เกณฑ์ใช้พิจารณาในการเลือกใช้ CAI ที่มีประสิทธิภาพควรประกอบด้วย
1. เนื้อหา ความถูกต้อง คุณค่า ฯลฯ
2. วิธีการสอนหรือการเสนอเนื้อหา ความมุ่งหมายชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีความชัดเจนและตามตรรกะ เหมาะสมกับผู้เรียน การใช้ภาพ แสง สี และกราฟิกเหมาะสม น่าสนใจ ช่วยส่งเสริมในการคิดสร้างสรรค์ ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนเหมาะสมกับสถานการณ์ เวลา และเหตุการณ์ ช่วยบูรณาการประสบการณ์ในอดีตผู้เรียนสามารถควบคุมได้ ฯลฯ
3. เทคนิควิธีการ การแสดงผล ง่ายต่อการใช้งาน มีความแน่นอนเชื่อถือได้
นักการศึกษาชาวตะวันตกเชื่อว่าช่วงปี ค.ศ. 1980 ถึง ค.ศ. 2000 นี้โปรแกรม CAI จะมีการใช้งานอย่างจริงจังและจะมี CAI ที่มีคุณภาพและมาตรฐานอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการศึกษาระดับอุดมศึกษาจะมีการใช้ CAI มากขึ้น และงานทางด้านอุตสาหกรรมจะมีการนำเอาความคิด และโปรแกรมทาง CAI ไปใช้มาก ระบบฐานข้อมูลทาง CAI จะเกิดขึ้น ผู้เรียนสามารถจะเรียนรู้ได้จากระบบการใช้ฐานข้อมูลซึ่งถึงเวลานั้นการศึกษาจะให้การยอมรับและรับรองการเรียนจากการศึกษาเล่าเรียนด้วย CAI สิ่งที่ควรได้รับการพิจารณาในการพัฒนาและอนาคตของ CAI มีดังนี้
1. ระดับชาติโปรแกรมสร้างบทเรียน CAI ที่มีมาตรฐานภาษาไทยควรจะพัฒนาบทเรียน CAI ที่มีความซับซ้อนได้เช่น สามารถใช้พิมพ์ตัวหนังสือแบบต่างๆ มีความสามารถในการคำนวณ การเขียนและสร้างภาพ กราฟิก เสียง และทำ Animation ได้
2. การพัฒนางานทางด้านนี้ ควรที่จะได้รับการเร่งรัดในระดับครูผู้สอนในลักษณะของการฝึกอบรมการออกแบบและการสร้าง CAI คุณภาพและการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ CAI
3. การประเมินผลและการใช้สื่อ Courseware ร่วมกันควรทำอย่างจริงจัง
4. ความเหมาะสมในการใช้งาน ในการเรียนการสอนควรจะได้มีการศึกษาวิจัยและถูกนำมาใช้งานอย่างแท้จริง
5. การสอนแบบทางไกลควรที่จะเอาโปรแกรม CAI เข้าไปใช้
งานวิจัยและกิจกรรมที่ควรดำเนินการเกี่ยวกับ Thai CAI
งานที่เขาควรจะดำเนินการอย่างรีบด่วนในการที่จะช่วยทำให้งานทางด้านนี้ก้าวหน้าไปมากกว่านี้
1. สร้างและพัฒนา Thai Authoring Standard แบบไทยๆ
2. วิจัยและพัฒนารูปแบบ CAI อย่างจริงจัง
3. ทดสอบและผลิตบทเรียน CAI ตามหลักสูตรต่างๆ อย่างจริงจัง
4. กำหนดวิชา CAI เป็นวิชาบังคับสำหรับนักศึกษาวิชาเทคโนโลยีทางการศึกษา
5. จัดการฝึกอบรมและประชุมวิชาการ ด้านการออกแบบและการสร้างบทเรียน CAI