บทความ

อ่านให้ลูกฟังดีกว่าฟังลูกอ่าน พ่อแม่ปั้นลูกรักเป็นหนอนหนังสือ


             เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ผู้ดำเนินและพัฒนาโครงการหนังสือเล่มแรกหรือ Bookstart เล่าว่า โครงการหนังสือเล่มแรกเป็นโครงการที่มุ่งเน้นให้พ่อแม่ทุกคนเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง รวมทั้งการเลี้ยงลูกด้วยหนังสือตั้งแต่เด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป จำนวน 106 คน โดยการสนับสนุนจากสำนักงานเลขาธิการการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

             จากการดำเนินการมีพบปัญหาไม่มีหนังสือที่เหมาะสำหรับเด็กขวบปีแรก เพราะหนังสือส่วนใหญ่มีแต่สำหรับเด็ก 3-5 ขวบ รูปแบบหนังสือสำหรับเด็กขวบปีแรกควรเป็นภาพเหมือนจริง เน้นเรื่องใกล้ตัวเด็ก ใช้คำน้อย อักษรตัวใหญ่ กระดาษหนาง่ายต่อการเปิดหนังสือสำหรับเด็กเล็ก และพบว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือให้ลูกฟังเฉพาะตอนเด็กอายุ 1-3 ขวบเท่านั้น เมื่อลูกเข้าโรงเรียนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครู พ่อแม่ไม่ทำตัวให้เป็นตัวอย่างรักการอ่านจึงยากที่จะปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านหนังสือไปด้วย
ทั้งๆ ที่ผู้นำทุกประเทศและผู้ประสบความสำเร็จทุกคนล้วนแต่ชอบอ่านหนังสือ เพราะการอ่านสามารถแก้ไขปัญหาเด็ก ครอบครัว และสังคมได้ ประเทศอังกฤษใช้ โครงการ Bookstart ให้พ่อแม่หรือผู้ใหญ่อ่านหนังสือให้เด็กฟัง เนื่องจากมีปัญหาว่าคนอังกฤษไม่ค่อยอ่านหนังสือ ผลปรากฏว่าทำให้เด็กอังกฤษเก่งในทุกวิชา

             เรืองศักดิ์ เล่าว่าเขาประทับใจเรื่องของพ่อคนหนึ่งมีอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ไม่ได้ใส่ใจลูกเรื่องหนังสือ แม่มีอาชีพขายของเก่า มาวันหนึ่ง "ลูกตบที่หนังสือ แล้วมาตบที่ตัวพ่อ เด็กตบหนังสืออีก แล้วก็ตบที่มือพ่อ พ่อก็ไม่สนใจ ลูกเลยไปตบที่หน้าพ่อแล้วตบที่หนังสืออีกครั้ง พ่อก็เลยหยิบหนังสือจนได้อ่านให้ลูกฟัง" เมื่อได้อ่านหนังสือให้ลูกฟังเขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ลูกได้จากเขาจริงๆ หลังจากวันนั้นเขากลับมาอ่านหนังสือให้ลูกฟังและกินข้าวกลางวันที่บ้านทุกวัน
เพื่อที่จะไม่ให้เด็กรู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่ยาก วิธีการอ่านหนังสือให้ฟังต้องมีกฎกติกาน้อยที่สุด 1.ต้องจ้องตาลูกเวลาอ่าน โอบหรือเอาลูกมานั่งตักบ้าง 2.พ่อแม่ต้องอ่านเสียงดัง ให้ลูกดูปากเวลาอ่านออกเสียงจะได้พูดตาม 3.มีทักษะในการสอน ไม่จำเป็นต้องอ่านแต่ในเรื่องอย่างเดียว เช่น ในรูปนี้ผมสีอะไร ตาสีอะไร เสื้อสีอะไร หรือตามีกี่ตา มือมีกี่นิ้ว

              นางภาพร มั่นแน่ คุณแม่วัย 31 ปี ของน้องกำปั้น อายุ 1 ขวบ 5 เดือน ผู้ที่ไม่เชื่อว่าสามารถใช้หนังสือได้กับเด็กเล็ก แต่เมื่อได้เข้าโครงการหนังสือเล่มแรก จึงได้ลองอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ทั้งเวลาว่างและก่อนนอนปรากฏว่าลูกชอบมาก โดยสังเกตได้จากเวลาลูกอยู่คนเดียวก็จะเล่นกับหนังสือด้วย

            "ลูกอายุ 11 เดือนแล้วก็ยังไม่พูด จึงใช้หนังสือพูดคุย ถามคำถามกับลูก เล่นกับลูกตามหนังสือ ร้องเพลงไปก็โยกเยกไป บางวันเหนื่อยมากจึงเข้านอนเลย ตอนจะหลับแล้วลูกก็เอาหนังสือมาเขี่ยให้อ่านให้ฟัง รู้สึกได้ว่าลูกสนใจหนังสือมาก ชอบเล่นตลอด ซึ่งก็ได้ผลอ่านไป เล่นไป จนลูกรักหนังสือ" ภาพร กล่าว

           นักจิตวิทยาเชื่อว่าถ้าพ่อแม่อ่านให้ลูกฟังวันละ10-15 นาที จะเป็นการวางพื้นฐานรักการอ่าน เมื่อลูกโตขึ้นจะส่งผลให้ลูกรักการอ่านและชอบค้นคว้าหาคำตอบจากหนังสือ ดังนั้น การอ่านหนังสือให้ลูกที่เล็กมากเท่าไรยิ่งดี หากมีบางเรื่องที่พ่อแม่ตอบไม่ได้ ให้บอกลูกว่า เดี๋ยวเราไปหาคำตอบในหนังสือกันดีกว่า ลูกจะเกิดการเรียนรู้ว่า เมื่ออยากรู้เรื่องอะไรสามารถหาคำตอบได้จากหนังสือ

คมชัดลึก

*****************

 
   
   
 
Copyright @ 2006 Ministy of Education, THAILAND
พัฒนาระบบและนำเสนอข้อมูลโดย ประชาสัมพันธ์ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
โทร.628-5620, 281-6013, 628-6179 Fax. 628-5620
นำเสนอข้อมูล:นส.จิราวรรณ พิเศษสกลกิจ
ผู้ดูแลระบบ :
นายวรชาติ วัฒนอมร
อำนวยการโดย:นายนายพงศ์ธร พนมสิงห์ หัวหน้ากลุ่มสารนิเทศ