การตีราคาทรัพย์สิน

ความเป็นมา
                            กระทรวงการคลัง แจ้งตามหนังสือ ที่ กค 0528.2/ว 91  ลงวันที่ 7 กันยายน 2543  ให้ส่วนราชการสำรวจและจัดทำทะเบียน
คุมทรัพย์สินถาวรประเภทครุภัณฑ์  อาคารและสิ่งปลูกส้างที่จัดซื้อหรือจัดหามาด้วยเงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณ ตลอดจนทรัยพ์สิน
ที่ได้จากการรับบริจาคให้ครบถ้วน  เป็นปัจจุบันทั้งในส่วนที่เป็นตัวทรัพย์สินและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง  โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับราคาและวันที่
ได้รับทรัพย์สิน  เพื่อประโยชน์ในการตีราคาและแสดงมูลค่าทรัพย์สินในระบบบัญชีเกณฑ์คงค้างที่ส่วนราชการทุกแห่งจะต้องปรับเปลี่ยน
ในระยะต่อไป ตามแผนการปฏิรูประบบบัญชีภาครัฐ  และกระทรวงการคลังได้ประกาศหลักการและนโยบายบัญชีสำหรับหน่วยงานภาครัฐ
ฉบับที่ 1  เพื่อให้ส่วนราชการระดับกรมตามโครงการำนร่องการปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณ รวม 7 หน่วยงานและหน่วยงานอื่นของรัฐ
ถือปฏิบัติตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2544 เป็นต้นไป

ประเภททรัพย์สิน
                            ประเภททรัพย์สินที่ต้องตีราคา  อายุการใช้งานและคิดราคาค่าเสื่อมราคา  ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค
0528.2/ว 33545  ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2544  จำนวน 13 ประเภท  ปรากฏรายละเอียดตามภาคผนวก ทั้งนี้  ให้ส่วนราชการสามารถพิจารณา
หาเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับหน่วยงานในการกำหนดอายุการใช้งานและคิดราคาค่าเสื่อมราคาเป็นเกณฑ์มาตรฐานได้เอง
                            ดังนั้น  สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  โดยคณะทำงานพิจารณาเกณฑ์การตีราคาทรัพย์สิน ได้ดำเนินการกำหนดประเภท
ทรัพย์สินที่ต้องดำเนินการตีราคาอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและอัตราค่าเสื่อมราคาไว้ รวม 13 ประเภท ดังนี้

ตารางอายุการใช้งานและอัตราค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน

ประเภททรัพย์สิน อายุการใช้งาน (ปี) อัตราค่าเสื่อมราคา/ปี (ร้อยละ
1.  อาคารถาวร
2.  อาคารชั่วคราว/โรงเรือน
3.  สิ่งก่อสร้าง
     3.1  ใช้คอนกรีตเสริมเหล็กหรือโครงเหล็กเป็นส่วน
             ประกอบหลัก
     3.2  ใช้ไม้หรือวัสดุอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบหลัก
4.  ครุภัณฑ์สำนักงาน
5.  ครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง
6.  ครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ (ยกเว้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
     ให้มีอายุการใช้งาน 15 - 20 ปี)
7.  ครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่
8.  ครุภัณฑ์การเกษตร
     8.1  เครื่องจักรกล
9.  ครุภัณฑ์โรงงาน
     9.1  เครื่องมือและอุปกรณ์
10.  ครุภัณฑ์ก่อสร้าง
       10.1  เครื่องมือและอุปกรณ์
11.  ครุภัณฑ์สำรวจ
12.  ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์
13.  ครุภัณฑ์งานบ้านงานครัว
25
10

15

8
10
5

5
5

5

2

2
8
2
2
4
10

6.5

12.50
10
20

20
20

20

50

50
6.5
50
50

จำแนกประเภททรัพย์สินที่ต้องตีราคา
                            1.  อาคารถาวร คือ  อาคารที่ก่อสร้างด้วยคอนกรีตและไม้หรือครึ่งตึกครึ่งไม้ ได้แก่
                                    1.1  สำนักงาน
                                    1.2  บ้านพัก
                                            -  ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
                                            -  ศึกษาธิการจังหวัด
                                            -  ผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัด
                                            -  ศึกษาธิการอำเภอ
                                            -  เจ้าหน้าที่
                                    1.3  เรืองรับรอง
                                    1.4  อาคารเอนกประสงค์
                                            -  หอประชุม
                                            -  หอพัก
                                    1.5  อื่น ๆ
                            2.  อาคารชั่วคราว คือ สิ่งปลูกสร้างที่สร้างด้วยคอนกรีต หรือไม้ที่เปิดโล่ง  ได้แก่
                                    2.1  ศาลาพักร้อน
                                    2.2  โรงรถ
                                    2.3  เรือนเพาะชำ
                                    2.4  โรงอาหาร
                                    2.5  หอส่งน้ำประปา
                            3.  สิ่งก่อสร้าง
                                    3.1  ใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก หรือโครงเหล็กเป็นส่วนประกอบหลัก  เช่น
                                            3.1.1  เสาธงพร้อมแท่น
                                            3.1.2  แท่นประดิษฐ์ฐานพระพุทธรูป
                                            3.1.3  ลานกีฬาเอนกประสงค์
                                            3.1.4  ถังเก็บน้ำ (ทุกแบบ)
                                            3.1.5  รั้วคอนกรีต
                                            3.1.6  ถนนคอนกรีตภายในสำนักงาน
                                            3.1.7  อื่น ๆ
                                    3.2  ใช้ไม้หรือวัสดุอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบหลัก  เช่น
                                            3.2.1  รั้วไม้
                                            3.2.2  รั้วลวดหนาม
                                            3.2.3  อื่น ๆ
                            4.  ครุภัณฑ์สำนักงาน  ได้แก่
                                    4.1  โต๊ะทำงาน
                                    4.2  โต๊ะพิมพ์ดีด
                                    4.3  โต๊ะประชุม
                                    4.4  โต๊ะวางเครื่องคอมพิวเตอร์
                                    4.5  โต๊ะวางเครื่องพิมพ์
                                    4.6  โต๊ะเอนกประสงค์
                                    4.7  โต๊ะประชาสัมพันธ์
                                    4.8  โต๊ะหมู่บูชา
                                    4.9  ชุดรับแขก
                                    4.10  เก้าอี้ทำงาน
                                    4.11  เก้าอี้ฟังคำบรรยาย
                                    4.12  เก้าอี้สำหรับเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์
                                    4.13  เก้าอี้ผู้มาติดต่อ
                                    4.14  ชั้นวางเอกสาร
                                    4.15  ตู้ไม้
                                    4.16  ตู้เหล็ก
                                    4.17  ตู้ดรรชนี
                                    4.18  ตู้นิรภัย
                                    4.19  ตู้ติดประกาศ
                                    4.20  ตู้โชว์
                                    4.21  เครื่องพิมพ์ดีด
                                    4.22  เครื่องโทรศัพท์ รวมถึงเครื่องโทรศัพท์ภายใน (Intercom)
                                    4.23  เครื่องโทรภาพหรือเครื่องโทรสาร (Facsimile)
                                    4.24  เครื่องถ่ายเอกสาร
                                    4.25  เครื่องอัดสำเนา
                                    4.26  เครื่องพิมพ์สำเนาระบบดิจิตอล
                                    4.27  เครื่องทำลายเอกสาร
                                    4.28  เครื่องเจาะกระดาษและเข้าเล่ม
                                    4.29  เครื่องปรับอากาศ
                                    4.30  พัดลม รวมถึงพัดลมระบายอากาศ
                                    4.31  เครื่องดูดฝุ่น
                                    4.32  ลิฟท์
                                    4.33  รถเข็น
                                    4.34  ถังเก็บน้ำ
                                    4.35  เครื่องปรุกระดาษไข
                                    4.36  เคาน์เตอร์
                                    4.37  แท่นอ่านหนังสือ
                                    4.38  ที่วางหนังสือพิมพ์
                                    4.39  เครื่องขัดพื้น
                                    4.40  ตู้โทรศัพท์หรือตู้สาขาโทรศัพท์
                                    4.41  เครื่องโทรพิมพ์
                                    4.42  โทรศัพท์เคลื่อนที่
                                    4.43  วิทยุสื่อสาร
                                    4.44  เครื่องฟอกอากาศ
                                    4.45  วิทยุติดตามตัว
                            5.  ครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง  ได้แก่
                                    5.1  รถยนต์นั่ง
                                    5.2  รถยนต์โดยสาร (รถตู้)
                                    5.3  รถบรรทุก (รถปิดอัพ)
                                    5.4  รถจักรยานยนต์
                                    5.5  รถจักรยาน
                                    5.6  เครื่องยนต์
                            6.  ครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ  (ยกเว้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า)  ได้แก่
                                    6.1  หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer)
                                    6.2  เครื่องขยายเสียง
                                    6.3  เครื่องบันทึกเสียง
                                    6.4  เครื่องรับวิทยุ
                                    6.5  เครื่องส่งวิทยุ
                                    6.6  เครื่องรับโทรทัศน์
                                    6.7  เครื่องอัดสำเนาเทป
                                    6.8  เครื่องถอดเทป
                                    6.9  วิทยุ - เทป
                                    6.10  เครื่องเล่นซีดี (Compact Disc)
                            7.  ครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่
                                    7.1  กล้องถ่ายรูป
                                    7.2  กล้องถ่ายวีดีโอ
                                    7.3  เครื่องฉายสไลด์
                                    7.4  เครื่องฉายภาพทึบแสง
                                    7.5  เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ
                                    7.6  เครื่องเทปซิงโครไนท์
                                    7.7  ไฟแวบ
                                    7.8  จอรับภาพ
                                    7.9  เครื่องฉายภาพจากสัญญาณวีดีโอ
                                    7.10  เครื่องตัดต่อภาพ
                                    7.11  โคมไฟถ่ายภาพและวีดีโอ
                            8.  ครุภัณฑ์การเกษตร
                                    8.1  เครื่องพ่นยา
                                    8.2  เครื่องสูบน้ำ
                            9.  ครุภัณฑ์โรงงาาน
                                    9.1  สว่านไฟฟ้า
                                    9.2  เครื่องเชื่อมโลหะ
                                    9.3  เครื่องตัดเหล็ก
                                    9.4  เครื่องเจียหรือตัด
                                    9.5  ไขควงไฟฟ้า
                                    9.6  กบไฟฟ้า
                            10.  ครุภัณฑ์ก่อสร้าง
                                    10.1  รถเข็น
                            11.  ครุภัณฑ์สำรวจ
                                    11.1  เทปวัดระยะ
                            12.  ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์
                                    12.1  มอนิเตอร์ (Monitor)
                                    12.2  เครื่องพิมพ์ (Printer) แบบต่าง ๆ
                                    12.3  เครื่องแปลงรหัสสัญญาณ (Modem)
                                    12.4  เครื่องถ่ายทอดสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ขึ้นจอภาพ (Projector)
                                    12.5  เครื่องปรับระดับกระแสไฟ
                                    12.6  สแกนเนอร์ (Scanner)
                                    12.7  เครื่องสำรองกระแสไฟฟ้า (UPS)
                                    12.8  เครื่องแยกกระดาษ
                                    12.9  โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอฟท์แวร์ที่มีราคาหน่วยหนึ่งเกิน 20,000 บาท
                                    12.10  อื่น ๆ
                            13.  ครุภัณฑ์งานบ้านงานครัว
                                    13.1  เครื่องกรองน้ำ
                                    13.2  เครื่องดูดควัน
                                    13.3  เครื่องตัดหญ้า
                                    13.4  ตู้เย็นตู้แช่อาหาร
                                    13.5  บันได
                                    13.6  เครื่องทำน้ำเย็น
                                    13.7  เตาอบ
                                    13.8  เตาแก๊ส
                                    13.9  เตียง
                                    13.10  ผ้าม่านพร้อมอุปกรณ์
หมายเหตุ     รายการครุภัณฑ์ใดที่มิได้ระบุไว้ในแต่ละประเภทครุภัณฑ์ หากหน่วยงานในสังกัดมีไว้ในครอบครอง  ให้กำหนดว่ารายการครุภัณฑ์
นั้น ๆ  ควรจัดอยู่ในประเภทครุภัณฑ์ใด  โดยพิจารณาตามหนังสือสำนักงบประมาณ ด่วนมาก ที่ นร 0403/ว 071  ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2540
และที่แก้ไขเพิ่มเติม  เรื่อง การจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ

หลักเกณฑ์การตีราคาทรัพย์สิน
   
                         ทรัพย์สินประเภทที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง  ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่อยู่ในความครอบครองดูแลของหน่วยงานในสังกัด
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ต้องดำเนินการตีราคาตามหลักเกณฑ์  ดังนี้
                            1.  ที่ดิน  ในส่วนที่หน่วยงานมีกรรมสิทธิ์  ให้ตีราคาตามราคาทุนที่ซื้อหรือได้มา  สำหรับที่ดิน ที่เป็นที่ราชพัสดุ  ให้ใช้ราคา
ประเมินตามเกณฑ์ของกรมธนารักษ์ตามที่ปรากฏในรายการ  ส่ง - รับ ที่ราชพัสดุ ขึ้นทะเบียน (แบบ ทบ.9)  ในกรณีมีปัญหาการประเมินราคา
ที่ดินที่เป็นที่ราชพัสดุ  ให้ประสานงานกับกรมธนารักษ์หรือสำนักงานธนารักษ์จังหวัด
                            2.  อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่นำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานให้ตีราคาโดยใช้เกณฑ์ราคาทุนในส่วนที่มีกรรมสิทธิ์
และไม่มีกรรมสิทธิ์
                            3.  ครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่จะตีราคาต้องมีราคาทุนที่ซื้อหรือได้มาในราคาต่อหน่วยหรือต่อชุด หรือต่อกลุ่มไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท
                            สำหรับอายุการใช้งานและอัตราค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้ใช้ตามหลักเกณฑ์ตารางอายุการใช้งานและราคา
อัตราค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
                            ทรัพย์สินรายการใดที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพแล้วไม่ต้องตีราคา  แต่ต้องมีบันทึกรายการในทะเบียนให้ครบ
ทุกรายการ

วิธีการตีราคาทรัพย์สิน
                            วิธีการตีราคาครุภัณฑ์ อุปกรณ์ อาคารและสิ่งปลูกสร้างให้ดำเนินการดังนี้
                            1.  อาคารและสิ่งปลูกสร้างให้ตีราคาตามราคาทุนที่ซื้อหรือได้มา  และคำนวณค่าเสื่อมราคาด้วย วิธีเส้นตรงตามจำนวนปีที่คาดว่า
จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ อาคารและสิ่งปลูกสร้างรายการใดที่ไม่อยู่ในวิสัยที่จะค้นหาราคาทุนเพื่อตีราคาได้  ให้คำนวณหามูลค่า
อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างด้วยวิธีการหาพื้นที่ใช้ประโยชน์แล้วคูณด้วยราคาค่าก่อสร้างต่อตารางเมตรตามบัญชีหมายเลข 18 บัญชี 5 ของกรมธนารักษ์
ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 3  เมื่อได้มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างแล้วให้คำนวณค่าเสื่อมราคาด้วยวิธีเส้นตรงเพื่อหามูลค่าทรัพย์สินเพื่อบันกทึกควบคุม
เช่นเดียวกับข้อ 2.1  อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างรายการใดที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว  แต่ได้ปรับปรุงซ่อมแซมจนสามารถใช้งาน
ต่อไปได้อีก ให้ถือราคาทุนที่ปรับปรุงและอายุการใช้งานที่จะใช้ต่อไปได้เป็นเกณฑ์ในการตีราคา
                            2.  การตีราคาทรัพย์สินประเภทครุภัณฑ์และอุปกรณ์  เพื่อหาราคาสุทธิทางบัญชีเพื่อบันทึกควบคุมในระบบบัญชีเกณฑ์คงค้าง
หรือเพื่อเตรียมการไว้ดำเนินการทางบัญชีในปีต่อไป  ให้ตีราคาเฉพาะครุภัณฑ์ อุปกรณ์ที่ซื้อหรือได้มาไม่เกิน 5 ปี คือตั้งแต่ปีงบประมาณ
พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา  โดยให้คำนวณค่าเสื่อมราคาด้วยวิธีเส้นตรงเพื่อหามูลค่าสุทธิที่จะต้องแสดงในงบการเงินตามระบบบัญชีเกณฑ์คงค้าง
                            การตีราคาทรัพย์สินเพื่อให้ได้มูลค่าสุทธิของทรัพย์สินที่จะใช้ในการบันทึกบัญชีทรัพย์สิน ตามหลักบัญชีเกณฑ์คงค้างที่
กระทรวงการคลังจะได้มีการปรับเปลี่ยนในระยะต่อไปนั้น  จะดำเนินการได้เมื่อทรัพย์สินนั้นมีข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญเพื่อประโยชน์
ในการตีราคาครบถ้วน  โดยเฉพาะวัน เดือน ปี ที่ได้รับทรัยพ์สินนั้นมา และราคาทุนของทรัพย์สิน
                            ขั้นตอนการตีราคาทรัพย์สิน
                            1.  ราคาของทรัพย์สินต่อหน่วยหรือต่อชุดหรือต่อกลุ่มต้องมีราคาไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท
                            2.  ให้หน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  ใช้เกณฑ์ตามตารางอายุการใช้งานและอัตราค่าเสื่อมราคา
ที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกำหนด
                            3.  กรณีราคาทุนและระยะเวลาที่ได้มาของทรัพย์สินที่ได้สำรวจไว้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ 1 และ 2 ดังนี้
                                    3.1  กรณีราคาทุนของทรัพย์สินไม่ถึง 30,000 บาท หรือหมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ไม่ต้องตีราคา
ทรัยพ์สินดังกล่าว  แต่ให้บันทึกรายละเอียดข้อมูลของทรัพย์สินนั้นในแบบทะเบียนคุมทรัพย์สินที่กำหนดใหม่แทนทะเบียนคุมครุภัณฑ์เดิม
                                    3.2  กรณีทรัพย์สินมีราคาทุนสูงกว่าหรือเท่ากับ 30,000 บาท และยังมีอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพเหลืออยู่
ให้ดำเนินการดังนี้
                                            3.2.1  คำนวณค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินนั้นด้วยวิธีเส้นตรง ตามสูตรการคำนวณ  ดังนี้
                                                            ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน / ปี        =                ราคาทุนของทรัพย์สิน
                                                                                                                        อายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
                                            3.2.2  คำนวณค่าเสื่อมราคาสะสมดังนี้
                                                            ค่าเสื่อมราคาสะสม                   =    ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน/ปี x อายุการใช้งานที่ผ่านมา
                                                                                                                     จนถึงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2544
                                            3.2.3  คำนวณหามูลค่าสุทธิดังนี้
                                                            มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ                 =    ราคาทุน - ค่าเสื่อมราคาสะสม
                            4.  พิจารณาราคาสุทธิของทรัพย์สินที่ได้ว่าต่ำกว่า 30,000 บาทหรือไม่  ถ้าต่ำกว่า  ทรัพย์สินรายการดังกล่าว  ไม่ต้องบันทึกบัญชี
ทรัพย์สินในระบบบัญชีที่จะปรับเปลี่ยนเป็นเกณฑ์คงค้าง  แต่ต้องบันทึกรายละเอียดข้อมูลของทรัยพ์สินในทะเบียนคุมทรัพย์สินตามแบบที่
กำหนดใหม่แทนรูปแบบเดิม
                            5.  ทรัพย์สินประเภทที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ  ไม่ต้องตีราคา
                            ราคาทุนของทรัพย์สิน  หมายถึง  ราคาทุนที่จัดซื้อจากเงินงบประมาณ  เงินนอกงบประมาณ  เงินบริจาค  เงินช่วยเหลือ
หรือเงินอื่น ๆ และรวมค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นสามารถใช้งานได้  เช่น เครื่องปรับอากาศพร้อมค่าติดตั้ง
                            อายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ  หมายถึง  ระยะเวลาที่คาดว่าส่วนราชการจะได้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น
(หลักเกณฑ์ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกำหนด)
                            ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน  หมายถึง  การปันส่วนต้นทุนของทรัพย์สินถาวรอย่างเป็นระบบตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์
                            ทรัพย์สินที่จัดซื้อหรือได้มา  ก่อนวันที่ 15  ของเดือนให้เริ่มคำนวณค่าเสื่อมราคาตั้งแต่วันแรกของเดือนนั้น  เช่น รับของวันที่
8 ของเดือนมีนาคม 2545  ให้คำนวณค่าเสื่อมราคา  ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2545 เป็นต้นไป
                            ทรัพย์สินที่จัดซื้อหรือได้มา  หลังวันที่ 16 ของเดือนให้เริ่มคำนวณค่าเสื่อมราคาตั้งแต่วันแรกของเดือนถัดไป  เช่น  รับของ
วันที่ 20 มีนาคม 2545  ให้คำนวณค่าเสื่อมราคาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545  เป็นต้นไป
                            มูลค่าสุทธิของทรัพย์สิน  หมายถึง  ราคาทุนของทรัพย์สิน  หัก  ค่าเสื่อมราคาสะสม  อนึ่ง มูลค่าทรัพย์สินเมื่อครบกำหนด
อายุการใช้งานตามเกณฑ์ที่กำหนด  ทรัพย์สินนั้นจะมีมูลค่าสุทธิ  =  0  หากยังคงสภาพการใช้งานต่อไปได้อีก  ให้คงมูลค่าสุทธินั้น  =  1 บาท
หรือหมดความจำเป็นให้จำหน่าย ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
                            ราคายุติธรรม  หมายถึง  ราคาทรัพย์สินที่เป็นกลางสามารถซื้อและขายได้ในท้องถิ่น

ตัวอย่างการตีราคาทรัพย์สิน
   
                         สมมติ  ข้อมูลในทะเบียนคุมครุภัณฑ์ระบุรายการเครื่องแยกกระดาษมูลค่า 100,000 บาท  ซื้อมาเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2542
อายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ  3 ปี

ขั้นตอนการดำเนินการ
   
                         1.  ราคาทุนของเครื่องแยกกระดาษ  100,000 บาท  เกินเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 30,000 บาท  รายการดังกล่าวจึงต้องมีการตีราคา
ทรัพย์สิน
                            2.  อายุการใช้งานตั้งแต่ 3 กันยายน 2542 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2544  เป็นระยะเวลา 2 ปี  1 เดือน  ซึ่งยังอยู่ในช่วงเวลาการใช้งาน
อย่างมีประสิทธิภาพ (การคำนวณอายุการใช้งานของทรัพย์สินที่ได้รับในระหว่างเดือนให้ถือเสมือนหนึ่งว่าได้สินทรัพย์นั้นมาตั้งแต่ต้นเดือน)
                            3.  คำนวณค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินด้วยวิธีเส้นตรงเป็นดังนี้
                                        ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์/ปี            =              ราคาทุนของทรัพย์สิน
                                                                                                    อายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
                                                                                            =        100,000
                                                                                                            3
                                                                                            =        33,333.33  บาท/ปี
                                        ค่าเสื่อมราคา 2 ปี  1 เดือน           =        33,333.33 x 2 + (33,333.33 x 1/12)
                                                                                            =        69,444.42  บาท
                                        มูลค่าสุทธิของทรัพย์สิน             =        100,000 - 69,444.42
                                                                                            =        30,555.58  บาท

หมายเหตุ        ครุภัณฑ์อุปกรณ์ที่ซื้อหรือได้มาก่อนปี พ.ศ. 2540  ไม่ต้องตีราคาแต่ต้องบันทึกควบคุมในทะเบียนคุมทรัพย์สินตามแบบที่กำหนด
ทุกรายการ
                            ส่วนครุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่สูญหายให้ส่วนราชการดำเนินการตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2534
และตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม


เมนูหลัก