.

โฮมเพจสำนักงานรัฐมนตรี รัฐมนตรี วาระงานรัฐมนตรี แนะนำ สร. รับเรื่องราวร้องทุกข์ สร.สาร

 

More
Resources

ข่าวล่าสุดของ รมว.ศธ.
เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การทำงาน

031 เฉลิมฉลอง 100 ปีลูกเสือไทย
029 มอบนโยบายผู้นำเครือข่ายผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
023 มอบอำนาจให้ รมช.ศธ.ปฏิบัติราชการแทน
022 เข้านมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์
020 การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2
พบผู้บริหารระดับสูง

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เข้ารับตำแหน่ง รมว.ศธ.

016 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่

 

Follow us on Twitter

RSS Feed "ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี"

 
 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๓๕/๒๕๕๓
รมว.ศธ.ประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก

 

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ ห้องประชุม MOC

รมว.ศธ.เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องสำคัญๆ ๓ เรื่อง ดังนี้

๑. ติดตามโครงการพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) เพื่อรองรับการศึกษาทั้งระบบภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งมีงบประมาณ ๒๕๕๓-๒๕๕๕ ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญ เพื่อสนองตอบต่อข้อตกลงที่ได้มีการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน โดยไทยจะเป็นประเทศแกนนำหลัก ในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เกี่ยวกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Internet, ETV, การใช้ระบบการสื่อสารทางไกลในเรื่องของการศึกษา โดยที่ประชุมมีความเห็นว่า จะพัฒนาจัดทำเครือข่ายในการสนับสนุนการศึกษาทั้งระบบ โดยเห็นควรยกระดับเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นระดับชาติจึงใช้ชื่อว่า National Education Network หรือ (NedNet) เพื่อให้สอดรับกับการเร่งรัดในการออกพระราชบัญญัติ เรื่องสถาบันเทคโนโลยีทางการศึกษาและกองทุนเทคโนโลยีทางการศึกษา ซึ่งได้มอบนโยบายไปชัดเจนว่าพระราชบัญญัติเทคโนโลยีและกองทุนทางการศึกษานั้น ขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปดำเนินการนำเสนอเรื่องเข้าหารือในคณะรัฐมนตรี เพื่อเปลี่ยนมติ ครม.จากเดิมเป็น "ให้สถาบันเทคโนโลยีทางการศึกษาและกองทุนเทคโนโลยีทางการศึกษา อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.)" เพื่อสนองตอบต่อการใช้ NedNet เป็นกลไกในการสร้างเครือข่าย และพัฒนาเครือข่ายของกระทรวงศึกษาธิการด้านสารสนเทศ ให้ครอบคลุมทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษ

นอกจากนั้น ที่ประชุมได้รายงานถึงความคืบหน้าของข้อตกลงการวาง Fiber Optic ที่จะต้องใช้งบประมาณถึง ๒,๓๐๐ ล้านบาท ในการพัฒนาช่องสัญญาณให้มีศักยภาพสูงสุด เพื่อที่จะมาใช้ในหน่วยงานต่างๆ ซึ่งในขณะนี้ได้มีตัวเป้าหมายที่ชัดเจน ในการดำเนินการสร้างเครือข่ายพัฒนา โดยจะต้องมีเครือข่ายรองรับ ดังนี้

-สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ         จำนวน ๒๐๒    แห่ง
-สถาบันอุดมศึกษาของเอกชน    จำนวน ๖๙      แห่ง
-สถาบันการอาชีวศึกษาของรัฐ    จำนวน  ๔๑๕    แห่ง
-สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา     จำนวน  ๑๘๕    แห่ง
-โรงเรียนดีเด่นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และเพิ่มโรงเรียนดีประจำตำบลประมาณ ๒,๐๐๐ แห่ง
-ห้องสมุดประชาชนของ กศน. จำนวน ๑๕๑ แห่ง
-โรงเรียนที่อยู่ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้แก่ โรงเรียนการศึกษาพิเศษ จำนวน ๑๗ แห่ง, โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ จำนวน ๓๖ แห่ง และโรงเรียนการกุศล จำนวน ๙๐ แห่ง

สำหรับในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ICT จะดำเนินการเป็นระยะเวลา ๓ ปี (๒๕๕๓-๒๕๕๕) ได้มอบหมายให้ทาง สกอ.ได้ดำเนินการตามที่มอบหมายต่อไป

๒. แนวทางในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ มีหลักสำคัญ ๒ ประเด็น ได้แก่

  • จะมีการจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ เพื่อที่จะได้นำแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ โดยจะเชิญนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในที่ประชุม ในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ

  • จะจัดสมัชชาปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๖-๗ มีนาคม ๒๕๕๓ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

๓. ติดตามการดำเนินการโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้แต่ละองค์กรหลักได้ชี้แจงความคืบหน้า ซึ่ง รมว.ศธ.ได้มอบนโยบาย ดังนี้

  • ขอให้ทุกองค์กรได้ดำเนินการในการใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสพิเศษที่รัฐบาลได้ให้โอกาสในการลงทุนทางการศึกษา เป็นการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรมนุษย์ เพราะฉะนั้นกระทรวงศึกษาธิการต้องไม่ทำให้เรื่องนี้กระทบต่อเป้าหมาย และนโยบายของรัฐบาล ซึ่งทุกฝ่ายก็ยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และหวังว่าจะไม่มีกระบวนการที่จะนำเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง หากใครมีข้อมูลในเรื่องของการทุจริต หรือการดำเนินการที่มิชอบโดยระเบียบและกฎหมายสามารถที่จะส่งตรงมาที่ รมว.ศธ.ได้

  • มอบหมายให้องค์กรหลัก และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการทั้ง ๒ ท่านได้ไปเตรียมการในการขับเคลื่อนโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งระยะที่ ๓ (SP3) ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลได้เสนอเป็นพระราชบัญญัติในการให้อำนาจกระทรวงการคลัง ในการกู้ยืมเงินมาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระทรวงศึกษาธิการต้องมีส่วนในการที่จะนำงบประมาณก้อนนี้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งในขณะนี้มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการว่า งบประมาณดังกล่าวนี้จะต้องไปเพิ่มกระบวนการในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ โดยมุ่งเน้นให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเตรียมการที่จะดำเนินการด้านงบประมาณ ที่จะต้องจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต รวมถึงการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลคือการดำเนินการในเรื่องธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ การกระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่น กระทรวงศึกษาธิการจะต้องรับเรื่องนี้มา เพื่อดำเนินการให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน และให้องค์กรหลักทั้งหมดไปเตรียมโครงการที่จะรองรับในเรื่องนี้ด้วย

รมว.ศธ.ได้กล่าวสรุปว่า ที่ประชุมยังได้ทบทวนนโยบายที่ได้มอบให้กับส่วนราชการไปแล้ว ซึ่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำยุทธศาสตร์มาเสนอ เช่น โครงการโรงเรียนดีประจำตำบล เป็นต้น.

นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน

Bookmark and Share

 

   ออกแบบจัดทำเว็บไซต์ โดยกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
  
บรรณาธิการข่าว : นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร , นงศิลินี โมสิกะ

   Public Relations Group, Office of the Minister, Ministry of Education, Bangkok 10300 Thailand
 
 Tel (02) 280-0309  FAX (02) 280-0309, (02) 280-0318

  หน้าหลักกระทรวงศึกษาธิการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
   S u p p o r t  A l l  M a j o r  W e b  B r o w s e r
 


   Copyright 2004-2009 สถิติตั้งแต่ 3 มกราคม 2550 PV : 2007 744,388, 2008 1,027,420, 2009 1,251,155
   Backoffice
: MOE i MOE-news.net