บทความ
10
วิธีแก้เด็กติดเกม "พ่อแม่"กุญแจสำคัญ
สถานการณ์เด็กติดเกมเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม
ที่พ่อแม่ ผู้ปกครองหลายๆ ครอบครัวกำลังเผชิญ ทางชมรมครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กจึงจัดกิจกรรม
"ค่ายครอบครัวสุขสันต์ รู้เท่าทันเกม" เพื่อหาทางให้พ่อแม่เข้าใจและร่วมหาวิธีการจัดสรรเวลาที่เหมาะสมในการเล่นเกมให้กับเด็ก
ในช่วงเวลา 2 วัน 1 คืน ระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค. 2550 ที่แสนปาล์ม เทรนนิ่งโฮม
อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยเชิญวิทยากรผู้ประสบการณ์ในการที่มีเด็กที่สนใจเล่นเกมหรือคลั่งไคล้การเล่นเกมอย่างมาก
จากสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ และทีมงานมูลนิธิ
ผู้ที่มีบุตรหลานอายุระหว่าง
9-15 ปี ที่กำลังเผชิญปัญหาลูกติดเกม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ชมรมครอบครัว มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทร.0-2412-0738, 0-2412-9834
ในเบื้องต้น
น.พ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์
กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กๆ ติดเกม เนื่องมาจากประเด็นหลักๆ ดังนี้
-
ครอบครัว การเลี้ยงดู มีเวลาให้กันน้อยลง เวลาเด็กอยากได้อะไรพ่อแม่ก็ให้เพื่อเป็นการทดแทนที่ไม่มีเวลาให้
ซึ่งพบได้ในครอบครัวทั่วไป หรือที่รุนแรงกว่านั้นคือครอบครัวที่มีความขัดแย้ง
เด็กเห็นแม่ถูกตวาด เห็นพ่อเมาเหล้า ทำให้เด็กรู้สึกว่าชีวิตของตนเองไม่มั่นคงหรือสั่นคลอน
อีกประการคือ
เด็กๆ ทุกคนต้องการความภาคภูมิใจในตัวเอง ซึ่งเป็นความรู้สึกว่าตัวเองมีอะไรดี
แต่ถ้าเด็กรู้สึกว่าไม่พร้อมที่จะอวดตัวเองกับคนอื่น เด็กจะไปสร้างความภาคภูมิใจในตัวเองด้วยวิธีการต่างๆ
เช่น ซิ่งมอเตอร์ไซค์ ยกพวกตีกัน ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เพื่อให้เพื่อนยอมรับ
การสร้างให้เด็กมองตัวเองในมุมดีจึงเป็นเรื่องจำเป็น
-
เกมทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองเก่ง ชนะก็ได้คะแนนเพิ่ม ให้รางวัลกับเด็กตลอดเวลา
จนทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองดีและแสวงหาสิ่งเหล่านั้นจากเกม
-
การศึกษา ในปัจจุบันการเรียนมีการแข่งขันสูงมาก ในห้องหนึ่งจะมีเด็กที่ได้ที่หนึ่งเพียงคนเดียว
ท่ามกลางเด็กที่เป็นผู้แพ้ถึง 50 คน ระบบแข่งขันที่เป็นพีระมิดจะทำให้เกิดผู้แพ้ขึ้นเรื่อยๆ
หากระบบการศึกษาเพิ่มเติมให้เด็กค้นพบความถนัดในตัวเอง เพราะคนทุกคนมีของดีบางอย่างอยู่ในตัวเอง
ถ้าค้นพบแล้วภูมิใจในตรงนั้นควบคู่ไปกับการเรียน เรียนดีก็ยิ่งดี แต่ถ้าเรียนไม่ดีอย่างน้อยเด็กก็ยังได้มีความภาคภูมิใจบางอย่าง
เมื่อพลังใจดีเด็กก็จะดึงพลังกายและพลังสมองออกมาใช้เต็มที่
-
ชุมชน ร้านอินเตอร์เน็ต ร้านเกมเกิดขึ้นมากมาย แต่ชุมชนจัดการอะไรไม่ได้
-
สังคม วัฒนธรรม ให้ความสำคัญกับวัตถุนิยมหรือการมีเงินจำนวนมาก ไม่รู้สึกภาคภูมิใจกับคุณธรรมจริยธรรมภายใน
ถ้าเด็กมีความภาคภูมิใจกับคุณธรรมภายในใจ เด็กจะไม่แกว่งง่าย ไม่ว่าเพื่อนจะมาชวนไปลองสูบบุหรี่
กินเหล้า ซิ่งรถ หรือเล่นเกมก็ตาม เพราะเด็กจะรู้ว่าคุณค่าของเขายังอยู่
แม้ว่าเขาจะไม่ทำตามที่เพื่อนชวนก็ตาม
-
เกมและอินเตอร์เน็ต ยั่วยวนเข้าถึงง่าย เพราะตัวเกมพัฒนาและวิจัยให้ตรงกับความชื่นชอบของเด็ก
ไม่ว่าจะภาพ กติกา ของรางวัล ผู้ผลิตจะวิจัยตลอดเวลา
เมื่อเด็กแสวงหาความภาคภูมิใจและการยอมรับ
โดยใช้เกมเป็นเครื่องมือ หากไม่มีการดูแล จนทำให้การเล่นเกมเมื่อครั้งเริ่มต้นเพียงแค่การผ่อนคลาย
กลายเป็นการหลงใหล จนทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่น ขาดความรับผิดชอบต่อการเรียน
หากพ่อแม่ไม่เข้าใจใช้วิธีการรุนแรงในการแก้ไขปัญหาอาจทำให้บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความทุกข์
ความเครียด
ดังนั้น ครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครอง
ถือเป็นบุคคลสำคัญและมีบทบาทอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเล่นเกมของเด็ก
น.พ.บัณฑิตให้ข้อคิดหรือหลักปฏิบัติ 10 ข้อ เพื่อช่วยเหลือเด็กติดเกม ดังนี้
1.สร้างวินัยและความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก
เช่น ให้รับผิดชอบงานบางอย่างภายในบ้าน เพราะถ้าไม่เริ่มการฝึกวินัยมาตั้งแต่เด็กแล้วจะมาเริ่มตอนโตจะยาก
ซึ่งถือเป็นการป้องกันให้เด็กมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง
2.ลดโอกาสการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
หากที่บ้านมีคอมพิวเตอร์เท่ากับจำนวนของลูกและอยู่ในห้องส่วนตัว จะแก้ปัญหาการเล่นเกมได้ยากกว่าบ้านที่มีคอมพิวเตอร์อยู่เครื่องเดียวแต่มีลูกใช้หลายคน
เพราะเด็กจะต้องสลับกันเล่น การลดโอกาสการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ทำได้โดยนำคอมพิวเตอร์มาไว้ในห้องโถงของบ้าน
ไม่วางไว้ในห้องส่วนตัว จะทำให้พ่อแม่สอดส่องได้ง่ายว่าเขากำลังเล่นอะไรอยู่
เล่นมานานหรือยัง และจะทำให้เขาเล่นเกมได้ยากขึ้นโดยปริยาย และเด็กจะเห็นว่าพ่อแม่ไม่ใช่ศัตรูของตนด้วย
3.ใช้มาตรการทางการเงิน
โดยให้เงินแต่พอดีเพื่อลดโอกาสในการเล่นเกมของเด็กโดยเฉพาะการออกไปเล่นตามร้าน
แต่พ่อแม่บางคนใจอ่อนเวลาที่เห็นเด็กหิวโซกลับบ้านเนื่องจากเอาเงินไปเล่นเกมหมดเลยเพิ่มเงินให้
การแก้ปัญหาเลยไม่ได้ผล พ่อแม่ควรให้เด็กรับกรรมจากการกระทำของตนเอง แต่ด้วยความรักความสงสารของพ่อแม่ทำให้พ่อแม่บางคนยอมรับกรรมแทน
เนื่องจากกลัวว่าลูกจะลำบาก หรือบางคนตวาดหรือดุเด็ก จนเด็กพาลโกรธเกลียดพ่อแม่
ฉะนั้นในบางครอบครัวที่ให้เงินลูกเป็นรายอาทิตย์
พอวันพฤหัสฯ เงินหมดแล้วพ่อแม่ก็ไปให้เงินเพิ่มก็จะยิ่งเป็นการให้รางวัลกับพฤติกรรมที่ไม่ดี
ดังนั้นถ้าเด็กไม่มีวินัยทางการเงินก็อาจจะเปลี่ยนเป็นการให้รายวัน หรือราย
3 วันแทน เด็กก็จะมีเงินที่กระตุ้นให้อยากเล่นน้อยลง
4.ฟังและพูดด้วยดีต่อกัน
หลายครั้งที่พ่อแม่มีอารมณ์แล้วพูดในเชิงตำหนิ ไม่ได้ใช้ภาษาดอกไม้ในการสื่อสาร
จะยิ่งทำให้การสื่อสารพูดคุยกันทำได้ยาก
5.ชื่นชมให้กำลังใจ
คนเราจะถนัดกับการจับผิดมากกว่าจับถูก ดังนั้นพ่อแม่จะต้องฝึกการจับถูกในตัวลูก
ชื่นชมและให้กำลังใจเมื่อเขาทำดี ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะได้ใจหรือว่าเหลิงเพราะการจับถูก
การชื่นชมจะเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กหันมาฟังพ่อแม่ เพราะถ้าพ่อแม่เอาแต่ตำหนิอย่างเดียว
ดังนั้นพ่อแม่ควรพยายามมองเห็นสิ่งดีและพูดในสิ่งดีๆ ที่เราเห็นบ้าง เด็กจะเริ่มฟังพ่อแม่
บางครั้งการทำดีของคนเราก็ไม่ใช่เพราะเหตุผล แต่เป็นเพราะเรารู้สึกชอบคนๆ
นั้น เราจึงอยากทำดีด้วย พ่อแม่ก็ควรจะทำให้ลูกชอบตัวพ่อแม่เองเหมือนกัน
6.ร่วมกำหนดกติกาอย่างเป็นรูปธรรม
โดยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการกำหนดกติการ่วมกัน เพราะยิ่งเด็กโตพ่อแม่ก็จะใช้อำนาจต่อเขาได้ลดลง
ไม่เหมือนกับตอนที่ยังเล็กๆ ที่พ่อมีจะสั่งให้ทำอะไรก็ได้ เมื่อเด็กโตขึ้นพ่อแม่ควรใช้การเจรจาพูดคุยและตกลงกัน
เช่น ถามว่าลูกคิดว่าเล่นกี่ชั่วโมงต่อวันถึงจะเหมาะ แล้วก็ให้เด็กได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและหาจุดที่เหมาะสมร่วมกัน
7.มีทางออกที่สร้างสรรค์ให้กับเด็ก
มนุษย์ต่างต้องการการยอมรับ การยกย่อง และความภาคภูมิใจในตัวเอง การที่เกมมีรางวัลให้กับเด็กเป็นหมวก
เป็นดาบ ทำให้ใครๆ เห็นว่าเขาเก่ง เอาชนะได้คะแนนสูงๆ ดังนั้นถ้าให้เด็กได้ไปเล่นดนตรี
หรือกีฬา หรือทำอะไรก็ตามที่เด็กถนัด เมื่อเด็กทำได้ดีและมีคนชมก็จะทำให้มีความภูมิใจและอยากที่จะทำอีก
ก็จะทำให้ลดการเล่นเกมลงไปได้
8.สร้างรอยยิ้มเล็กๆ
ในครอบครัว บรรยากาศในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้สมาชิกในบ้านรู้สึกดี
มีความสุขเวลาที่อยู่บ้าน พ่อแม่ควรจัดการบรรยากาศโดยรวมของบ้านให้ดี เช่น
มีการชมกัน หรือทำกิจกรรมร่วมกันในวันพิเศษอย่างวันเกิด เป็นต้น
9.ควบคุมอารมณ์และสร้างความสุขเล็กๆ
ในใจของพ่อแม่เอง พ่อแม่ให้รางวัลและสร้างความสุขในใจด้วยการมองตัวเองในแง่ดี
มองความสำเร็จในมิติอื่นๆ ของชีวิตบ้าง
10.เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราทันที
อย่าไปคาดหวังให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลง ถ้าอยากให้ลูกเปลี่ยนแปลง พ่อแม่ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองก่อน
เด็กเล่นเกม ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จะทำอย่างไรให้การเล่นเกมของเด็ก เป็นเพียงแค่การผ่อนคลาย
และเสริมสร้างทักษะในการคิดทางสร้างสรรค์ รวมถึงไม่ทำให้บรรยากาศในครอบครัวหม่นหมอง
พ่อแม่ถือเป็นยาวิเศษที่สำคัญที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับลูกได้เสมอ
หากพ่อแม่เข้าใจและปรับเปลี่ยนและเรียนรู้วิถีชีวิตของลูกไปพร้อมๆ กับตัวลูก
ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2550