจะสามารถบริการชุมชนได้อย่างเต็มที่
และเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยลดภาระของประชาชนได้
เพราะ อบต.จะเป็นผู้รับผิดชอบรับ-ส่งนักเรียนจากบ้านมายังโรงเรียน
รวมทั้งโครงการอาหารกลางวัน และการแข่งขันกีฬาสี
เป็นต้น


ภาพ
นวรัตน์ รามสูต
ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ
จะรับผิดชอบเรื่องคุณภาพการศึกษา โดยใช้หลักคิด
การจัดการบริหารโรงเรียนภายใต้การจัดการที่ดี
School based management
กล่าวคือ มีการแบ่งพื้นที่โซนรับผิดชอบโรงเรียน,
การคัดสรรบุคลากร,
การเติมเต็มปัจจัยนำเข้าทั้งหมดให้กับโรงเรียน
เพื่อให้ได้โรงเรียนที่ดี สำหรับการดำเนินการ รมว.ศธ.ได้รับการยืนยันจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าสามารถปรับได้
เพราะสอดคล้องกับแนวทางที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว
โดยต่อจากนี้ไป ศธ.จะเดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์
กำหนดงบประมาณ
และเมื่อได้ผลการทำประชาคมระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นแล้ว
ก็จะจัดทำ
MOU
ร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลต่อไป.
นวรัตน์ รามสูต
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน
