การใช้โปรแกรม Telnet ขั้นพื้นฐาน
( Telnet )

        

                 ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมักมีความต้องการใช้โปรแกรมหรือข้อมูลซึ่งเก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น  นอกเหนือไปจากเครื่องที่ใช้งานอยู่ด้วยสาเหตุหลาย ๆ ประการนับตั้งแต่โปรแกรมที่ต้องการใช้งานนั้น ไม่สามารถทำงานภายใต้คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่โดยตรง  เป็นต้นว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานเป็นเครื่องพีซีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ เอ็มเอสดอส แต่ต้องการใช้โปรแกรมซึ่งทำงานด้วยระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ หรือเครื่องที่ใช้งานมีสมรรถนะไม่เพียงพอ ตามที่โปรแกรมต้องการเช่นมีหน่วยความจำไม่พอเพียง  เนื้อที่ใช้เก็บข้อมูลจำกัด หรือมีความเร็วในการประมวลผลต่ำ  เป็นต้น
            
เพื่อเอาชนะอุปสรรคดังกล่าวระบบจึงควรมีเครื่องมือให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปขอใช้บริการจาก เครื่องอื่นที่อยู่ในเครือข่าย และให้เครื่องนั้นทำหน้าที่ประมวลผลงาน โดยผู้ใช้ป้อนคำสั่งผ่านคอมพิวเตอร์ของตัวเอง  แล้วจึงส่งผลลัพธ์กลับมาแสดงบนหน้าจอ กลไกการทำงานในรูปแบบนี้เรียกว่าการขอเข้าใช้ระบบจากระยะไกล  ในอินเทอร์เน็ตมีโปรแกรมหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ให้บริการ เข้าใช้ระบบจากระยะไกลและรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของโปรแกรม เทลเน็ต  (Telnet)  นอกไปจากการใช้  Telnet   เพื่อขอเข้าใช้ระบบ จากระยะไกลซึ่งผู้ใช้จำเป็นต้องมีชื่อบัญชี บนเครื่องที่ขอเข้าใช้อยู่ก่อน    ก็ยังมีบริการสาธารณะอีกมากมายในอินเทอร์เน็ตที่สามารถ ใช้บริการด้วย Telnet     โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้บนโฮสต์นั้น ตัวอย่างของบริการนี้ได้แก่การค้นข้อมูลจากกระดานข่าว (Bulletin  Board  System) การค้นหาเซอร์ฟเวอร์เก็บแฟ้มข้อมูลด้วยโปรแกรมอาร์ชี (Archie)และบริการโกเฟอร์(Gopher) เป็นต้น

        1 รู้จักกับเทลเน็ต (Telnet)
        
เทลเน็ตเป็นโปรแกรมประยุกต์สำหรับการเข้าใช้ระบบจากระยะไกลเทลเน็ตช่วยให้ผู้ใช้ในอินเทอร์เน็ตนั่ง ทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง   แล้วเข้าไปใช้เครื่องอื่นที่อยู่ในที่ต่าง ๆ ภายในเครือข่าย เครื่องที่ขอเข้าใช้อาจจะเป็นเครื่องที่อยู่ภายในห้องเดียวกันหรือในตึกเดียวกัน  หรือแม้กระทั่งเครื่องใด ๆ ทั่วทุกมุมโลกที่เชื่อมต่อเป็นส่วนหนึ่งของ อินเทอร์เน็ตอยู่ การเข้าใช้ระบบใด ๆ ด้วยเทลเน็ตให้เรียกใช้โดยการพิมพ์คำสั่ง Telnet   ตามด้วยชื่อโฮสต์ หรือเลขที่อยู่ไอพีของโฮสต์นั้นตามรูปแบบคำสั่ง

telnet  [ชื่อโฮสต์  หรือ  เลขที่อยู่ไอพี]

            เช่นคำสั่ง  telnet  emisc.moe.go.th    

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการขอใช้โฮสต์   moe.go.th (MOENet) 

        2 การใช้โปรแกรม Telnet

1. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอค่อน Telnet
2.
จะปรากฏหน้าต่างโปรแกรมขึ้นมา
3. 
คลิกที่เมนู Connect เพื่อติดต่อไปยังศูนย์บริการ
4. 
เลือกคำสั่ง Remote System….. พิมพ์ ชื่อโฮล์ต หรือ IP Address ของศูนย์บริการเช่น emisc.moe.go.th 
        การเข้าใช้ยูนิกซ์มีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า Login  ยูนิกซ์จะแสดงข้อความว่าพร้อมที่จะรับการเข้าสู่ระบบโดยแสดงเครื่องหมาย Login : ที่จอภาพดังรูป
             ที่เครื่องหมาย
Login : ผู้ใช้ต้องป้อนชื่อบัญชี แล้วกด Enter จากนั้นให้ใส่รหัสผ่านอีกขั้นหนึ่ง (จะไม่เห็นรหัสผ่าน) เสร็จแล้วให้กด Enter หากตรวจสอบแล้วว่าถูกต้อง ก็จะมีเครื่อง $ ซึ่งถือว่าได้เข้าใช้งานระบบแล้ว

            ตัวอย่างข้างต้นแสดงการใช้  Telnet  ต่อ  เชื่อมไปยังโฮสต์  emisc.moe.go.th เมื่อโปรแกรมตรวจพบโฮสต์ก็ต่อระบบเข้ากับโฮสต์  และรอให้ป้อนชื่อบัญชีผู้ใช้กับรหัสผ่าน ตาม ขั้นตอนเช่นเดียวกับการเข้าใช้ระบบโดยปกติ  ต่อจากนั้นผู้ใช้จะสามารถใช้คำสั่ง ที่มีอยู่บนโฮสต์นั้นเสมือนว่าได้นั่งทำงานอยู่ที่โฮสต์นั้นโดยตรง เมื่อออกจากระบบด้วยคำสั่ง logout ก็จะจบการเชื่อมต่อกับโฮสต์ และกลับมาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเองที่จุดเดิมก่อนการเรียกใช้  Telnet
 
       3
เทลเน็ตทำงานได้อย่างไร
        
เทลเน็ตเป็นโปรแกรมที่ใช้โปรโตคอลเทลเน็ต   ซึ่งเป็นโปรโคอลส่วนหนึ่งของทีซีพี/ไอพี (TCP/IP) รูปแบบการเชื่อมต่อจะเป็นไปตามแบบ ไคลเอ็นต์-เซอร์ฟเวอร์ (Client-Server) โดยคอมพิวเตอร์ระยะไกล ทำหน้าที่เป็นเซอร์ฟเวอร์  และให้บริการจากเครื่องไคลเอ็นต์ ที่เรากำลังใช้งานอยู่   เมื่อใช้คำสั่ง   Telnet  จากเครื่องไคลเอ็นต์  จะมีการทำงานเกิดขึ้นเป็นขบวนการดังต่อไปนี้

              เครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นเซอร์ฟเวอร์สามารถให้บริการกับเครื่องไคลเอ็นต์หลากชนิด โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นเครื่องชนิดเดียวกัน หรือมีระบบปฏิบัติการเหมือนกัน  เนื่องจากเทลเน็ตเป็นโปรโตคอลในระดับชั้นของการประยุกต์ใช้  การทำงานจะเป็นอิสระ โดยไม่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ใด  เราจึงสามารถใช้โปรแกรมเทลเน็ตจากเครื่องได้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็น  พีซี  แมคอินทอช อาตาริ  เพื่อต่อไปยังโฮสต์ในระบบต่าง   นับตั้งแต่สถานีงานยูนิกซ์ไปจนกระทั่งถึงเครื่องในระดับเมนเฟรมหรือซูเปอร์คอมพิวเตอร์

        4 การใช้งานเทลเน็ตในภาวะคำสั่ง
        
ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงการใช้เทลเน็ตในภาวะรับคำสั่งจากเครื่อง   emisc.moe.go.th  แล้วจึงใช้คำสั่ง  open  เพื่อขอเข้าใช้เครื่อง  nontri.ku.ac.th  ตามด้วยการใช้คำสั่งบางคำสั่ง  จากนั้นจึงจบด้วยการออกจาก  nontri.ku.ac.th  กลับเข้าสู่    emisc.moe.go.th   ตามเดิม  

 $  telnet      เรียกโปรแกรม 

telnet > open nontri.ku.ac.th    ขอใช้เครื่อง nontri.ku.ac.th 
Trying … 
Connected  to nontri.ku.ac.th 
Escape  character  is  ‘ ^ ] ‘ . 
AIX  telnet   (cc1) 
IBM  AIX  Version  3  for  RISC  System/6000 
( C )  Copyrights  by  IBM  and  by  others  1982,   1991. 
$  logout 
Connection  closed  by  foreign  host. 
$

            5 คำสั่งเบื้องต้นในยูนิกซ์
           
ยูนิกซ์มีคำสั่งใช้งานรวมกันนับร้อยคำสั่ง แต่ส่วนนี้เป็นการทดลอง จะใช้คำสั่งเบื้องต้นไม่กี่คำสั่ง สำหรับท่านใดที่สนใจมากกว่านี้ ต้องหาหนังสือการใช้คำสั่งยูนิกซ์ศึกษาต่อเอง

            ตัวอย่างการใช้คำสั่งยูนิกซ์
1.
คำสั่ง date ใช้แสดงวันที่ เวลา  

 $ date 
Mon Aug 11 15:58:50 GMT+0700 1997

         ยูนิกซ์ถือว่าอักขระตัวเล็กและตัวใหญ่แตกต่างกัน คำสั่งในยูนิกซ์โดยปกติแล้วจะใช้ตัวเล็กตลอด หากใช้ตัวใหญ่แล้วจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นดังเช่น  

  $ DATE 
DATE: not found

 
2.
คำสั่งตรวจดูผู้ใช้ในระบบ  

$ w 
15:59  up 9 days,  5:20,  10 users,  load average: 0.42, 0.35, 0.27 
User           tty                 from             login@    idle   JCPU   PCPU what 
monnichu   p2         router.moe.go.th   13:38               8      8    -sh 
sombasuw  p4         router.moe.go.th   08:37                             -sh 
anothchi     p3         router.moe.go.th   15:43                             -sh 
bhubest      p6         203.146.15.32      15:48                1           pine 
yothisom    p7         router.moe.go.th   14:35               3      3   pine 
daruntha     p8         router.moe.go.th   14:24               3      3   slirp 
noppapiy    p9         router.moe.go.th   14:23              13     13  -sh 
bumrung    pa         203.146.15.60       15:58                               w

 
  3.
คำสั่ง finger  ตรวจดูรายละเอียดผู้ใช้ในระบบ  

$ finger 
Login        Name              TTY Idle    When            Office 
sombasuw  Dr.Sombat Suwanpitak *p4      Mon 08:37  Ministry of 2811077 
anothchi  Miss Anothai  Chiech       *p3      Mon 15:43  TCSC        2802841 
manassai  Mr.Manas Saisema          *p1      Mon 13:24 
jareelim  Miss.Jaree Limlamai         *p5      Mon 08:26  oca         2470013(411) 
bhubest   Bhubest Thawon                 p6    1 Mon 15:48  Ministry of 281-7050 
yothisom  Mr.Yothin Sommano         p7      Mon 14:35 
daruntha  Miss.Darunee Thamapo    *p8      Mon 14:24  oca         2470013(409) 
noppapiy  Mr.Noppadol Piyatrap      *p9      Mon 14:23  dove        5093654-5 
bumrung   Bumrung Chiablam           pa       Mon 15:58  Ministry of 281-7050

  หากต้องการดูข้อมูลรายละเอียดของผู้ใช้รายใด ให้ใช้คำสั่ง finger ตามด้วยชื่อบัญชี ดังตัวอย่าง  

$ finger bumrung 
Login name: bumrung        In real life: Bumrung Chiablam 
Office: Ministry of, 281-7050 
Directory: /disk14/bumrung              Shell: /bin/sh 
On since Aug 11 15:58:47  on ttypa from 203.146.15.60 
No Plan.

       4. คำสั่ง ls  ใช้แสดงรายชื่อแฟ้มข้อมูลที่มีอยู่  

$ ls 
News      exe       java      mail      passwd    sblive    zip 
book        fox       lan       mail_old  ppt       txt 
dumpster  html    lansum    mbox      ppt2      web

        การดูรายชื่อแฟ้มข้อมูลอาจดูรายละเอียดได้ โดยใช้คำสั่ง ls แล้วตามด้วย -l (ขีดแอล) ดังเช่น
 

$ ls -l 
total 280 
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc        512 Jan 13  1997 News 
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc        512 Jan 24  1997 book 
drwxr-xr-x   3 bumrung  emisc        512 Jan 13  1997 dumpster 
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc        512 Feb 12  1997 exe 
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc       1024 Jan 13  1997 fox 
drwxr-xr-x   4 bumrung  emisc       2048 Jul 15 10:43 html 
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc        512 Feb 12  1997 java 
drwxr-xr-x   3 bumrung  emisc       1024 Jan 13  1997 lan 
drwxr-xr-x   2 bumrung  emisc        512 Jan 13  1997 lansum 
drwx------   2 bumrung  emisc        512 Aug  8 10:33 mail

          รายละเอียดเกี่ยวกับไฟล์ มีดังนี้
       
ระบบยูนิกซ์เป็นโอเอสที่มีการใช้แฟ้มร่วมกันได้ หากให้สิทธิ์แก่ผู้ใช้อื่น ซึ่งแฟ้มข้อมูลได้กำหนด         อักษรเป็น 10 ตัวจัดประเภทออกเป็นกลุ่มๆ ดังนี้  กลุ่มที่ 1 อักษรตัวที่ 1

-rw-r--r--   1 bumrung  emisc  156477 Jul 18 15:41 passwd 
lrw-r--r--   1 bumrung  emisc    69918 Jul 26 17:57 mbox 
drwxr-xr-x 2 bumrung  emisc       512 Jan 17  1997 zip

     d rwx r-x r-x

    กลุ่มที่ 2 (ตัวอักษรที่ 2-4) แสดงเจ้าของแฟ้มหรือผู้สร้างแฟ้ม
   
กลุ่มที่ 3 (ตัวอักษรที่ 5-7) ผู้ใช้ในกลุ่มเดียวกับเจ้าของแฟ้ม
   
กลุ่มที่ 4 (ตัวอักษรที่ 8-10) บุคคลอื่น  

        5. คำสั่ง pwd  ใช้แสดงตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันให้ทราบ
       
กรณีที่เปลี่ยนไดเร็คทรอรี่มากๆ ทำให้เกิดความสับสนว่าขณะนี้ อยู่ ณ ตำแหน่งใด สามารถใช้คำสั่ง pwd เพื่อบอกตำแหน่งได้ เช่น  

$ pwd 
/disk14/bumrung

 
        6.
คำสั่ง cd  ใช้เปลี่ยนไดเร็คทรอรี่ที่อยู่ปัจจุบัน  

$ pwd 
/disk14/bumrung 
$ cd mail 
เข้าสู่ไดเร็คทรอรี่ ชื่อ mail 
$ pwd 
/disk14/bumrung/mail 
$ cd ..  
ออกจากไดเร็คทรอรี่ ชื่อ mail 
$ pwd 
/disk14/bumrung 
$ cd /  
ออกไปยังไดเร็คทรอรี่แรกสุด (Root Directory) 
$ pwd 

$

        7. คำสั่ง cp  การทำสำเนาแฟ้มข้อมูล
       
ยูนิกซ์มีคำสั่ง cp (Copy) สำหรับใช้ทำสำเนาแฟ้มใหม่หรือคัดลอกแฟ้ม รูปแบบคำสั่ง cp ให้ป้อนชื่อแฟ้มต้นฉบับและชื่อแฟ้มใหม่ โดยเว้นระหว่างชื่อหนึ่งช่องว่างดังนี้  

$ cp  file1  file2 สร้างแฟ้ม file2 จากแฟ้ม file1 
$ cp  file1  file3
สร้างแฟ้ม file3 จากแฟ้ม file1

        8. คำสั่ง mv  การย้ายแฟ้มข้อมูล
       
ยูนิกซ์มีคำสั่ง mv (Move) โดยมีรูปแบบเหมือนคำสั่ง cp ให้ป้อนชื่อแฟ้มต้นฉบับและชื่อแฟ้มใหม่ โดยเว้นระหว่างชื่อหนึ่งช่องว่างดังนี้ 

$ mv  file3  newfile3  เป็นการย้ายแฟ้ม file3 ไปเป็นแฟ้ม newfile3

           9. คำสั่ง rm  การลบแฟ้มข้อมูล
       
หากต้องการลบแฟ้มข้อมูลให้ใช้คำสั่ง rm (Remove) ตามด้วยชื่อแฟ้ม ข้อระวังคือยูนิกซ์ไม่มีการถามเพื่อยืนยันการลบ เพราะฉะนั้น ต้องแน่ใจก่อนจะทำการลบ รูปแบบมีดังนี้ 

$ rm  newfile3  เป็นการลบแฟ้ม newfile3

          ถ้าต้องการลบหลายๆแฟ้มในคำสั่งเดียวกัน ให้ป้อนชื่อแฟ้มต่อเนื่องกัน เช่น 

$ rm  file1  file2  เป็นการลบแฟ้ม file1 กับ file2 พร้อมกัน

          10. คำสั่ง mkdir  การสร้างไดเร็คทรอรี่
       
คำสั่ง mkdir ใช้สร้างไดเร็คทรอรี่ใหม่ ชื่อไดเร็คทรอรี่ที่ต้องการให้ป้อนต่อท้ายคำสั่งดังนี้  

$ mkdir  newdir  สร้างไดเร็คทรอรี่ใหม่ชื่อ newdir

          สร้างไดเร็คทรอรี่ 2 ไดเร็คทรอรี่ในคำสั่งเดียวกัน  

$ mkdir  newdir1  newdir2 สร้างไดเร็คทรอรี่ใหม่ชื่อ newdir1 กับ newdir2 พร้อมกัน

           11. คำสั่ง rmdir  การลบไดเร็คทรอรี่
       
คำสั่ง rmdir (Remove Directory) ใช้ลบไดเร็คทรอรี่ที่ไม่ต้องการออกไป รูปแบบคำสั่งเหมือนกับการสร้างไดเร็คทรอรี่ คือป้อนชื่อไดเร็คทรอรี่ที่ต้องการลบดังเช่น  

$ rmdir  newdir  ต้องการลบไดเร็คทรอรี่ที่ชื่อ newdir

 
         6
ข้อควรคำนึงเมื่อใช้เทลเน็ต
        
ในช่วงที่ระบบมีภาระงานสูงมาก  หรือมีผู้เข้าใช้ระบบอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก  การขอเข้าใช้ระบบด้วยการเทลเน็ตไปยังเครื่องนั้น อาจไม่สามารถทำได้สำเร็จ   ในกรณีดังกล่าวอาจต้องทิ้งช่วงเวลาไว้แล้วทดลองใช้เทลเน็ตใหม่  หรือใช้เทลเน็ตในช่วงเวลาที่ ระบบมีภาระงานต่ำ  เครื่องบางเครื่องจะจำกัดระยะเวลาที่เข้าใช้ระบบได้ หรือบันทึกระยะเวลาที่ปล่อยเครื่องว่างไว้โดยไม่ได้ใช้งาน   และเมื่อถึงเวลาตามที่กำหนดไว้ก็จะตัดการเข้าใช้ระบบออกไป   แต่โดยมารยาทแล้วเมื่อจำเป็นต้องทิ้งเครื่องไว้เป็นระยะเวลานาน  ก็ควรจะใช้คำสั่ง  logout  ออกจากระบบก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเมื่อขอเข้าไปใช้บริการเครื่องที่มีผู้ใช้งานอื่นร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก

 ลำดับที่ # [an error occurred while processing this directive]

Copyright &: 2001  Ministry of Education, THAILAND
โดยนายบำรุง  เฉียบแหลม นักวิชาการคอมพิวเตอร์
กลุ่มพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644  โทรสาร  281-8218   
ติดต่อผู้ดูแลระบบ :
bumrung@emisc.moe.go.th