E-Mail : kasamvar@emisc.moe.go.th   

...    

  

   

          
          วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๖ เป็นวันครบรอบวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการปีที่ ๑๑๑ จึงขอนำสารที่ดิฉันได้เขียนลงในหนังสือที่ระลึก นำเรียนท่านผู้อ่านดังนี้
 

สารปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

***************************

          ปีที่ ๑๑๑ เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ของกระทรวงศึกษาธิการ

          การศึกษาภาคบังคับได้ขยายจาก ๖ ปีเป็น ๙ ปี เพื่อประคับประคองรองรับเด็กและเยาวชนไทยที่ยังตกหล่นอยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือมีข้อจำกัดที่สืบเนื่องมาจากความยากจน  ภาระในครอบครัวหรือความบกพร่องทางกายและใจ

          เด็กและเยาวชนไทยทุกคนได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพื่อเข้ารับการศึกษา ๑๒ ปี อย่างเท่าเทียมกัน

          หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับการพัฒนาและนำสู่การปฏิบัติในทุกโรงเรียน

          ครูไทยได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน  และยกระดับวิชาชีพ

          โรงเรียนทุกโรงเข้าสู่ระบบประกันคุณภาพ

          ผู้ปกครองและชุมชน มีโอกาสเข้าร่วมในการบริหารจัดการ ในฐานะคณะกรรมการสถานศึกษา

          โครงสร้างของกระทรวงได้รับการปรับเปลี่ยนให้มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่และสถานศึกษา หลอมรวมทบวงมหาวิทยาลัย และสำนักงานสภาการศึกษาแห่งชาติให้อยู่ภายใต้การบริหารการจัดการเดียวกัน   เพื่อเชื่อมรอยต่อระหว่างการศึกษาระดับต่าง ๆ และระหว่างหน่วยนโยบายและหน่วยปฏิบัติ

          สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้คงมิใช่เป็นผลจากอำนาจแห่งกฎหมายเพียงอย่างเดียว  แต่ย่อมต้องอาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้สั่งสมภายในกระทรวงศึกษาธิการตลอดระยะเวลา ๑๑๑ ปี ที่ผ่านมา

          จึงขอให้เพื่อนข้าราชการมีความภาคภูมิใจในบทบาทที่สำคัญยิ่งในการวางรากฐานการพัฒนาของประเทศ และให้ตระหนักในพันธกิจที่ยิ่งใหญ่ที่จะต้องพลิกโฉมการศึกษา   เพื่อให้ประชากรไทยได้รู้เท่าทันและสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

 

          พร้อมกับขอประชาสัมพันธ์หนังสือที่ระลึก ซึ่งมีความหนาถึง ๓๒๐ หน้าว่า มีบทความที่น่าอ่านน่าศึกษามากมาย  เช่น บทความเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  “ประทีปแห่งการศึกษาไทย  ดวงใจทั่วหล้า”  วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการศึกษาของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี  คำอธิษฐานจากครรภ์มารดาสู่การศึกษาขั้นพื้นฐานของท่านที่ปรึกษากระทรวงศึกษาธิการ  (รศ.บุญนำ ทานสัมฤทธิ์และนานาทัศนะจากอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

           ท่านผู้อ่านที่สนใจติดต่อขอแผ่นซีดีหรือเปิดดูได้จาก www.moe.go.th ๒ สัปดาห์จากนี้ไป

           สำหรับอนาคตของกระทรวงศึกษาธิการในปีที่ ๑๑๒ คงจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวในการพิจารณา พ...บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ   ที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่รับหลักการในประเด็นที่วุฒิสภาได้กำหนดให้เขตพื้นที่การศึกษาเป็นนิติบุคคลและมีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมในฝ่ายรัฐบาลได้แต่งตั้ง  นายจำลอง  ครุฑขุนทด   นายสุทิน   คลังแสง   นายเกรียงไกร  ไชยมงคล   นายวิทยา  ทรงคำ  นางบุญรื่น  ศรีธเรศ   นายสุเทพ  ใสกระจ่าง   นายพายัพ  ปั้นเกตุ  นายสุรสิทธิ์  นิติวุฒิวรรักษ์ และนายประชาธิปไตย คำสิงห์ เป็นผู้แทน คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาไม่ต่ำกว่า  ๒ สัปดาห์

          กองนิติการ สป. ได้จัดทำเอกสารเพื่อนำเสนอเหตุผลที่ยังไม่สมควรให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีฐานะเป็นนิติบุคคลไว้ ๗ ประการ ในเรื่องความไม่เป็นเอกภาพทางนโยบายในการจัดการศึกษาของชาติ  ความไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูประบบราชการและการศึกษา  ความไม่ยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดจำนวนเขตพื้นที่  การลดความเข้มแข็งของสถาศึกษา การเกิดนิติบุคคลซ้อนกันในหน่วยงานเดียวกัน อุปสรรคในการบริหารงบประมาณและบุคคล และข้อจำกัดในการถ่ายโอนสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ท่านที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดท้ายบทความนี้

          สัปดาห์นี้ตลอดสัปดาห์ได้มีการประชุมชี้แจง เรื่อง พ...การศึกษาภาคบังคับ  ซึ่งสาระสำคัญหาอ่านได้จาก www.moe.go.th/webld/index.html  กระทรวงได้ฝากผู้บริหารให้เร่งรัดดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้

              . ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาภาคบังคับ ตลอดจนกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งขณะนี้มีเรื่อง การนับอายุ  การแบ่งระดับการศึกษา แต่ต่อไปจะมีเรื่องการจัดการศึกษาโดยครอบครัวหรือการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนรู้ในแหล่งประกอบการ

              . การทำความชัดเจนในเรื่องข้อมูล ตั้งแต่

       ๑) การสะสางข้อมูลที่ยังไม่ตรงกันระหว่างหน่วยงานภายในจังหวัดให้สอดคล้องกันและให้เป็นปัจจุบัน

         ในประเด็นนี้ดิฉันต้องขออภัยทีมงานสระบุรีที่ได้กล่าวในคำบรรยายเรื่อง การศึกษาภาคบังคับ ที่มีการถ่ายทอดสดว่า สระบุรีมีอัตราการเรียนต่อ ม.๑ เพียงร้อยละ ๗๗ เพราะข้อมูลที่รายงานมายังสำนักนโยบายและแผนฯ ไม่เป็นปัจจุบัน ตรวจสอบแล้วพบว่า สูงถึงร้อยละ ๙๗ 

       ๒) การจัดทำหรือปรับปรุงสำมะโนนักเรียนให้เป็นปัจจุบัน รวมทั้งการเจาะลึกเข้าไปในพื้นที่ที่อาจตกหล่นจากการสำรวจในอดีต ทั้งนี้ อาจขอความร่วมมือจากตำรวจตะเวนชายแดน

       ๓) การวิเคราะห์พื้นที่และกลุ่มที่มีอัตราการเรียนต่อต่ำ เพื่อดูแลแก้ปัญหาเป็นพิเศษ และ        

       ) การเร่งจัดทำข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคลโดยใช้เลขประจำตัว ๑๓ หลัก ซึ่งจะช่วยในการติดตามการศึกษาต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

               . การวางแนวทางจัดสรรโอกาสให้แก่นักเรียน ซึ่งได้แก่ การจัดทำแผนที่กำหนดจุดให้บริการการศึกษาและการเสนอแนวทางที่จะเข้าถึงกลุ่มตกหล่นไม่ได้รับการศึกษา ให้ได้เรียนต่อหรือออกกลางคันให้ได้รับโอกาสทุกคนด้วยวิธีการและรูปแบบที่เหมาะสม  ทั้งนี้เพราะ พ..ฉบับนี้ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับเด็กและเยาวชนคนใดที่มีอายุย่างเข้าปีที่ ๗ จนถึงย่างเข้าปีที่ ๑๖ ที่จะไม่เข้าเรียน

              . การวางระบบกำกับ ติดตาม ดูแลและงานวิจัย โดยผู้ทำงานจะถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการออกบัตรประจำตัวให้ไปติดตาม ตรวจสอบในแหล่งประกอบการและในสถานที่ต่าง ๆ

              ... การศึกษาภาคบังคับฉบับนี้ถือว่า เป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาที่จะส่งผลต่อเด็กและเยาวชนไทยโดยตรง จึงหวังใจว่า เพื่อนครูอาจารย์ทุกคนจะได้ให้ความสนใจ ท่านรองฯ ทองอยู่ ฝากกำชับมาว่า หลายโรงเรียนที่ท่านได้ไปพบ เข้าใจว่า พ...การศึกษาภาคบังคับเน้นเฉพาะการเรียนต่อ ป..๑ เท่านั้น ขอเรียนย้ำว่า ครอบคลุมการศึกษาทั้ง ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น ที่จะต้องช่วยให้นักเรียนได้เข้าเรียนและเรียนต่ออย่างต่อเนื่องจนจบ

               เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๔๖ ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสติดตามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไปเยี่ยมค่ายโครงงานสาระวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่ศูนย์ฝึกอบรมและสัมมนา สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ เกาะสีชัง ชลบุรี เป็นโครงการที่ได้รับความสนับสนุนจากคณะกรรมการ ว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมโดยมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Eye on the Ocean : Bringing to  the Classroom มีวัตถุประสงค์ที่จะให้นักเรียนได้มีความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทางทะเล สามารถนำโครงงานและนำไปวิเคราะห์แก้ปัญหาในท้องถิ่น ทั้งยังเป็นตังอย่างให้อาจารย์นำไปขยายผล

              มีโรงเรียนในภาคตะวันออกที่โชคดีเข้าร่วมโครงการ ๑๘ โรงเรียน โดยมีอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักเรียนได้เรียนรู้ใน ๕ เรื่องคือ ฟิสิกส์ในทะเล เคมีในทะเล ระบบนิเวศในทะเล กระบวนการชายฝั่งและพื้นท้องทะเล และประโยชน์และผลกระทบจาการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ดังผังมโนทัศน์ที่นำเสนอข้างล่างนี้

             ในไม่ช้าไม่นาน กรมวิชาการจะได้ร่วมกับคณาจารย์ผู้จัดการอบรมจัดทำหลักสูตร สื่อ เพื่อเผยแพร่ ตลอดจนการจัดการฝึกอบรมแก่โรงเรียนที่สนใจ

             น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสฟังโครงการทั้งหมด แต่เพียง ๒ โครงการที่ได้ฟังก็ให้รู้สึกประทับใจ กล่าวคือ โครงการผักบุ้งทะเลของนักเรียนจากโรงเรียนชะอำคุณหญิงเนื่องบุรี ศึกษาองค์ประกอบของผักบุ้งทะเล ที่ชาวบ้านจะนำมาแก้พิษจากแมงกะพรุนพบว่า มีสาร Histamine จากนั้นได้นำมาผลิต ขี้ผึ้ง ตลอดจนยาทาตัวจากผักบุ้งทะเล โรงเรียนพลูตาหลวงวิทยา ทำโครงการเพาะเลี้ยงปะการัง โดยนำเศษปะการังหูกวางที่แตกเกยฝั่งมาต่อกันและเสียบไว้กับข้อต่อท่อ PVC เพื่อเป็นลำต้นให้ปะการังงอกและต่อยอด พบว่า สามารถงอกได้เกือบครึ่งฟุตในระยะเวลาหนึ่งปี แต่ที่สำคัญคือ นักเรียนทุกคนที่เข้าโครงการคงร่วมแรงร่วมใจ ดูแลรักษาปะการังสืบเนื่องตลอดชีวิต

             ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสนใจแก่โครงการนี้เป็นอย่างมากและมอบนโยบายให้ขยายผลไปยังโรงเรียนริมฝั่งทะเลทั้งหมด โรงเรียนที่สนใจติดตามข่าวคราวได้

             ในสัปดาห์นี้คงมีสิ่งละอันพันละน้อยมานำเสนอเพียงแค่นี้ และขอเชิญชวนให้แวะไปเยี่ยมชมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๑ ระหว่างวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๖ ถึงวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๖ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

                                                             นางกษมา  วรวรรณ ณ อยุธยา

                                                               ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

 

 

 

 สาระสำคัญพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ  พ..๒๕๔๕

พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ มีผลใช้บังคับเมื่อไร ?

-    วันที่ ๑  มกราคม  ๒๕๔๖ เป็นต้นไป

กฎหมายการศึกษาภาคบังคับฉบับใหม่ เกิดขึ้นจากหลักการและเหตุผลใด  ?

-    จากกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ มาตรา ๑๗ ที่กำหนดให้มีการศึกษาภาคบังคับเก้าปี โดยให้เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดเข้าเรียนในสถานศึกษา

การศึกษาภาคบังคับ  หมายความว่าอย่างไร  ?

-    การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้า ของการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เมื่อมีกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับฉบับใหม่ใช้แล้ว มีผลอย่างไร  ?

-    การศึกษาภาคบังคับ  เปลี่ยนจาก เดิม ๖ ปี  เป็น    ปี

-    การให้เด็กเข้าเรียน จากเดิมอายุย่างเข้าปีที่แปด เป็น อายุย่างเข้าปีที่เจ็ด

-    ยกเลิกพระราชบัญญัติประถมศึกษา ๒๕๒๓

. มีเจตนารมย์เพื่อใคร  ?

-    เพื่อให้เด็กอายุย่างเข้าปีที่เจ็ด จนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (การนับอายุนับตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนับอายุ โดยนับตามปีปฎิทิน เมื่ออายุย่างเข้าปีที่ ๗ เช่น เด็กเกิดปี พ..๒๕๓๙ +   ปีที่เข้าเรียนในสถานศึกษา คือ ปีการศึกษา ๒๕๔๖)

. บังคับใคร  ?

-    ผู้ปกครอง

-    บุคคลทั่วไปสถานประกอบการ

-    เจ้าหน้าที่ของรัฐ

. ผู้ปกครองคือใคร บังคับอย่างไร ?

          ผู้ปกครอง หมายถึง

-    บิดา มารดา หรือบิดา หรือมารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง

-    ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์

-    บุคคลที่เด็กอยู่ด้วยเป็นประจำ หรือที่เด็กอยู่รับใช้การงาน

บังคับอย่างไร

-    ให้ส่งเด็กที่อยู่ในความปกครอง  ซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงย่างเข้าปีที่สิบหก เข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

-    หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

. บุคคลทั่วไป หมายถึงใคร ? และบังคับอย่างไร ?

          บุคคลทั่วไป หมายถึง

-     บุคคลที่มีเด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก  และยังไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศัยอยู่ด้วย

-    รวมถึงสถานประกอบการต่าง ๆ ที่มีเด็กซึ่งอยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับอยู่ด้วย

                      บังคับอย่างไร

-     แจ้งให้สำนักงานเขตพื้นที่ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันที่มีเด็กมาอาศัยอยู่ด้วย

-     อำนวยความสะดวกให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ที่ตนถือครอง    เพื่อตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็ก

                     หากฝ่าฝืน

-     ไม่แจ้งตามที่กฎหมายกำหนดหรือแจ้งเท็จหรือกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้เด็กมิได้เรียนในสถานศึกษา มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

-     ผิดกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายอาญา  กฎหมายแรงงาน เป็นต้น

. เจ้าหน้าที่ของรัฐ  หมายถึงใครและบังคับอย่างไร  ?

          เจ้าหน้าที่ของรัฐ  หมายถึง

-     ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจหรือได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กฎหมายกำหนด

                     บังคับอย่างไร

-    ดำเนินการให้เด็กที่อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับได้เข้าเรียนในสถานศึกษา

                     หากฝ่าฝืน

-    โทษทางวินัย

-    โทษตามกฎหมายอื่น ๆ

๑๐. รัฐมีการส่งเสริมและตรวจสอบอย่างไร

-    ให้คณะกรรมการเขตพื้นที่ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเด็กเข้าเรียน และแจ้งให้ผู้ปกครองทราบก่อนเด็กเข้าเรียนในสถานศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ปี

-    จัดสรรโอกาสให้เด็กเข้าเรียน

-    ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็กในสถานที่ใด ๆ ที่เห็นว่ามีเด็กไม่ได้เข้าเรียน

๑๑พนักงานเจ้าหน้าที่ มาจากไหน และจะรู้ได้อย่างไร

-     พนักงานเจ้าหน้าที่ คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งงตั้ง ซึงจะมีบัตรประจำตัวกำกับไว้ให้รู้

           ๑๒. ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ให้คณะกรรมการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร คณะกรรมการการประถมศึกษาอำเภอ / กิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี ทำหน้าที่แทนคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา และให้สำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สำนักงานประถมศึกษาอำเภอ/กิ่งอำเภอ ทำหน้าที่แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

 

 

        ๑. ความไม่เป็นเอกภาพทางนโยบายในการจัดการศึกษาของชาติ

                 กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ  มุ่งประสงค์ให้การจัดระบบและ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษามีเอกภาพด้านนโยบาย หากให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นนิติบุคคลก็จะมีอิสระในการกำหนดนโยบายด้านการศึกษาที่มีความหลากหลาย ไม่เป็นเอกภาพตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

           . ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูประบบราชการและการศึกษา

                 การปฏิรูประบบราชการมีเจตนารมณ์ที่จะลดความเป็นนิติบุคคลของส่วนราชการ โดยการยุบและหลอมรวมกรมต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกันหรือสอดคล้องสัมพันธ์กันเข้าเป็นหน่วยงานเดียวกัน

                การที่จะให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นนิติบุคคล จำนวน ๑๗๕ นิติบุคคล เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ ๕ นิติบุคคล จึงเป็นการเพิ่มส่วนราชการซึ่งไม่สอดคล้องกับการปฏิรูประบบราชการ ประกอบกับในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. ๒๕๔๒  ไม่ได้ระบุให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นนิติบุคคลแต่อย่างใด 

            . ไม่เกิดความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดจำนวนเขตพื้นที่การศึกษา

                  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. ๒๕๔๒  ระบุให้ รัฐมนตรีประกาศกำหนดเขตพื้นที่การศึกษาโดยคำแนะนำของสภาการศึกษา ถ้าดำเนินการไประยะหนึ่งเห็นว่าจำนวนเขต พื้นที่การศึกษาที่ประกาศไปยังไม่มีความเหมาะสมด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตามย่อมสามารถประกาศ  จัดตั้งเพิ่ม ยุบหรือรวมจำนวนเขตพื้นที่การศึกษาได้ แต่ถ้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีฐานะเป็นนิติบุคคลแล้วการเพิ่ม ยุบหรือรวมจำนวนเขตพื้นที่การศึกษา ต้องใช้ขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมายที่ยุ่งยากมากขึ้น

              . สำนักงานเขตพื้นที่เป็นนิติบุคคล ทำให้สถานศึกษาขาดความเข้มแข็ง

                    กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นหน่วยงานเครือข่ายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำหน้าที่ส่งผ่านนโยบายจากส่วนกลางไปสู่สถานศึกษาโดยการส่งเสริมสนับสนุนและประสานงานการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ให้สถานศึกษาเกิดความเข้มแข็งสามารถบริหารและจัดการศึกษาได้โดยยึดสถานศึกษาเป็นฐาน (School  base management)   ดังนั้น หากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นนิติบุคคลแล้ว จะทำให้เจตนารมณ์เรื่องการบริหารจัดการศึกษาโดยยึดสถานศึกษาเป็นฐาน (School  base management) อ่อนด้อยลง

              เกิดนิติบุคคลซ้อนนิติบุคคลในหน่วยงานเดียวกัน

                     การจัดโครงสร้างส่วนราชการในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นหน่วยงานภายในหรือเครือข่ายซึ่งเป็นหน่วยงานในส่วนกลาง ฉะนั้นการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นนิติบุคคลทำให้เกิดสภาพความซ้ำซ้อนของนิติบุคคลซ้อนนิติบุคคลในหน่วยงานเดียวกัน

              . เกิดข้อจำกัด/อุปสรรคในการบริหารงบประมาณและการบริหารงานบุคคล

ในระยะเริ่มแรกของการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษา แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาจะมีแตกต่างกันในเรื่องบุคลากร งบประมาณ ทรัพยากร วัสดุครุภัณฑ์ โดยเฉพาะเขตพื้นที่การศึกษาในเขตอำเภอเมืองจะมีความพร้อมมากกว่าเขตพื้นที่การศึกษาที่ห่างไกล กระทรวงศึกษาธิการมุ่งประสงค์จะให้เขตพื้นที่การศึกษามีความพร้อมอย่างทัดเทียมกัน โดยมีแนวคิดในการเกลี่ยหรือถ่ายโอนบุคลากรหรือทรัพยากรต่าง ๆ ในเขตพื้นที่การศึกษาที่มีความพร้อมสูงไปช่วยเหลือเขตพื้นที่การศึกษาที่ขาดความพร้อมหรืออ่อนแอกว่า และหากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีฐานะเป็นนิติบุคคลแล้วการดำเนินการในการเกลี่ยหรือถ่ายโอนบุคลากรหรือทรัพยากรต่าง ๆ ในระยะเริ่มแรกและระยะต่อ ๆ ไปจะดำเนินการได้ยากส่งผลให้เกิดช่องว่างเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาระหว่างเขตพื้นที่การศึกษามากยิ่งขึ้น

              . ก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการถ่ายโอนสถานศึกษาไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

                    การเป็นนิติบุคคลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อาจก่อให้เกิดปัญหาการถ่ายโอนสถานศึกษาไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่างต้องการที่จะคงสถานภาพและอำนาจองค์กรของตนเองไว้

 

 กลับหน้าแรกกระทรวงฯ
Copyright & copy : ๒๐๐๓ MOENet Thailand Service
แหล่งข้อมูล/รวบรวม เรียบเรียง : นายปัญญา  บูรณะนันทสิริ
กลุ่มช่วยอำนวยการและประสานราชการ
ปรับปรุงข้อมูล : ๑ เมษายน  ๒๕๔๖
พัฒนา และนำเสนอ :  น.ส.นิภา แย้มวจี
กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล  กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. ๐ ๒๒๘๑  ๙๘๐๙, ๐ ๒๖๒๘  ๕๖๔๓-๔๔  โทรสาร ๐ ๒๒๘๒  ๙๒๔๑